โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ประโยชน์ของการฝึกโยคะ

โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เนื่องจาก โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง จะช่วยทั้งเรื่องของ ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ รวมไปถึงเฉพาะด้านอย่าง  การบรรเทาอาการไมเกรน, เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และการดูแลสุขภาพหัวใจ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เป็นอย่างดี หลังจากออกกำลังกายหนักๆ

  • โยคะ คืออะไร
  • ฝึกโยคะ ช่วยแก้โรคออฟฟิศซินโดรม
  • การฝึกโยคะ ช่วยบำบัดจิตใจอย่างไร

ทำความรู้จัก โยคะ คืออะไร?

โยคะถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบ การออกกำลังกาย โดยจะเน้นการฝึกฝนทางกายภาพ และการฝึกฝนทางจิตวิญญาณที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ 5,000 ปีที่แล้วในประเทศอินเดีย โดยสำหรับประโยชน์ของการฝึกโยคะ จะเสริมความแข็งแรงด้านร่างกาย, การกำหนดลมหายใจ และการผ่อนคลายของจิตใจ

โดยยุคสมัยที่โยคะ เริ่มเป็นที่รู้จักและถูกมองในมุมมองใหม่ โดยจะเริ่มขึ้นในช่วงปี 1500-1899 ที่ได้มีการพัฒนาโยคะที่มุ่งเน้นไปที่ อาสนะ, กริยา และปราณายามะที่มากขึ้น เพื่อที่จะชำระล้างร่างกาย รวมไปถึงด้านสภาพจิตใจ เพื่อทำให้ตระหนักรู้ถึงร่างกายตนเองมากขึ้น (8 มีนาคม 2022) [1]

ประโยชน์ ของโยคะต่อสุขภาพกาย เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับ ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกโยคะด้านสุขภาพกาย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และสามารถที่จะช่วยปรับสรีระร่างกายให้สมดุลมากขึ้น โดยช่วยกระตุ้นมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง

เพราะประโยชน์เหล่านี้ ของการฝึกโยคะจึงได้กลายเป็น เทรนด์การออกกำลังกายยอดนิยมของโลก โดยเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2019-2020 ทำให้พบกับผู้ฝึกโยคะในสหรัฐอเมริกาเพิ่มมากขึ้น 55 ล้านคน ที่มองเห็นถึงประโยชน์ของการฝึกโยคะในสมัยใหม่ (27 มกราคม 2024) [2]

ฝึกโยคะ ช่วยแก้โรคออฟฟิศซินโดรม ได้จริงไหม?

โดยสำหรับ การฝึกโยคะ ถือว่าเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของการรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยสถิติปี 2021-2022 ยืนยันว่าผู้ที่มีอาการปวดหลังกว่า 80% รู้สึกอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ปกติอาจสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อปี

ซึ่ง สำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือออฟฟิศซินโดรมนั้น เป็นการปวดหลังที่จะทุเลาลงได้ภายใน 2 สัปดาห์ และมากกว่า 90% สามารถทุเลาได้เองภายใน 4-6 สัปดาห์ แต่เมื่อไม่มีการรักษาที่ต่อเนื่อง อาจจะส่งผลต่อการอักเสบตึงเครียดบริเวณข้อต่อได้

อธิบาย การฝึกโยคะ ช่วยบำบัดจิตใจอย่างไร?

โดย การฝึกโยคะไม่ได้ส่งผลดีแค่ร่างกาย แต่ยังเป็นเครื่องมือบำบัดจิตใจที่ทรงพลัง โดยสำหรับจากการรายงานพบว่า ผู้คนทั่วโลกเริ่มหันมาสนใจในการฝึกโยคะเพื่อฟื้นฟูสุขภาพโดยรวม ซึ่งการฝึกโยคะอย่างต่อเนื่องจะสามารถส่งผลต่อระบบประสาท และสภาวะอารมณ์ โดยมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. สามารถลดความเครียด และวิตกกังวล การฝึกโยคะนั้นจะช่วยลดการผลิตสาร ไซโตไคน์ (Cytokines) ซึ่งเป็นสารที่สัมพันธ์กันกับการอักเสบภายในร่างกายจากความเครียด นอกจากนี้ยังกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย และสงบลง
  2. ช่วยฝึกสติ และการอยู่กับปัจจุบัน ช่วยในเรื่องของการเพิ่ม การจดจ่อ และการตระหนักรู้ตนเอง โดยจะช่วยให้การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกันกับลมหายใจ รวมไปถึงการช่วยให้รับรู้ความรู้สึกทางภายใน และทางอารมณ์ได้ดีมากขึ้น
  3. การปรับสมดุลอารมณ์ และสารเคมีในสมอง ช่วยให้เยียวยาโรคซึมเศร้า และลดอาการ PTSD ซึ่งทำให้เห็นว่าช่วยแก้ปัญหาโรคต่างๆที่มีผลต่อสารเคมีในสมอง

ท่าฝึกโยคะ ที่ช่วยลดความเครียด มีท่าอะไรบ้าง?

โดยสำหรับท่า โยคะ แก้เครียดได้ไหม ช่วยได่เพราะด้วยส่วนใหญ่จะเป็นท่าที่ช่วยในการขัดเกลาสมาธิ และการตระหนักรู้ถึงตนเอง รวมไปถึงทำให้จิตอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งจะประกอบไปด้วย 5 ท่าหลักสำหรับการฝึกโยคะเพื่อ ลดความเครียดจากการทำงาน โดยจะมีรายละเอียดของทั้ง 5 ท่าตามดังนี้

  • ท่าที่ 1 ขัดสมาธินอนหงาย ให้นอนหงาย และให้ใช้หมอนรองไว้กึ่งกลางหลัง จากนั้นก็ให้เอนตัวลงไปนอน พร้อมกับเอาขางอเข่า และประกอบเท้าเข้าหากัน พร้อมกับเอาแขนยกขึ้น จากนั้นก็งอข้อศอกนำมือจับข้อศอกในฝั่งตรงข้ามกัน
  • ท่าที่ 2 นั่งก้มตัว ให้นั่งหลังตรง พร้อมกับเหยียดเท้าไปด้านหน้าให้ขาตึง จากนั้นให้หายใจออก และเหยียดแขนทั้ง 2 ข้างไปด้านหน้าแขนขนานกันกับพื้นคว่ำฝ่ามือลง และก้มตัวไปด้านหน้าให้มากที่สุด จากนั้นก็ให้ก้มตัวลงไปจนใบหน้าใกล้กับเข่า และทำค้างไว้ประมาณ 30 วินาที
  • ท่าที่ 3 ไหว้พระอาทิตย์ ให้ยืนตรงขาทั้ง 2 ข้างชิดกัน ต่อมาให้ปลายเท้าแยกห่างกันเล็กน้อย พร้อมกับพนมมือไว้ที่หน้าอก และหายใจเข้า รวมไปถึงให้หายใจออกเหยียดแขนทั้ง 2 ข้างไปด้านหน้าให้ขนานกับพื้นราบ พร้อมกับหายใจเข้ายกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะจนสุด
  • ท่าที่ 4 นกพิราบ ให้เอาขาขวาอยู่ด้านหน้า และขาซ้ายอยู่ด้านหลัง จากนั้นให้หายใจเข้าสู่การเตรียมพร้อม และหายใจออกหลังจากพับขาขวาเข้ามาให้เข่าอยู่ด้านหลังของมือขวา จากนั้นก็ให้ส่งมือขวาจับฝ่าเท้าหลังไว้แน่นๆ และหายใจออก
  • ท่าที่ 5 ยกขาขึ้นกำแพง จะต้องนอนหงายโดยวางหมอนไว้ศีรษะ และให้สะโพกอยู่ห่างจากผนังประมาณ 6-12 นิ้ว จากนั้นก็งอเข่า และวางเท้าไว้บนผนัง ต่อมาก็ให้เหยียดขาตรงให้สุด เพื่อทำให้ข้อเท้าติดกับผนัง จากนั้นก็เกร็งเข่า และปล่อยขาให้ผ่อนคลาย

ที่มา: แนะนำ 5 ท่าโยคะละลายความเครียด (9 มีนาคม 2023) [3]

การทำโยคะ ก่อนนอน ส่งผลอย่างไร?

โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

โดยสำหรับ การทำโยคะก่อนนอน จะส่งผลให้ช่วยปรับระบบประสาทให้เข้าสู่สภาวะพักผ่อน ผลสำรวจพบว่า 59% ของผู้ฝึกโยคะเป็นประจำ ทำให้มีคุณภาพในการนอนหลับที่ดีขึ้นอย่างมาก แถมยังช่วยลดปัญหาการตื่นกลางดึก และทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อตื่นตอนเช้า

ซึ่งสำหรับ การทำโยคะ ก่อนนอนเป็นผลที่ดีต่อระยะยาวอย่างมาก เพราะเนื่องจากเมื่อมีการนอนหลับที่ดี จะส่งผลให้มีผิวพรรณที่ดีมากขึ้น และอาจจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยมากขึ้น รวมไปถึงทำให้การหลั่งเคมีภายในสมอง มีความสมดุลมากขึ้น ในการทำงานของสมอง

สรุป โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ประโยชน์จากการฝึกโยคะ

สรุป โยคะ ช่วยเรื่องอะไรบ้าง จะเป็นหนึ่งในการออกกำลังกาย ที่ช่วยทั้งส่วนของกล้ามเนื้อภายนอก แถมช่วยบำบัดจิตใจ และเพิ่มสมาธิทำให้จดจ่อได้นานมากขึ้น เพราะฉะนั้นการฝึกโยคะจะส่งผลต่อ การลดความเครียด และช่วยให้การนอนหลับที่ดีขึ้น พร้อมกับทำให้ร่างกายตื่นตัวอยู่เสมอ

ร่างกายมีความแข็งมาก สามารถฝึกโยคะ ได้ไหม?

โดยจะ สามารถฝึกโยคะได้ เพราะโยคะคือการฝึกตามขีดจำกัดของตนเอง ผลการศึกษาปี 2022 ยืนยันว่าโยคะช่วยเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว แม้ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่เริ่มต้นจากศูนย์ ช่วยลดความเสี่ยงในการล้ม และสามารถที่จะลดอาการบาดเจ็บได้ดี

เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย ต้องใช้เวลาฝึกเท่าไร?

จากการสำรวจ พบว่าผู้ฝึกโยคะตัวจริงมักเข้าคลาส 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ด้านความยืดหยุ่นและการลดความเครียดภายใน 8-12 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับค่าคลาสเฉลี่ยที่เข้าถึงได้ง่ายในปัจจุบัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง