
ตอบปัญหา บริษัทในตำนาน หายไปได้ยังไง
- MY Kismet
- 89 views

บริษัทในตำนาน หายไปได้ยังไง คำตอบ บริษัทเหล่านั้นหายไปเพราะการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เทรนด์ความนิยม และยังมีเรื่องของการแข่งขันเข้าร่วมด้วย ทำให้การเติบโตของบริษัทชะลอตัวลง ซึ่งเราจะพาไปดูว่าสาเหตุร่วมอื่นๆ ว่ามีอะไรบ้าง ที่ทำให้บริษัทเหล่านั้นหายไป
ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของการปรับตัวที่ล่าช้า ทำให้เมื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน บริษัทเหล่านี้มักขาดคุณสมบัติและพ่ายแพ้ในท้ายที่สุด สิ่งที่ตามมาคือความเชื่อถือของนักลงทุนลดน้อยลง เป็นผลให้หุ้นส่วนใหญ่ถูกเทขายทิ้งในราคาต่ำกว่าตลาด
บริษัทดังเหล่านี้ยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ และเชื่อมั่นใน หุ้นที่มีมูลค่าแพง ของตัวเองสูงทำให้ภาพรวมบริษัทดูไม่พัฒนาเท่าที่ควร อีกทั้งการยึดติดในอุดมการณ์นี้ อาจส่งผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจใหม่ที่ไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัท BlackBerry ที่ไม่ยอมปรับตัวในทันต่อโลก
การพึ่งพาผลิตภัณฑ์เดียวทำให้บริษัทมีความเสี่ยงสูง หากสินค้าถูกทดแทนหรือไม่เป็นที่นิยม รายได้ในตลาดจะลดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ประจำปีของบริษัท และอาจทำให้ผลประกอบการภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่องได้ อาจถึงขั้นวิกฤตในท้ายที่สุด
แน่นอนว่าสร้างผลกระทบได้ เพราะผู้บริหารถือเป็นผู้นำสูงสุด ที่สามารถกำหนดทิศทางการดำเนินงานทั้งหมดของบริษัทได้ อีกทั้งยังสามารถกำหนดอนาคตโดยรวมได้ด้วย หากผู้บริหารตัดสินใจพลาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงถึงขั้นล้มละลายได้
บริษัทในตำนานส่วนใหญ่ เป็นองค์กรที่มีพันธนาการหลายจุด ทำให้การตัดสินใจในแต่ละครั้งล่าช้ามาก อีกทั้งยังยึดมั่นในโมเดลธุรกิจเดิม ซึ่งเป็นผลกระทบที่ทำให้การแข่งขันนั้น มีจุดบอดหลายจุดและไม่สามารถตามเกมของบริษัทคู่แข่งได้ทัน
Yahoo ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัท ที่ผิดพลาดเรื่องการบริหาร ทำให้ไม่สามารถตามคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ ถึงแม้ว่าในตอนนี้บริษัทนี้จะยังคงดำเนินกิจการอยู่ แต่ปริมาณรายได้ลดลงอย่างมหาศาล และยังอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างต่อเนื่องด้วย
การปรับตัวช้าก็เป็นผลกระทบร้ายแรงอีกอย่างหนึ่ง จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า 9 ใน 10 บริษัทพยายามที่จะปรับตัวเพื่อเข้าสู่ยุคเทคโนโลยี แต่มีเพียง 1 ใน 8 บริษัทที่สามารถทำได้ (16 พฤษภาคม 2023) [1] โดยที่บริษัทอื่นๆ ยังไม่สามารถที่จะปรับตัวได้ในช่วงเวลานี้
เป็นปัญหาแน่นอน เพราะในอนาคตโลกจะเข้าสู่ยุคดิจิทัลแล้ว และเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กร หากบริษัทไม่เปิดรับหรือไม่เปิดใจเข้าร่วม สิ่งนั้นสะท้อนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ทั้งเรื่องการจัดการ การวางแผนโครงการ และการยกระดับองค์กรด้วย
หากมองจากภาพรวมจะเห็นได้ว่า ตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเวลานี้ มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นผู้นำกลุ่มอยู่ ซึ่งการครองส่วนแบ่งในตลาดหลักทรัพย์ยังคงอยู่ในสัดส่วนที่สูง หากบริษัทไม่ปรับตัวเพื่อต้อนรับเทคโนโลยี แน่นอนภาพลักษณ์องค์กรทั้งหมด อาจถูกนักลงทุนเมินเฉยได้ในช่วงท้าย
แน่นอนว่ารอยรั่วสะสมเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่สามารถไปต่อได้ เช่น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทขาดกำไรทุกปี หรือแม้แต่โครงการไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อมูลค่าบริษัททั้งหมด และในท้ายที่สุดอาจทำให้บริษัทต้องปิดตัวลง
การขาดสภาพคล่อง ถือเป็นปัญหาทางการเงิน สิ่งนี้ลดแรงดึงดูดจากนักลงทุนได้ และยังเป็นภาพสะท้อนสำคัญของบริษัทที่ไม่สามารถชำระหนี้สินได้ จุดนี้ทำให้บริษัทโตได้ช้าและมันอาจทำให้บริษัทดูไม่มั่นคงในสายตานักลงทุน (1 กรกฎาคม 2021) [2]
จุดสำคัญที่ทำให้บริษัทกลับมายิ่งใหญ่ไม่ได้ คือ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดน้อยลง อีกทั้งยังมีการแข่งขันกับบริษัทหน้าใหม่ที่เป็นปัญหาอีก บริษัทหน้าใหม่เหล่านั้นมีอิสระสูง ในมุมของนักลงทุนบริษัทเหล่านั้น มีโอกาสเติบโตได้มากกว่าบริษัทที่เคยยิ่งใหญ่
ตัวอย่างเช่น บริษัท Nokia ที่เคยเป็นแบรนด์มือถือดังระดับโลก แต่ประเมินคู่แข่งอย่าง iPhone กับ Android ต่ำจนเกินไป และยึดติดอยู่กับโมเดลธุรกิจแบบเดิมๆ ทำให้บริษัทไม่สามารถเป็นคู่แข่งในตลาดได้ ซึ่งปัจจุบัน Nokia ได้ผันตัวไปอยู่ในอุตสาหกรรมเครือข่ายแล้ว

หน้าส่งท้าย บริษัทในตำนานหายไปได้ยังไง คำตอบคือ หายไปเพราะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีได้ สิ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญ ในอีกทางหนึ่งคือบริษัทเหล่านี้ ยึดมั่นในความสำเร็จเดิมจนมากเกินไป และยังมีเรื่องของความเชื่อถือของบริษัทที่ลดลงด้วย

