
ถาม-ตอบ เจาะลึก วิชาการลงทุน ที่ถูกมองข้าม
- MY Kismet
- 67 views

เจาะลึก วิชาการลงทุน ที่ถูกมองข้าม หลักการลงทุนที่หลายคนเลือกที่จะมองข้าม สิ่งนี้หลายครั้งช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ทำไมหลายคนเลือกที่จะลืมมัน วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัย และหาคำตอบของเรื่องทั้งหมดนี้กัน
สำหรับคนทั่วไปเรื่องการลงทุน อาจเป็นเรื่องไกลตัว และถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง นอกจากนี้ในมุมของคนทั่วไป หลักการเรียนรู้วิชาการลงทุนต้องเกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ซึ่งการเรียนรู้เรื่องนี้มีความซับซ้อน หลายคนจึงเลือกที่จะมองข้ามและเลือกที่จะไม่ใส่ใจมากนัก
นักลงทุนที่มองข้ามเรื่องการบริหารความเสี่ยง ส่วนใหญ่เลือกใช้อารมณ์ในการลงทุน และมีอคติเรื่องความมั่นใจในตัวเองสูง นักลงทุนเหล่านี้เน้นการทำกำไรเป็นหลัก จากการสำรวจจะเห็นได้ว่า นักลงทุนที่เน้นการลงทุนอนุพันธ์มีโอกาสขาดทุนกว่า 89% จากการขาดความรู้ในเรื่องนี้
นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนระยะสั้น หรือที่หลายคนเรียกว่า นักเทรดหุ้น นักลงทุนกลุ่มนี้ก็มีความเสี่ยงสูงถึง 90% ที่จะขาดทุนเพราะไม่บริหารความเสี่ยง จากการเก็บสถิติในปี 2025-2026 นักเทรดเกือบ 90% ล้มเหลวตั้งแต่ 12 เดือนแรก และมีนักเทรดเพียงแค่ 1 ใน 10 เท่านั้นที่ใช้หลักการบริหารความเสี่ยง
ที่มา: Why 90% of Traders Fail (17 เมษายน 2026) [1]
นักลงทุนส่วนใหญ่เน้นการลงทุนไปที่ผลกำไรเป็นหลัก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลักการทางจิตวิทยา ทั้งความโลภและความกลัว เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุน มองข้ามเรื่องของระยะเวลาในการลงทุน เมื่อตลาดเจอกับสถานการณ์วิกฤต นักลงทุนหลายคนเลือกที่จะขายหุ้นทิ้งเพราะความกลัวที่จะขาดทุน
นักลงทุนหลายคนอยากที่จะได้รับผลกำไรเร็ว จึงไม่สนใจว่าสินทรัพย์นั้นๆ มีความเสี่ยงที่สูงมากแค่ไหน อีกทั้งนักลงทุนประเภทนี้ยังมีความมั่นใจในตัวเองสูง และมักจะมองว่าการกระจายสินทรัพย์เป็นเรื่องที่เสียเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภาพสะท้อนความผิดที่ถูกเรียกว่า บทเรียนยุคก่อน ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
การลงทุนเน้นคุณค่า นักลงทุนรุ่นใหม่เริ่มมองข้ามหลักการสำคัญไปแล้ว โดยที่ส่วนใหญ่เน้นการหยิบประโยชน์บางส่วนไปใช้ ไม่ได้ยึดหลักการนี้ทั้งหมด เรื่องนี้ไม่ได้มีข้อเสีย แต่กลับเป็นเรื่องที่ดีเพราะนักลงทุนจะมีกลยุทธ์การลงทุนเป็นของตัวเองได้
หลักการลงทุนเดิม เน้นการศึกษาด้านพฤติกรรม และการมองเห็นคุณค่าที่แท้จริง เมื่อเทียบกับยุคปัจจุบัน มีหลายส่วนที่เปลี่ยนแปลงไป โลกในตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเดิมอีกต่อไป นักลงทุนหลายคนจึงมองว่าหลักการลงทุนเดิมไม่น่าเชื่อถือและใช้ไม่ได้อีกต่อไป
นักลงทุนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มองข้ามการจัดการความเสี่ยง และเน้นไปที่การสร้างผลตอบแทนเป็นหลัก ทั่วโลกตอนนี้จะเห็นได้ว่านักลงทุนที่อายุต่ำกว่า 45 ปี มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 70% (7 พฤษภาคม 2024) [2] นักลงทุนเหล่านี้มองช่องทางทำกำไรเก่ง แต่ยังขาดประสบการณ์และการกระจายความเสี่ยงอยู่
สมองส่วนสัญชาตญาณ มักจะทำงานได้ไวกว่าสมองส่วนเหตุผล นักลงทุนเมื่อต้องเจอกับสถานการณ์บีบบังคับ กดดัน หรือมีความเครียดสะสมหนัก สมองส่วนสัญชาตญาณจะเริ่มทำงาน ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เลือกเชื่อความคิดของตัวเองมากกว่าฟังเหตุผล
สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยุคนี้ไม่ชอบ การจดบันทึก เป็นเพราะการทำงานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ช่วยวิเคราะห์และสรุปเนื้อหาสำคัญได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การบันทึกข้อมูลไม่จำเป็นอีกต่อไป และนักลงทุนส่วนใหญ่ในตอนนี้ ยังมีการพึ่งพาเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นด้วย
วิชาการลงทุนที่มีทั้ง วิธีเลือกหุ้น และ ขั้นตอนการวางแผน การลงทุน จะไม่ถูกมองข้ามในอนาคต เพราะหลักการทั้งหมดนี้ยังมีประสิทธิภาพสูงในการทำกำไร เรียกได้ว่าเป็นหลักพื้นฐานสำหรับการเป็นนักลงทุน แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขั้นตอนไป ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นๆ

บทส่งท้าย เจาะลึกวิชาการลงทุนที่ถูกมองข้าม นักลงทุนที่เลือกจะมองข้ามวิชาเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นนักลงทุนที่มีอคติทางด้านพฤติกรรมและการใช้อารมณ์ นักลงทุนเหล่านี้มักจะมองแต่ผลลัพธ์ โดยที่ไม่สนใจขั้นตอนระหว่างทาง ทำให้การลงทุนในแต่ละครั้งมีโอกาสล้มเหลวสูงมาก

