
ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม การขอวีซ่าเข้าประเทศ
- จินนักเขียน
- 72 views

เนื่องจากการ ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม คำตอบคือต้องใช้วีซ่าปกติของแต่ละประเทศเจ้าภาพ โดยการที่มีตั๋วเข้าชมการแข่งขันบอลโลก ก็ไม่ได้แปลว่าจะการันตีว่าจะได้รับวีซ่า หรือการอนุญาตให้เข้าประเทศที่จัดการแข่งขันได้ ซึ่งควรที่จะทำเรื่องวีซ่าให้เรียบร้อยก่อนที่จะจองตั๋วบอลโลก
โดยสำหรับการ ไขข้อสงสัยวีซ่าที่ใช้ไปดูบอลโลก ต้องขอวีซ่าในประเภทท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ ซึ่งตั๋วเข้าชม ฟุตบอลโลก 2026 ไม่สามารถใช้แทนวีซ่าได้ แต่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการเข้าประเทศได้ เพื่อขอคิวนัดหมายด่วนพิเศษ โดยวีซ่าที่ต้องขอจะมีรายละเอียดตามดังนี้
เงื่อนไขการเข้า ประเทศเจ้าภาพบอลโลก การเดินทางไปดูฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน แฟนบอลชาวไทยจำเป็นต้องยื่นขอ วีซ่าท่องเที่ยว เพื่อท่องเที่ยวแบบปกติของแต่ละประเทศ เนื่องจากไม่มีนโยบายยกเว้นวีซ่าพิเศษเหมือนในอดีต
วีซ่าในแต่ละประเทศนั้น มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะสืบเนื่องมาตั้งแต่ในปี 1855-1995 เป็นช่วงที่ได้เริ่มใช้ วีซ่าเป็นครั้งแรก เพื่อการเดินทางข้ามประเทศต่างๆ ซึ่งจากนั้นก็ได้ลงนามการใช้วีซ่าในหลายประเทศของทวีปยุโรป นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนโยบายวีซ่า (11 กันยายน 2023) [1]
ซึ่งสำหรับ พาสปอร์ตไทย มีเพียงประเทศเม็กซิโกเท่านั้นที่ให้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าได้สูงสุด 180 วัน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องเป็นผู้ถือวีซ่าสหรัฐแบบ B1 และ B2 และจำเป็นต้องยังไม่หมดอายุ ซึ่งส่วนในประเทศอื่นๆอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดาไม่มีนโยบาย ฟรีวีซ่า (Visa Free) ให้กับชาวไทย
เพราะฉะนั้นจึงทำให้แฟนบอลชาวไทย จึงต้องเตรียมค่าธรรมเนียมในการยื่นวีซ่าสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 6,400 บาท รวมไปถึงวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดาอีกซึ่งจะมีราคาค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท โดยสำหรับการไปดูบอลโลกจะจำเป็นต้องขอวีซ่าหลักที่ประกอบไปด้วย วีซ่าของทั้ง 2 ประเทศ
โดยการ ลงทะเบียนแบบเร่งในการเข้าประเทศ โดยเป็นกระบวนการของ FIFA PASS ที่ให้โอกาสแก่ผู้ถือตั๋ว FIFA World Cup 2026 โดยจะช่วยให้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาแบบเร่งด่วนได้ โดยจะมีขั้นตอนการสมัครฟีฟ่าพาส ได้ตามดังนี้
ที่มา: Travel, Visas and FIFA Pass (4 กุมภาพันธ์ 2026) [2]
โดยสำหรับ ถ้าย้อนกลับไปในการแข่งขันฟุตบอลโลกเมื่อช่วงปี 2018-2022 ที่จัดขึ้นในประเทศรัสเซีย และในประเทศกาตาร์ โดยเจ้าภาพได้นำระบบ Fan ID และ Hayya Card มาใช้เป็นเอกสารผ่านเข้าเมืองแทนวีซ่าอย่างประสบความสำเร็จ โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้งานมากกว่า 1-2 ล้านคนทั่วโลก
จากนั้นต่อมาในปี 2026 ได้เปลี่ยนมาใช้ระบบสนับสนุนที่เรียกว่า ฟีฟ่าพาส (FIFA PASS) แทนถือว่าเป็นระบบยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เพื่อที่จะใช้รับสิทธิ์พิเศษในการพิจารณาวีซ่า ทำให้สามารถเข้าสัมภาษณ์ได้แบบเร่งด่วนกว่าผู้อื่นๆ

ผู้ถือตั๋วเข้าชมการแข่งขันของ FIFA สามารถเข้าสู่ระบบออนไลน์เพื่อกดยอมรับเงื่อนไขและรับรหัส KEY จากระบบฟีฟ่าพาส เพื่อนำไปกรอกเชื่อมโยงกับแบบฟอร์มขอวีซ่า DS-160 ของสถานทูตสหรัฐ โดยระบบนี้เริ่มมีการใช้ครั้งแรกตั้งแต่ 2025-2026 และใช้อย่างจริงจังในการแข่งบอลโลก 2026
โดยวีซ่าบอลโลกชนิดนี้ ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุลไปยังทั่วโลกมากกว่า 400 คนเพื่อที่จะรองรับความต้องการวีซ่าจากบุคคลอื่นๆ ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของโลก โดยการนัดหมายของวีซ่าจะใช้เวลาเพียง 60 วันเท่านั้น (18 พฤศจิกายน 2025) [3]
สรุป ไปดูบอลโลก ใช้วีซ่าไหม คำตอบคือจะจำเป็นต้องขอวีซ่าทั้ง 3 ประเทศ แต่สำหรับการขอวีซ่านั้นอาจจะต้องใช้เวลาอย่างยาวนานซึ่งอาจจะนานกว่า 3 เดือน แต่ผู้ที่มีตั๋วบอลโลกก็สามารถใช้กระบวน ฟีฟ่าพาส เพื่อนัดหมายในการขอวีซ่าได้อย่างเร่งด่วน สำหรับการเข้าประเทศเจ้าภาพ
โดยสำหรับ การมีตั๋วบอลโลกแล้ว จะการันตีวีซ่าผ่านได้จริงหรือไม่ คำตอบคือตั๋วบอลโลกและเอกสาร ฟีฟ่าพาส เป็นเพียงหลักฐานสนับสนุนชั้นดีในการพิสูจน์วัตถุประสงค์การเดินทางเท่านั้น แต่ไม่สามารถการันตีผลวีซ่าได้
โดยสำหรับการไปดูบอลโลก ควรระวังเรื่องอายุพาสปอร์ต เพราะการเข้าไปยังประเทศอื่นๆ จะมีหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อพาสปอร์ตหมดอายุอาจจะทำให้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศได้ ซึ่งควรมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หรือแนะนำให้ครอบคลุมอย่างน้อย 1 ปีนับจากวันที่เดินทางกลับ

