
เจาะลึกเรื่องลับ หุ้นสาบสูญ รวมปัญหาทั้งหมด
- MY Kismet
- 73 views

เจาะลึกเรื่องลับ หุ้นสาบสูญ รวมปัญหาทั้งหมด หุ้นที่หายสาบสูญไปทั้งหมด มีหลายหุ้นที่เคยได้รับความสนใจ และเคยมีบทบาทสำคัญในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้นำ กลุ่มหุ้นราคาสูงที่กำไรดี และหุ้นเติบโตที่นักลงทุนคาดหวัง แต่ตอนนี้หุ้นเหล่านั้นหายไปไหน เรามาหาคำตอบกัน
หุ้นที่หายสาบสูญ คือ หุ้นที่เคยได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจของนักลงทุน แต่ตอนนี้หุ้นเหล่านั้นได้หายไปแล้ว หุ้นบางตัวถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่หุ้นบางตัวล้มละลายจากคำสั่งศาล และยังมีหุ้นอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกซื้อกิจการ เพื่อดึงฐานลูกค้าไปใช้กับบริษัทใหม่
หุ้นสองตัวนี้ไม่เหมือนกัน หุ้นที่ราคาลงเป็นหุ้นที่ราคาลดลงในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่หุ้นที่หายสาบสูญนั้น เป็นหุ้นที่ไม่มีโอกาสเติบโต หรือมีผลประกอบการติดลบเป็นระยะเวลานาน อีกทั้งยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีก ในท้ายที่สุดก็หายไปจากตลาดหลักทรัพย์
ปัญหาแรกที่มักจะพบ คือเรื่องผลประกอบการติดลบติดต่อกันเป็นเวลานาน อีกทั้งโอกาสในการทำกำไรก็แทบจะไม่มี ทำให้ภาพรวมบริษัทไม่สามารถไปต่อได้ นักลงทุนที่เคยร่วมลงทุนก็เริ่มถอนตัว และไม่มีนักลงทุนหน้าใหม่คนไหนสนใจเลย ทำให้โอกาสฟื้นฟูน้อยมาก
เรื่องแรกที่ต้องเจอคือหนังสือเตือนจากตลาดหลักทรัพย์ ระยะเวลาการเตือนมีตั้งแต่ 30-180 วัน แตกต่างกันไปตามวาระที่ให้แก้ไข หากบริษัทไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในช่วงเวลาที่กำหนด บริษัทมีอำนาจในการยื่นคำร้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณายื่นอุทธรณ์คดีให้ได้
ตัวอย่างเช่น หากราคาหุ้นมีน้อยกว่า 1 ดอลลาร์ ติดต่อกันนานกว่า 30 วัน ตลาดหลักทรัพย์จะออกหนังสือเตือนให้แก้ไข โดยมีระยะเวลาในการแก้ไข 180 วันก่อนพิจารณา และหากมีข้อพิพาทอื่นๆ ระยะเวลาในการแก้ไขก็จะต่างกันไป (3 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
หุ้นตัวไหน หายไปจาก ตลาดหลักทรัพย์ ตอบได้เลยว่า Sears Holding เป็นบริษัทที่ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2018 โดยที่ตอนนี้มีสัญลักษณ์ในการซื้อขายคือ OTC:SHLDQ ปัจจุบันยังมีการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์อยู่ (8 พฤษภาคม 2026) [2]
บริษัทดัง ที่หายสาบสูญไปมีอยู่หลายบริษัท ได้แก่ Enron, Lehman Brothers และ Sears บริษัทเหล่านี้เคยเป็นผู้นำตลาด อีกทั้งยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ในช่วงท้ายๆ บริษัทเหล่านี้เจอกับปัญหาเศรษฐกิจและเข้าสู่การล้มละลายทั้งหมด
หุ้นที่หายสาบสูญส่วนใหญ่ถูกจัดเป็น หุ้นที่มีมูลค่าแพง เพราะช่วงยุคสมัยแรกหุ้นเหล่านั้น มีกระแสตอบรับที่ดีในกลุ่มนักลงทุน อีกทั้งยังมีผลประกอบการที่ดี ทำให้มูลค่าหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากเจอกับวิกฤตต่างๆ มูลค่าหุ้นกลับร่วงลงและนักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นทิ้งทั้งหมด
หากจำนวนผู้ถือหุ้นน้อยลง จุดนี้เป็นผลกระทบแน่นอน เพราะนักลงทุนหน้าใหม่ๆ จะมองว่าบริษัทไม่มีความน่าเชื่อถือ และภาพรวมบริษัทมีโอกาสขาดสภาพคล่องสูง ซึ่งนักลงทุนหน้าใหม่ส่วนใหญ่เลือกที่จะมองข้ามบริษัทเหล่านี้ และจำนวนรายได้ของบริษัทจะลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย
สำหรับการลงทุน หากบริษัทไหนเติบโตได้ยาก บริษัทแห่งนั้นมักขาดศักยภาพในการพัฒนา และผู้บริหารของบริษัทมักขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำ ซึ่งเรื่องนี้ถูกจัดเป็นการประเมินโครงสร้างก่อนการลงทุน และหากไม่ผ่านการประเมิน นักลงทุนส่วนใหญ่จะมองว่าการลงทุนนี้ไม่คุ้มค่า
บริษัทในตำนาน ณ ช่วงเวลานี้หายสาบสูญไปแล้วหลายบริษัทเช่น Blockbuster, Xerox และ Kodak แต่ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ เพียงแค่เปลี่ยนบทบาทไป เช่น Nintendo, Nokia และ Fujifilm บริษัทเหล่านี้เดิมทีมีชื่อเสียงจากอีกธุรกิจ แต่ตอนนี้เริ่มเส้นทางกิจการใหม่แล้ว
ในมุมของนักวิเคราะห์ หากหุ้นตัวไหนยังคงมีการซื้อขาย แน่นอนว่ายังจะมีการวิเคราะห์ราคาหุ้นอยู่ เพียงแต่บริษัทที่สาบสูญส่วนใหญ่ล้มละลายไปหมดแล้ว จึงไม่สามารถวิเคราะห์มูลค่าได้ เพราะจะถือว่าเป็นหุ้นที่ไม่มีมูลค่าอีกต่อไป

ภาพรวม เจาะลึกเรื่องลับหุ้นสาบสูญ หุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นที่ถูกตลาดเพิกถอนสิทธิ์ในการซื้อขาย แต่ก็ยังมีหลายบริษัทที่ยังซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์อยู่ และยังมีอีกหลายบริษัทที่ตอนนี้ล้มละลายไปแล้ว จึงไม่เห็นอยู่ในสายตาของนักลงทุน

