ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม การขอวีซ่าเข้าประเทศ

ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม

เนื่องจากการ ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม คำตอบคือต้องใช้วีซ่าปกติของแต่ละประเทศเจ้าภาพ โดยการที่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขันบอลโลก ก็ไม่ได้แปลว่าจะการันตีว่าจะได้รับวีซ่า หรือการอนุญาตให้เข้าประเทศที่จัดการแข่งขันได้ ซึ่งควรที่จะทำเรื่องวีซ่าให้เรียบร้อยก่อนที่จะจองตั๋วบอลโลก

  • วีซ่าที่ใช้ไปดูบอลโลก ต้องขอวีซ่าประเภทไหน
  • พาสปอร์ตชาวไทย ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่าใช่หรือไม่
  • เพื่อความรวดเร็ว ในการเข้าประเทศเป็นอย่างไร

ข้อสงสัยวีซ่าที่ใช้ ไปดูบอลโลก ต้องขอวีซ่าประเภทไหน?

โดยสำหรับการ ไขข้อสงสัยวีซ่าที่ใช้ไปดูบอลโลก ต้องขอวีซ่าในประเภทท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ ซึ่งตั๋วเข้าชม ฟุตบอลโลก 2026 ไม่สามารถใช้แทนวีซ่าได้ แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการเข้าประเทศได้ เพื่อขอคิวนัดหมายด่วนพิเศษ โดยวีซ่าที่ต้องขอจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. ต้องขอวีซ่าของ ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถขอเป็นวีซ่าท่องเที่ยวประเภท B1 และ B2 เมื่อได้ตั๋วมาแล้วก็สามารถใช้ระบบ ฟีฟ่าพาส เพื่อขอคิวนัดสัมภาษณ์ด่วนพิเศษได้
  2. ต้องขอวีซ่าของ ประเทศแคนาดา จำเป็นต้องขอวีซ่าประเภท วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa) โดยในขั้นตอนนี้จะเป็นการสมัครออนไลน์ ที่ระบุข้อความว่า FIFA World Cup 26 ในใบสมัคร เพื่อที่จะรับการจัดลำดับเอกสารแบบเร่งด่วน
  3. ต้องขอวีซ่าของ ประเทศเม็กซิโก เป็นวีซ่าประเภท วีซ่าท่องเที่ยวเม็กซิโก ยกเว้นกรณีที่คุณมีวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐแบบ Multiple-Entry ที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้เข้าเม็กซิโกได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่ม

เงื่อนไขการเข้า ประเทศเจ้าภาพบอลโลก สำหรับชาวไทย

เงื่อนไขการเข้า ประเทศเจ้าภาพบอลโลก การเดินทางไปดูฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน แฟนบอลชาวไทยจำเป็นต้องยื่นขอ วีซ่าท่องเที่ยว เพื่อท่องเที่ยวแบบปกติของแต่ละประเทศ เนื่องจากไม่มีนโยบายยกเว้นวีซ่าพิเศษเหมือนในอดีต

วีซ่าในแต่ละประเทศนั้น มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะสืบเนื่องมาตั้งแต่ในปี 1855-1995 เป็นช่วงที่ได้เริ่มใช้ วีซ่าเป็นครั้งแรก เพื่อการเดินทางข้ามประเทศต่างๆ ซึ่งจากนั้นก็ได้ลงนามการใช้วีซ่าในหลายประเทศของทวีปยุโรป นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนโยบายวีซ่า (11 กันยายน 2023) [1]

พาสปอร์ตชาวไทย ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า ใช่หรือไม่?

ซึ่งสำหรับ พาสปอร์ตไทย มีเพียงประเทศเม็กซิโกเท่านั้นที่ให้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าได้สูงสุด 180 วัน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นผู้ถือวีซ่าสหรัฐแบบ B1 และ B2 และจำเป็นต้องยังไม่หมดอายุ ซึ่งส่วนในประเทศอื่นๆอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดาไม่มีนโยบาย ฟรีวีซ่า (Visa Free) ให้กับชาวไทย

เพราะฉะนั้นจึงทำให้แฟนบอลชาวไทย จึงต้องเตรียมค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 6,400 บาท รวมไปถึงวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดาอีกซึ่งจะมีราคาค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท โดยสำหรับการไปดูบอลโลกจะจำเป็นต้องขอวีซ่าหลักที่ประกอบไปด้วย วีซ่าของทั้ง 2 ประเทศ

ลงทะเบียนแบบเร่งด่วน ในการเข้าประเทศ เป็นอย่างไร?

โดยการ ลงทะเบียนแบบเร่งในการเข้าประเทศ โดยเป็นกระบวนการของ FIFA PASS ที่ให้โอกาสแก่ผู้ถือตั๋ว FIFA World Cup 2026 โดยจะช่วยให้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาแบบเร่งด่วนได้ โดยจะมีขั้นตอนการสมัครฟีฟ่าพาส ได้ตามดังนี้

  • ขั้นตอนสมัครที่ 1 ให้คลิกไปยังเข้าสู่ระบบบัญชี ฟีฟ่า (FIFA) และจากนั้นก็ให้ส่งแบบฟอร์มสมัครใช้ฟีฟ่าพาส โดยให้กรอกชื่อ และหมายเลขหนังสือเดินทางของคุณ ในแบบฟอร์มสมัครใช้ฟีฟ่าพาส ควรกรอกให้ตรงกับที่ปรากฏในหนังสือเดินทางของคุณ
  • ขั้นตอนสมัครที่ 2 จากนั้นก็ให้กดบันทึกรหัส ที่ด้านบนของหน้ายืนยันการสมัครของคุณ หากมีตั๋วมากกว่า 1 ใบ โดยคุณสามารถส่งรหัสของคุณให้เขาได้ จากนั้นพวกเขาก็จะต้องสร้าง FIFA ID โดยใช้ชื่อเต็มตามหนังสือเดินทาง ต่อมาก็ให้สมัครใช้ฟีฟ่าพาส โดยใช้รหัส
  • ขั้นตอนสมัครที่ 3 ก็จะเริ่มกระบวนการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาได้จากเว็บไซต์ www.state.gov โดยจะให้เลือกประเทศสัญชาติ และประเทศที่พำนักอาศัยอยู่ จากนั้นก็จะให้กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 โดยต้องมีชื่อ และหมายเลขหนังสือเดินทาง ต้องตรงกับข้อมูลที่ระบุไว้ในการสมัคร FIFA PASS
  • ขั้นตอนสมัครที่ 4 ต่อมาก็จะถูกกำหนดวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า โดยจะมีการอัปโหลดรูปถ่ายปัจจุบัน และจากนั้นก็ให้ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า ถ้าหากข้อมูลของคุณในระบบวีซ่าตรงกับข้อมูลผู้ถือบัตรของ FIFA จะได้รับสิทธิ์ในการนัดหมายแบบพิเศษสำหรับฟีฟ่าพาส

ที่มา: Travel, Visas and FIFA Pass (4 กุมภาพันธ์ 2026) [2]

บัตรประจำตัวแฟนบอล สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะอะไร?

โดยสำหรับ ถ้าย้อนกลับไปในการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อช่วงปี 2018-2022 ที่จัดขึ้นในประเทศรัสเซีย และในประเทศกาตาร์ โดยเจ้าภาพได้นำระบบ Fan ID และ Hayya Card มาใช้เป็นเอกสารผ่านเข้าเมืองแทนวีซ่าอย่างประสบความสำเร็จ โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 1-2 ล้านคนทั่วโลก

จากนั้นต่อมาในปี 2026 ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบสนับสนุนที่เรียกว่า ฟีฟ่าพาส (FIFA PASS) แทนถือว่าเป็นระบบยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะใช้รับสิทธิ์พิเศษในการพิจารณาวีซ่า ทำให้สามารถเข้าสัมภาษณ์ได้แบบเร่งด่วนกว่าผู้อื่นๆ

ขั้นตอนลงทะเบียนออนไลน์ ในการไปชมบอลโลก เป็นอย่างไร?

ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม

ผู้ถือตั๋วเข้าชมการแข่งขันของ FIFA สามารถเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อกดยอมรับเงื่อนไขและรับรหัส KEY จากระบบฟีฟ่าพาส เพื่อนำไปกรอกเชื่อมโยงกับแบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 ของสถานทูตสหรัฐ โดยระบบนี้เริ่มมีการใช้ครั้งแรกตั้งแต่ 2025-2026 และใช้อย่างจริงจังในการแข่งบอลโลก 2026

โดยวีซ่าบอลโลกชนิดนี้ ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุลไปยังทั่วโลกมากกว่า 400 คนเพื่อที่จะรองรับความต้องการวีซ่าจากบุคคลอื่นๆ ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของโลก โดยการนัดหมายของวีซ่าจะใช้เวลาเพียง 60 วันเท่านั้น (18 พฤศจิกายน 2025) [3]

สรุป ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม การขอวีซ่าเข้าประเทศ

สรุป ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม คำตอบคือจะจำเป็นต้องขอวีซ่าทั้ง 3 ประเทศ แต่สำหรับการขอวีซ่านั้นอาจจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานซึ่งอาจจะนานกว่า 3 เดือน แต่ผู้ที่มีตั๋วบอลโลกก็สามารถใช้กระบวน ฟีฟ่าพาส เพื่อนัดหมายในการขอวีซ่าได้อย่างเร่งด่วน สำหรับการเข้าประเทศเจ้าภาพ

การมีตั๋วบอลโลกแล้ว จะการันตีวีซ่าผ่าน ได้จริงหรือไม่?

โดยสำหรับ การมีตั๋วบอลโลกแล้ว จะการันตีวีซ่าผ่านได้จริงหรือไม่ คำตอบคือตั๋วบอลโลกและเอกสาร ฟีฟ่าพาส เป็นเพียงหลักฐานสนับสนุนชั้นดีในการพิสูจน์วัตถุประสงค์การเดินทางเท่านั้น แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้

การไปดูบอลโลก ควรระวังเรื่องอายุพาสปอร์ต เพราะอะไร?

โดยสำหรับการไปดูบอลโลก ควรระวังเรื่องอายุพาสปอร์ต เพราะการเข้าไปยังประเทศอื่นๆ จะมีหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อพาสปอร์ตหมดอายุอาจจะทำให้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้ ซึ่งควรมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือแนะนำให้ครอบคลุมอย่างน้อย 1 ปีนับจากวันที่เดินทางกลับ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง