
Peter Cundill บริหารพอร์ตยังไง ให้ได้รับชัยชนะ
- MY Kismet
- 124 views

Peter Cundill บริหารพอร์ตยังไง ให้ได้รับชัยชนะ คำตอบคือ เน้นการกระจายการลงทุน และการถือหุ้นเยอะ สิ่งนี้ทำให้สามารถ ทำกำไรแบบปริมาณมากได้ อีกทั้งยังยึด หลักแนวคิดของ เบนจามิน เกรแฮม มาบางส่วนอีกด้วย นั้นก็คือการลงทุน ที่เน้นเผื่อความปลอดภัย สำหรับสินทรัพย์ทั้งหมด
ฟรานซิส ปีเตอร์ คันดิลล์ (PeterCundill) เกิดเมื่อเดือน ตุลาคม ปี 1938 เป็นผู้ที่ยึดหลัก การลงทุนแบบเน้นคุณค่า โดยมีเบนจามิน เป็นแบบอย่าง ปีเตอร์เริ่มต้นชีวิตวัยเรียน ที่มหาวิทยาลัยแมคกิลล์ และเขาจบการศึกษาเมื่อปี 2503 ต่อมาในปี 2506 ได้เริ่มต้นการสอบ ขอใบอนุญาตทำงาน เกี่ยวกับบัญชี (9 กรกฎาคม 2025) [1]
ปีเตอร์ทำงานเกี่ยวกับ บัญชีและยังเป็น นักวิเคราะห์การเงิน ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัท Greenshields Inc. ช่วงชีวิตการทำงาน และการเติบโตของปีเตอร์ เต็มไปด้วยความท้าทาย เขาสร้างกองทุน “คันดิลล์ แวลู ฟันด์” และขยายกองทุนนี้ จนทำให้เขามีชื่อเสียง และสิ่งที่ทำให้เขา มีแรงบันดาลใจ ในการสร้างกองทุน
คือการอ่านหนังสือ ของเบนจามินบนเครื่องบิน สิ่งนี้ทำให้เขา เชื่อและศรัทธาในแนวคิด การลงทุนนี้เป็นอย่างมาก จนเขาประสบความสำเร็จ ในปี 2001 ปีเตอร์ได้รับรางวัล Analysts’ Choice Career Achievement Award เป็นรางวัลที่ยกย่องเขา สำหรับการบริหาร และการลงทุนตลอดชีวิตของเขา
Deep Value เป็นแนวคิดของเบนจามิน ที่คล้ายกันกับการลงทุนแบบ Value Investing สิ่งที่แตกต่างกันคือ การลงทุนแบบ Deep Value จะเป็นขึ้นเหนือกว่า ซึ่งจะเป็นการซื้อหุ้น ที่มีราคาต่ำกว่า มูลค่าที่แท้จริงเป็นอย่างมาก และหุ้นที่ซื้อมานั้น ต้องเป็นหุ้นคุณภาพ และยังต้องมีการประเมิน ในส่วนอื่นๆ อีก
ซึ่งบริษัทที่มี มูลค่าต่ำกว่าตลาด และมีมูลค่าที่ต่ำมากๆ ถือเป็นหุ้นที่มี การประเมินราคาต่ำ เมื่อเทียบกับอัตรา การสร้างรายได้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว พบได้มากในกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ไม่นิยม หรือเป็นบริษัทที่เจอกับ ปัญหาติดขัดบางอย่าง ที่ทำให้มูลค่าหุ้น ต่ำกว่ามูลค่าจริง (2026) [2]
ซึ่งหลักการเข้าซื้อ ปีเตอร์มองว่า ราคาของหุ้นที่ได้มา มีความสำคัญมากกว่า การมีโมเดลธุรกิจมาก เพราะสิ่งเหล่านี้ เมื่อผ่านช่วงเวลาไป มีโอกาสสูงจะทำกำไร เพิ่มขึ้นแบบเท่าตัว และโอกาสที่กำไรจะเพิ่มพูน มักสูงกว่าการลงทุน ในโมเดลธุรกิจแบบกระจายตัว
สไตล์การลงทุน ที่โดดเด่นของปีเตอร์ คือการลงทุนที่เน้นคุณค่า โดยเขาสร้างกองทุน ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย 26% ในช่วง 10 ปีแรกที่ก่อตั้ง และการลงทุนของเขา มีน้อยมากที่จะขาดทุน นอกจากนี้การลงทุนของเขา ยังเรียกได้ว่า มีสัญชาตญาณโจรอยู่ เพราะชอบใช้หลักการ ทางคณิตศาสตร์ ผสมรวมเข้ากับ การจับจังหวะ
และทำให้โดดเด่นอีกครั้ง จากการลงทุนแบบสวนกระแส แต่สิ่งนี้อยู่ไม่นานนัก หลังจากที่ปีเตอร์ขาดทุน เขาเริ่มตระหนักรู้ และเริ่มให้ความสำคัญ กับการเผื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยการลงทุนของเขา ก็เปลี่ยนไป เขามักเลือกลงทุน ในบริษัทที่มีราคาหุ้นต่ำ กว่ามูลค่าจริงมาก

1. เลือกลงทุนในบริษัท ที่มีสินทรัพย์สุทธิ และต้องมีสินทรัพย์ถาวร เช่น เงินสดหรือลูกหนี้ และทุกอย่างต้องมี มูลค่ามากกว่า ราคาในตลาด
2. ปีเตอร์มักจะ มีการเผื่อความปลอดภัย ให้กับงบการลงทุนก่อนเสมอ ซึ่งสิ่งสำคัญ กว่าการประเมินธุรกิจ ในช่วงเริ่มต้น (5 กันยายน 2025) [3]
3. ปีเตอร์เลือกเดินทาง ไปยังพื้นที่ประเทศ ที่มีตลาดหุ้นราคาต่ำ และต้องมีราคาต่ำติดต่อกันอย่างน้อย 11 เดือน โดยเขาเดินทางไปเพื่อ บีบให้บริษัทเหล่านั้น ขายกิจการให้กับเขา
4. บริษัท ทิฟฟานี่ แอนด์ โค ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1973-1979 เป็นบริษัทที่ปีเตอร์ ลงทุนเพียง 8 ดอลลาร์/หุ้น แต่เมื่อตลาดเริ่มฟื้นตัว เขาสามารถขายหุ้นไป ได้สูงสุดในราคา 50 ดอลลาร์ต่อหุ้น
5. การลงทุนของปีเตอร์ มักให้ความสำคัญ กับราคาขายที่ต่ำ และต้องมีผลประกอบการ ตกต่ำกันแบบต่อเนื่อง
สำหรับปีเตอร์ การถือเงินสดในมือ เป็นจำนวนมาก สิ่งนี้เป็นโอกาส ไม่ใช่ความเสี่ยง และยังเป็นอาวุธชั้นดี ในการปิดการซื้อขาย เมื่อเจอสินทรัพย์ที่ถูกใจ และมีมูลค่าต่ำ เพราะเวลาตลาดพัง หรือตลาดรวน คนส่วนมากจะไม่มีโอกาส ได้เข้าซื้อหุ้นที่ต้องการ แต่กลับไม่เป็นแบบนั้น สำหรับปีเตอร์
อีกทั้งการถือเงินสด ในมุมของปีเตอร์ ยังเป็นความปลอดภัย ที่จะเผื่อไว้สำหรับ การขาดสภาพคล่อง หรือหากการลงทุนนั้น ขาดทุนแบบย่อยยับ เพราะการมีเงินสด จะทำให้ความเสียหาย น้อยกว่าปกติ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงอยู่ เพราะหากเป็นช่วงตลาดขาขึ้น แบบต่อเนื่อง อาจจะพลาดการทำกำไรได้
ปีเตอร์ตั้งกองทุน Cundill Value Fund ขึ้นเมื่อปี 1975 โดยมีผลตอบแทนอยู่ราวๆ 13.2 ต่อปี โดยมีบริษัทเข้าร่วม 1,500 แห่งทั่วโลก และตอนนี้กองทุนมีมูลค่ารวม 993.13 ล้านดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 10 เมษายน 2026) ซึ่งตอนนี้ ยังคงดำเนินอยู่ อ่านต่อ theglobeandmail
บทส่งท้าย PeterCundill บริหารพอร์ตยังไง คำตอบคือ บริหารตามแนวทาง ของเบนจามิน ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุน แบบเน้นคุณค่า โดยส่วนใหญ่แล้ว จะลงทุนซื้อหุ้น ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามากๆ เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง และบริษัทเหล่านั้น ต้องมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะฟื้นตัวได้
คำตอบคือ ยังไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ก็ยังสามารถทำตามได้ แต่ในส่วนของ การลงทุนในบริษัท ที่มีมูลค่าหุ้นต่ำมากๆ นั้น นักลงทุนมือใหม่ ต้องเข้าใจในเรื่องของ การวิเคราะห์ และการประเมินก่อน ซึ่งสิ่งนี้อาศัยประสบการณ์ และความรู้ในการลงมือทำ จึงอาจจะยากเกินไป ในช่วงแรกๆ
คำตอบคือ มีความเสี่ยง ในเรื่องของการถือเงินสด เพราะสิ่งนี้ในมุมมอง ของปีเตอร์คือโอกาส แต่โดยทั่วไปแล้ว การถือเงินสดเยอะเกินไป อาจจะทำให้พลาด โอกาสในการลงทุน เมื่อตลาดเข้าสู่ช่วงขาขึ้น อีกทั้งยังทำให้ อาจจะพลาดโอกาสอื่นๆ อีกได้

