โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน ท่าฝึกโยคะของมือใหม่

โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน

เนื่องจาก โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน ประกอบไปด้วยท่าภูเขา และท่าเด็ก รวมไปถึงท่างู และท่าอื่นๆ ที่เน้นไปในการออกกำลังกาย ที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย ถือว่าเป็นการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อ เพื่อที่จะเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหนักๆ

  • ท่าโยคะพื้นฐาน ที่เหมาะสมกับผู้เริ่มต้น
  • วิธีการฝึกโยคะ เพื่อลดอาการปวดเมื่อย
  • ท่าฝึกโยคะที่ช่วย เพิ่มความยืดหยุ่น

ทำความรู้จัก ท่าโยคะพื้นฐาน ที่เหมาะสมกับผู้เริ่มต้น

โดยสำหรับ ท่าโยคะพื้นฐานที่เหมาะสมกับผู้เริ่มต้น จะได้แก่ ท่าเด็ก และท่าแมว ถือว่าเป็นท่าที่เหมาะสมกับมือใหม่ ที่ช่วยเรื่องของการยืดกล้ามเนื้อหลัง และสามารถลดอาการปวดเมื่อย รวมไปถึงสามารถยืดหยุ่นของส่วนกระดูกสันหลังได้เป็นอย่างดี

โดยจากการ สำรวจของทาง สำรวจสุขภาพแห่งชาติ (NHIS) ในช่วงปีตั้งแต่ 2002-2022 พบว่าผู้คนในสหรัฐอเมริกา ให้ความสำคัญต่อการออกกำลังกายแบบ โยคะที่มีผู้ฝึกเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 16% ในปี 2022 จึงกล่าวได้ว่าการออกกำลังกายแบบโยคะเริ่มได้รับความสนใจที่มากขึ้น (12 มิถุนายน 2024) [1]

ท่าโยคะพื้นฐาน เพื่อยืดกล้ามเนื้อหลัง คือท่าอะไร?

โดยสำหรับ ท่าโยคะพื้นฐานที่เหมาะสมกับการยืดกล้ามเนื้อหลัง จะเป็นท่าที่ถูกเรียกว่า ท่าเด็ก (Child’s Pose) เพราะเนื่องจากท่าเด็กถือเป็นท่าพักสากลที่ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ และยืดกล้ามเนื้อส่วนหลังได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้การฝึกโยคะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

โดย จากการสำรวจระหว่างปี 2017-2026 ที่ได้นำนักศึกษาแพทย์ทั้งหมด 100 คน ให้มาฝึกโยคะในท่าเด็กเป็นเวลา 5 นาทีในทุกๆวัน โดยได้กำหนดให้ทำติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้เห็นว่าสามารถช่วยเรื่องของโลหิต และการเต้นของหัวใจ รวมไปถึงลดอาการปวดของกล้ามเนื้อส่วนหลัง

วิธีการฝึกโยคะ เพื่อลดอาการปวดเมื่อย ทำอย่างไร?

วิธีการฝึกโยคะ เพื่อลดอาการปวดเมื่อยจะเป็นการนำ ท่าเด็กมาฝึก ซึ่งถือว่าเป็นท่าที่ช่วยเรื่องของการลดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี ซึ่งควรที่จะทำเป็นประจำทุกเช้า โดยจะสามารถยืดหยุ่นกระดูกสันหลังได้ถึง 20-30% โดยจะมีวิธีการฝึกโยคะท่าเด็กตามดังนี้

  1. เตรียมตัว ด้วยการนั่งคุกเข่าบนเสื่อโยคะ จากนั้นให้ก้มนั่งทับบนส้นเท้า และหัวแม่เท้าชิดกัน จากนั้นให้หายใจออกช้าๆ และก้มตัวลงมาข้างหน้า ให้หน้าท้องอยู่ระหว่างต้นขา จากนั้นให้วางศีรษะลงบนพื้นเบาๆ และควรให้หน้าผากแตะพื้นให้ได้
  2. ให้ตำแหน่งแขน เหยียดออกมาตรงข้างหน้า หรือการวางแขนแนบไปข้างลำตัว โดยหงายฝ่ามือเพื่อผ่อนคลายหัวไหล่ จากนั้นก็ให้หายใจผ่อนคลายแก่ร่างกาย โดยให้หายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกลึกๆ จากนั้นปล่อยให้ใจสงบ

อธิบาย ท่าฝึกโยคะที่ช่วย เพิ่มความยืดหยุ่น

โดยสำหรับ ท่าฝึกโยคะที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ของกระดูกสันหลัง จะเป็นท่าที่ถูกเรียกว่า ท่าแมวและวัว (Cat-Cow Pose) ที่ถือว่าเป็นท่าที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กระดูกสันหลังได้ถึง 20-30% หากฝึกเป็นประจำทุกเช้า โดยเป็นการเคลื่อนไหวตามจังหวะหายใจเข้าออก 5-10 รอบ

แต่ก็ควรที่จะ ระวังอาการบาดเจ็บบริเวณ ศีรษะให้อยู่ในแนวเดียวกันกับลำตัว ไม่ควรที่จะโน้มตัวไปข้างหน้า หรือข้างหลัง ซึ่งสตรีที่มีครรภ์ และผู้ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่แล้ว ไม่ควรที่จะทำท่าแมว แต่ควรที่จะทำเพียงท่าวัวเท่านั้น เพื่อเลี่ยงการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ประโยชน์ของ การฝึกโยคะท่าที่ฝึกง่าย มีประโยชน์อย่างไร?

โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน

โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง การฝึกโยคะท่าที่ฝึกง่ายไม่ว่าจะเป็น ท่าเด็ก, ท่าแมว และท่าวัว รวมไปถึงท่าอื่นๆที่จัดให้เป็นท่ามาตรฐานของการฝึกโยคะ ซึ่งทำให้เห็นว่าการฝึกโยคะในท่าง่ายๆ ก็สามารถได้รับประโยชน์ทางกายภาพ และสภาพจิตใจที่ทำให้ดีขึ้น โดยจะมีประโยชน์ที่ได้รับตามดังนี้

  1. เพิ่มความยืดหยุ่น และลดอาการปวดเมื่อย โดยสำหรับการเคลื่อนไหวช้าๆ และการหายใจลึกๆ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้การทำงานของร่างกายในส่วนต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับลดอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ซึ่งเหมาะมากสำหรับมนุษย์ออฟฟิศที่นั่งทำงานนานๆ
  2. คลายเครียด ถือว่าช่วยลดความเครียดได้ เพราะจากการวิจัยที่ได้ทำแบบสอบถามแบบสำรวจในกลุ่มแพทย์ 77% มักแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีความเครียดไปฝึกโยคะ เป็นการลดความเครียดจากการใช้สติที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ 1970-2008 ที่ยืนยันว่าการฝึกโยคะช่วยเพิ่มสติมากขึ้น (ธันวาคม 2017) [2]
  3. มีผลดีต่อสุขภาพหัวใจ เลือดไหลเวียนดีขึ้นและลดความดันโลหิต ท่าโยคะพื้นฐานช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น
  4. สามารถที่จะปรับสมดุล และบุคลิกภาพ โยคะท่าพื้นฐานเน้นเรื่องการรักษาสมดุลของร่างกาย ทำให้บุคลิกภาพดีขึ้น ยืนและนั่งหลังตรงขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ ในการใช้ชีวิตประจำวัน
  5. สามารถจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย แม้เป็นท่าที่ดูง่าย แต่การค้างท่าจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อส่วนลึก และข้อต่อต่างๆ ทำให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้น
  6. สามารถที่จะฝึกสมาธิ และความจำได้ดีมากขึ้น โดยโยคะเป็นการฝึกสติ (Mindfulness) ที่ต้องจดจ่ออยู่กับลมหายใจ และการเคลื่อนไหว ซึ่งส่งผลให้สมาธิดีขึ้นและความจำดีขึ้น จึงได้รับการยอมรับอย่างมาก ในกลุ่มผู้ฝึกโยคะด้านจิตวิญญาณ
  7. ช่วยแก้ไขโรคเฉพาะทาง อย่างเช่น โรคออฟฟิศซินโดรม และการอักเสบของข้อต่อต่างๆ ก็สามารถฝึกโยคะเพื่อลดอาการปวดเมื่อยของโรคนั้นๆได้ จึงถือว่าเป็นการบำบัดร่างกายเพื่อซ่อมแซม และฟื้นฟูร่างกายในส่วนที่ทำงานหนัก

การฝึกโยคะ จะเห็นผลลัพธ์ได้ ในระยะเวลาเท่าไร?

การฝึกโยคะ จะเห็นผลลัพธ์ได้ นั้นควรเป็นการฝึกที่สม่ำเสมอ และทำติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยการฝึก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เหมาะสมกับ การเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่าการฝึกทุกๆวัน และช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับท่าทางการเคลื่อนไหวต่างๆได้เป็นอย่างดี

โดยสำหรับ การฝึกโยคะจะแบ่งเป็น 3 ระดับได้แก่ ระดับต้นเริ่มต้นฝึกตั้งแต่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และการฝึกระดับกลางที่จะฝึกประมาณ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยสำหรับการฝึกในระดับสูง จะต้องฝึกตั้งแต่ 5-6 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออาจจะเปลี่ยนการฝึกเป็นทุกวัน (6 กุมภาพันธ์ 2024) [3]

สรุป โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน ฝึกโยคะของมือใหม่

สรุป โยคะท่าที่ฝึกง่าย คือท่าไหน ส่วนใหญ่จะเป็นท่าพื้นฐาน ที่สามารถทำได้เองจากที่บ้าน เพราะฉะนั้นทางเราจึงได้แนะนำเกี่ยวกับวิธีการฝึกเพื่อลดอาการปวดเมื่อย รวมไปถึงการฝึกโยคะในท่าที่ช่วยลดความเครียด สำหรับประโยชน์ของการฝึกโยคะ จะช่วยในส่วนต่างๆทั้งร่างกายภายนอก และภายใน

เริ่มฝึกโยคะ ครั้งแรกควรเตรียมตัว อย่างไรบ้าง?

โดยสำหรับ การฝึกโยคะในครั้งแรก ควรที่จะเริ่มตั้งแต่การเตรียมร่างกาย ให้พร้อมด้วยการไม่ทานอาหารมื้อหนักก่อนฝึก 1-2 ชั่วโมง และเตรียมพื้นที่ว่างประมาณ 2×2 เมตร สำหรับวางเสื่อโยคะ เพื่อที่จะสามารถฝึกในท่าทางต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกโยคะ สำหรับบุคคลที่ไม่ยืดหยุ่น สามารถฝึกโยคะได้ไหม?

โดย สำหรับการฝึกโยคะในกลุ่มคนที่ไม่มีความยืดหยุ่น คำตอบคือสามารถฝึกได้ เพราะจาก 28.8% ของผู้ฝึกโยคะเริ่มต้นจากอาการปวดเมื่อย และมีร่างกายที่ไม่ยืดหยุ่น ซึ่งท่าที่ง่ายจะช่วยปรับโครงสร้างร่างกายให้ดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์ และให้ร่างกายยืดหยุ่นมากขึ้น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง