
Q&A หลักการลงทุนเดิม จะกลับมาได้หรือไม่
- MY Kismet
- 74 views

หลักการลงทุนเดิม จะกลับมาได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่า กลับมาสร้างผลตอบแทนได้แน่นอน โดยเฉพาะ การลงทุนเน้นคุณค่า ถือเป็นหลักการลงทุนเดิมที่มีประสิทธิภาพในการทำกำไรระยะยาว นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยอื่นๆ อีกมากมายที่ใครหลายคนต้องการรู้ และวันนี้เราจะมาตอบคำถามทั้งหมดกัน
หลักการลงทุนเดิม คือ การลงทุนในสินทรัพย์หลักที่สามารถงอกเงยผลตอบแทนได้ เช่น ตราสารหนี้ กองทุนรวม หุ้น เป็นต้น การลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ได้รับการยอมรับจากนักลงทุน อีกทั้งสินทรัพย์เหล่านี้ยังสามารถเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นเงินสดได้ด้วย
หลักการซื้อแล้วถือครองไว้ ยังสามารถทำกำไรได้จริงและยังทรงพลังอยู่พอสมควร เพียงแต่รูปแบบการถือครองไว้ ต้องมีการตรวจสอบบ่อยมากขึ้น เพราะการแข่งขันด้านเทคโนโลยีพุ่งสูงขึ้น หลายบริษัทที่ไม่สามารถปรับตัวได้ มูลค่าหุ้นอาจร่วงลงได้อย่างรวดเร็ว
เป็นเรื่องจริง การลงทุนขั้นพื้นฐานมีหลายองค์ประกอบที่ AI ไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น หลักจิตวิทยา การจัดการอารมณ์ การประเมินมูลค่า และหลักการบริหารความเสี่ยง ทั้งหมดนี้ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด และนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าปัญญาประดิษฐ์
เป็นเครื่องมือสำหรับช่วยการลงทุนเท่านั้น จากการศึกษาจะเห็นได้ว่า AI สามารถประมวลผลข้อมูล เกี่ยวกับงบประมาณการเงินได้ 10,000 จุด และราคาที่นักลงทุนต้องจ่ายเพื่อใช้งานเพียงแค่ 20-50 ดอลลาร์ต่อเดือนเท่านั้น (17 เมษายน 2026) [1] สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องมือลดภาระไม่ได้เป็นการลงทุนเองทั้งหมด
ตลาดหุ้นไม่ใช่ตัวการหลักที่ทำให้หลักการลงทุนเดิมลดคุณค่าลง แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้นักลงทุนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่น หรือการใช้นวัตกรรมใหม่เพิ่มขึ้น แต่หลักการเดิมทั้งหมดจะยังคงอยู่
หลักการลงทุนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการกระจายความเสี่ยง การลงทุนระยะยาว และการจัดการอารมณ์ ยังถือเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานสำหรับการทำกำไร ทั้งหมดนี้ยังใช้งานได้จริง เพียงแต่ว่าต้องเพิ่มความรอบคอบขึ้น และต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ไวขึ้นเท่านั้นเอง
แน่นอนว่ายังมีการศึกษาอยู่ ถึงแม้ว่าเทรนด์การลงทุนตอนนี้จะเป็นการลงทุนแบบเติบโตก็ตาม แต่กลุ่มเด็กเจน Z หลายคนก็ยังเลือกให้ความสำคัญ กับหลักการลงทุนขั้นพื้นฐานอยู่ โดยเฉพาะการจัดการความเสี่ยงและการจัดการอารมณ์
การจัดการความเสี่ยงและการมีวินัย เป็นหลักการลงทุนที่ได้รับความนิยม และยังคงมีหลายคนใช้งานอยู่ ถือเป็นหลักการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งเรื่องการทำกำไรและสร้างพอร์ตที่มีคุณภาพ ถึงแม้ว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีเข้าร่วมแต่คุณค่าของหลักการเดิมยังเด่นชัดอยู่
ทำกำไรดีขึ้นแน่นอน สิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือระยะเวลาในการทำกำไรจะลดน้อยลง เพราะปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็ว และหลักการลงทุนเดิมจะช่วยจัดการกับความเสี่ยง นักลงทุนจะสามารถคัดกรองสินทรัพย์ได้อย่างแม่นยำและทำกำไรได้ไวกว่าเดิม
นักลงทุนระยะยาว เป็นกลุ่มคนที่ใช้หลักการลงทุนเดิมอยู่ จากการเก็บสถิติตั้งแต่ช่วงปี 1971-2022 การลงทุนระยะยาวมีโอกาสทำกำไรสูงถึง 52.4% และหากมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งไตรมาส มีโอกาสได้รับผลตอบแทน 65.6% หากพิจารณาเป็นรายปีแล้วสัดส่วนกำไรจะสูงถึง 72.8%
สำหรับนักลงทุนที่เน้นการถือครองยาว 10 ปี จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าโอกาสที่ได้กำไรมีสูงถึง 94.2% และการลงทุนที่ได้กำไรแบบ 100% เต็ม ต้องเป็นการลงทุนที่ยาวนานตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เป็นภาพสะท้อนถึงพลังของการลงทุนระยะยาว ที่สามารถปรับใช้ได้จริงในตอนนี้
ที่มา: Time in the market beats timing the market (25 เมษายน 2025) [2]
กลับมาได้แน่ ถ้ามองย้อนกลับไปดูอดีตช่วงที่เกิดวิกฤตต่างๆ หลังจากเหตุการณ์เหล่านั้น การลงทุนแบบเดิมจะถูกพูดถึงอีกครั้ง และผู้คนจำนวนมากจะเริ่มรับรู้ถึงความสำคัญ เหมือนกันกับในอนาคตหากเกิดวิกฤตขึ้นหลักการลงทุนเดิมจะกลับมาแน่นอน

หน้าสุดท้าย หลักการลงทุนเดิมจะกลับมาได้หรือไม่ คำตอบ กลับมาได้แน่นอน และในตอนนี้หลักการลงทุนเดิมก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่นักลงทุนปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานไป แต่ใจความสำคัญทั้งหมดยังคงอยู่เหมือนเดิม

