โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม การฝึกโยคะเพื่อหุ่นที่ดี

โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม

เนื่องจาก โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม การเล่นโยคะนั้นจะสามารถช่วยเร่งระบบเผาผลาญได้ทั้งทางตรง และทางอ้อม ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เผาผลาญพลังงานได้เร็วเท่าการวิ่ง หรือคาร์ดิโอหนักๆ แต่มีจุดเด่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญในระยะยาว

  • กลไกการฝึกโยคะ เป็นอย่างไร
  • อัตราการเต้นของหัวใจ จากการฝึกโยคะ
  • อธิบายสไตล์โยคะ ที่เน้นการเผาผลาญ

ทำความเข้าใจ กลไกการฝึกโยคะ เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับกลไกการฝึกโยคะ จะมีการทำงานผ่านกลไกการประสานกัน ระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย และการควบคุมลมหายใจ รวมไปถึงการฝึกจิต โดยจะเน้นไปที่การสร้างสมดุลของระบบต่างๆภายใน เมื่อผู้ฝึกยืดเหยียดหรือค้างท่าในตำแหน่งที่ถูกต้อง กลไกนี้จะเข้าไปกระตุ้นอวัยวะภายใน

ผลลัพธ์จากการฝึกโยคะทำให้สภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงเป็นส่วนที่ทำให้โยคะเริ่มนิยมมากขึ้น เพราะเนื่องจากในปี 2025-2027 ที่มีการคาดการณ์จำนวนผู้ฝึกมากกว่า 120 ล้านคนพึ่งพาคลาสเรียนออนไลน์เป็นหลัก และสามารถที่จะทำให้การฝึกโยคะทั่วโลกจะมีมูลค่า 66.2 พันล้านดอลลาร์ (2026) [1]

ในมุมมองวิทยาศาสตร์ โยคะช่วยเผาผลาญพลังงาน ได้อย่างไร?

โดยสำหรับใน มุมมองวิทยาศาสตร์การฝึกโยคะ ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มความยืดหยุ่น แต่ส่งผลโดยตรงต่อระบบเผาผลาญผ่านการสร้างมวลกล้ามเนื้อ และการควบคุมฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการสะสมไขมันหน้าท้อง จึงบอกได้ว่าการฝึกโยคะช่วยเร่งการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี

โดยจากข้อมูลที่ทางเราได้สำรวจถึง ผลลัพธ์ที่ได้รับจากการฝึกโยคะ ซึ่งพบว่ากลุ่มตัวอย่างที่ฝึกโยคะอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารลดลงเฉลี่ย 0.11 มิลลิโมลต่อลิตร เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย จึงทำให้การออกกำลังกายชนิดนี้ ช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมัน

อัตราการเต้นของหัวใจ จากการฝึกโยคะ เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับ อัตราการเต้นของหัวใจ สำหรับการฝึกโยคะ เมื่อทำท่าค้างไว้ จะสามารถช่วยกระตุ้น Heart Rate ให้สูงขึ้นได้ถึง 60-70% ของอัตราการเต้นสูงสุด เทียบเท่ากับการออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอระดับปานกลาง จึงกล่าวได้ว่าการฝึกโยคะ ด้วยการทำท่าทางต่างๆค้างไว้ จะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

การสำรวจในปี 2020-2021 งานวิจัยของแพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวว่าระบบเผาผลาญ เป็นหนึ่งในกุญแจหลักเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น โดยการฝึกโยคะอย่างน้อย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งสำหรับ 1 สัปดาห์อย่างน้อยให้ฝึก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ (24 พฤศจิกายน 2021) [2]

อธิบายสไตล์โยคะ ที่เน้นการเผาผลาญ เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับสไตล์โยคะ ที่เน้นการเผาผลาญ จะมีหลักสูตรโยคะเฉพาะที่เน้นการเผาผลาญแคลอรีเป็นหลักได้แก่ วินยาสะ, พาวเวอร์โยคะ และอัษฎางค์โยคะ รวมไปถึงการฝึกโยคะร้อน นอกจากนี้การฝึกโยคะที่เร่งการเผาผลาญได้ดี และใช้พละงานมากขึ้น ควรทำตามรายละเอียดตามดังนี้

  1. การขยับก้นไม่หยุด ไม่ใช่แค่นั่งสมาธินิ่งๆ แต่เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายตามลมหายใจ โดยจะเป็นการฝึกท่าหนึ่ง ต่อไปอีกท่าหนึ่งเหมือนการเต้นรำ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
  2. การเน้นกำลังกล้ามเนื้อ จะมีท่าจำพวกสควอช และแพลงก์ หรือการทรงตัวด้วยแขนบ่อยๆ ซึ่งช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และสามารถที่จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. การทำให้เหงื่อท่วมตัว โดยสำหรับหลายคลาสจะฝึกในห้องอุณหภูมิสูง หรือใช้ความเร็วเข้าช่วย เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ และขับเหงื่อออกมาได้ดีมากขึ้น จึงทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีมากขึ้น
  4. ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ซึ่งด้วยจังหวะของหัวใจที่รวดเร็ว และต่อเนื่องมากขึ้น จะทำให้การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอไปพร้อมกันและช่วยให้ร่างกายฟิตมากขึ้น เหมาะสำหรับกับการทำท่าอื่นๆต่อไป

แนะนำท่าโยคะ ที่เน้นการเผาผลาญ คือท่าอะไร?

โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม

โดยสำหรับท่าโยคะที่เน้นการเผาผลาญ จะเป็นท่าที่ช่วยเบิร์นไขมันที่ดีที่สุด โดยการฝึกเพียง 1 ชั่วโมงก็จะสามารถเผาผลาญได้ตั้งแต่ 327-485 แคลอรีขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว และความเข้มข้นของการฝึกในท่านั้นๆ ซึ่งทางเรานั้นได้หยิบมา 5 ท่าที่เน้นการเผาผลาญแคลอรีในร่างกาย โดยมีรายละเอียดตามดังนี้

  • ท่าที่ 1 ท่าไหว้พระอาทิตย์ (Sun Salutation) ท่านี้คือที่สุดของการเผาผลาญ เพราะเป็นการร้อยเรียง 12 ท่าเข้าด้วยกันแบบต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นระบบหัวใจและการไหลเวียนเลือดไปทั่วร่าง
  • ท่าที่ 2 ท่าเก้าอี้ (Chair Pose) ให้จินตนาการว่ากำลังนั่งบนเก้าอี้ล่องหน ท่านี้จะเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาและก้นซึ่งเป็นมัดที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ช่วยเร่งการเบิร์นได้ดีสุดๆ
  • ท่าที่ 3 ท่านักรบ (Warrior Poses) ทั้งท่านักรบ 1 และ 2 ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ขาและแกนกลางลำตัว การค้างท่านี้นานๆ จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ต่อเนื่อง
  • ท่าที่ 4 ท่าแพลงก์ (Plank Pose) ท่าพื้นฐานที่ใช้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่แขน ไหล่ ท้อง ไปจนถึงขา เป็นท่าที่เผาผลาญแคลอรีต่อนาทีได้สูงมาก
  • ท่าที่ 5 ท่าเรือ (Boat Pose) เน้นการเกร็งหน้าท้องเพื่อทรงตัว ช่วยกระชับพุงและเพิ่มความฟิตให้กล้ามเนื้อแกนกลาง
  • ท่าที่ 6 ท่างู (Cobra Pose) เป็นท่าที่จะช่วยยืดเหยียดหน้าท้อง และกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น

โยคะร้อน สามารถเพิ่มการเผาผลาญได้ จริงหรือไม่?

โดยสำหรับการฝึกโยคะร้อน นั้นจะเน้นการฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 40 องศาเซลเซียส ช่วยเร่งระบบไหลเวียนโลหิต และขับเหงื่อได้มากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพุ่งสูงขึ้น เพราะฉะนั้นสำหรับโยคะร้อน จึงช่วยเร่งระบบเผาผลาญได้ดีกว่าโยคะปกติ

โดยในช่วงปีประมาณ 1970-2019 เป็นจุดเริ่มต้นของหลักสูตรโยคะร้อน ในตอนแรกจะมีท่าฝึกประมาณ 26 ท่า และจัดให้ทำต่อเนื่องประมาณ 90 นาที จากนั้นในปี 2019 มีการปรับเปลี่ยนโยคะร้อนให้เป็น โยคะสมัยใหม่ เพราะเนื่องจากคดีความที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ (20 มิถุนายน 2023) [3]

สรุป โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม การฝึกโยคะ

สรุป โยคะเร่งระบบเผาผลาญ ใช่ไหม คำตอบคือใช่ เพราะเนื่องจากการฝึกโยคะนั้น จะเร่งการเต้นของหัวใจ และช่วยขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวน จึงจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นจึงได้แนะนำท่าโยคะที่เน้นการเผาผลาญ และสไตล์โยคะร้อนที่ช่วยเร่งการเผาผลาญ

ฝึกโยคะตอนเช้า ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น จริงไหม?

ฝึกโยคะตอนเช้า ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น เพราะการฝึกโยคะช่วงเช้าช่วยกระตุ้นระบบประสาท ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญได้มีประสิทธิภาพต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ฝึกโยคะ ควรฝึกกี่นาที ควรฝึกเพียง 20-30 นาทีในตอนเช้า ช่วยลดความอยากอาหาร และลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ

จะเห็นผลลัพธ์ เรื่องการลดน้ำหนักได้ ต้องเล่นโยคะนานแค่ไหน?

จะเห็นผลลัพธ์ เรื่องการลดน้ำหนักได้ โดยปกติแล้วจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายชัดเจน ในช่วงประมาณ 6-12 สัปดาห์ หากฝึกอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ พร้อมกับการควบคู่ไปกับการคุมอาหาร จะสามารถช่วยให้ลดไขมันได้เป็นจำนวนมาก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง