
สภาพอากาศ และเศรษฐกิจ บอลโลก 2026 แข่งขันบอล
- จินนักเขียน
- 64 views

เนื่องจาก สภาพอากาศ และเศรษฐกิจ บอลโลก 2026 ถือว่ามีวิกฤตสภาพอากาศรุนแรง และเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมหาศาล ภายในประเทศเจ้าภาพที่จัดขึ้น 3 ประเทศเจ้าภาพร่วมได้แก่ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา ที่กำลังเผชิญหน้ากันกับคลื่นความร้อน
สภาพอากาศ ที่ส่งผลต่อการแข่งบอลโลก จัดขึ้นในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2026 ท่ามกลางความตื่นตัวด้านภูมิอากาศ สภาพอากาศ บอลโลก 2026 ใน 16 เมืองเจ้าภาพสหรัฐ และแคนาดา รวมไปถึงเม็กซิโก ที่มีสภาพอากาศแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งเคยมีความร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียส
ทีมนักวิจัยจากอังกฤษที่เปิดเผยว่าทัวร์นาเมนต์บอลโลก เป็นสิ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่เคยจัดตั้งขึ้นมา โดยต้นตอเกิดจากการขยายตัวเชิงพาณิชย์ที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งในการแข่งขันบอลโลกในช่วงปี 1998-2026 ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างการเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วมจาก 32 เป็น 48 ทีม นับเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันครั้งแรก (20 มิถุนายน 2026) [1]
โดยคลื่นความร้อน หรือเรียกว่า เอลนีโญ ผลกระทบต่อบอลโลก 2026 ส่งผลกระทบต่อทั้งนักกีฬา และแฟนบอล ซึ่งทางองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) อธิบายว่าเดือนมิถุนายนปี 2026 มีโอกาสสูงถึง 80% ที่จะเกิดปรากฏการณ์ เอลนีโญ จากจุดสังเกตที่อุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้สูงขึ้นอีก 0.2 องศาเซลเซียส
โดยในช่วงปี 1997-1998 เคยได้เกิดเอลนีโญครั้งใหญ่ โดยถูกเรียกว่าเอลนีโญที่มีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้อุณหภูมิบนผิวน้ำทะเลพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติมากถึง 2.5 องศาเซลเซียส ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าช่วงปลายปี 2026-2027 อาจก่อให้เกิดเอลนีโญถึง 50-70% (25 เมษายน 2026) [2]
การเตรียมพร้อมรับมือ สภาพอากาศในสนามแข่งบอลโลก 2026 ที่ต้องเผชิญหน้ากับ คลื่นความร้อนในฤดูร้อน, พายุฝนฟ้าคะนอง และความกดอากาศสูงในพื้นที่สูง โดยการเตรียมความพร้อมของทางบอลโลกจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้
มิติใหม่เศรษฐกิจบอลโลก 2026 ในประเทศเจ้าภาพทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ทำให้เศรษฐกิจกระจายความเสี่ยง และเน้นประสิทธิภาพเทคโนโลยี แตกต่างจากฟุตบอลโลกในอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยมีมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงถึง 40,000-80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยในประวัติศาสตร์ฟีฟ่า (FIFA) เคยมีการคาดการณ์รายได้เกิน 11,000 ล้านดอลลาร์ ถือว่าสูงกว่าการแข่งขันครั้งก่อนๆอย่างมาก แถมยังสร้างงานให้กับชาวแคนาดาเพิ่มมากกว่า 24,000 ตำแหน่งที่เชื่อมโยงกันกับกิจกรรมบอลโลก และมีผลผลิตทางเศรษฐกิจประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์ในแคนาดา (17 มิถุนายน 2026) [3]
บอลโลก 2026 สร้างรายได้ให้เจ้าภาพเท่าไร สูงถึง 40,000-80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 1.4-2.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการรายงานผลทางเศรษฐกิจจาก Oxford Economics โดยถ้าแยกแยะรายได้ระหว่าง ประเทศเจ้าภาพ และรายได้เฉพาะเมืองเจ้าภาพ รวมไปถึงรายได้ของฟีฟ่า ตามดังนี้

โดยต้นทุนที่รัฐท้องถิ่นแบกรับไว้ ในการจัดบอลโลกมีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 100-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเมืองอย่างเช่น แวนคูเวอร์ และโทรอนโต มีค่าใช้จ่ายรวมทะลุ 300-700 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพราะข้อตกลงกับฟีฟ่าระบุให้เมืองเจ้าภาพเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน
ซึ่งสำหรับต้นทุนที่ทางรัฐท้องถิ่น ต้องแบกรับจะได้แก่ ค่าระบบความปลอดภัย, การปรับปรุงสนามแข่งขันตามมาตรฐานของฟีฟ่า และระบบขนส่งสาธารณะ รวมไปถึงการจัดเทศกาลแฟนฟีฟ่า ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เหล่ารัฐบาล ต้องแบกรับไว้ในการจัดบอลโลก
สรุป สภาพอากาศ และเศรษฐกิจบอลโลก 2026 โดยมีสภาพอากาศวิกฤตความร้อนจัด และพายุแปรปรวน ทางด้านเศรษฐกิจมีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล แต่กระจายตัวแบบชั่วคราว เพราะฉะนั้นทางเราจึงได้อธิบายถึง สภาพอากาศที่แปรปรวน และเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการแข่งขันบอลโลก
โดยสำหรับ บอลโลก 2026 ต่างจากปี 2022 ยังไง โดยต่างกันใน 3 มิติคือ มิติแรกจำนวนทีมเพิ่มจาก 32 เป็น 48 ทีม มิติที่สองสภาพอากาศเปลี่ยนจากหน้าหนาว มาเป็นหน้าร้อนสุดขั้วในอเมริกาเหนือ จึงถือว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมาก ในการแข่งขันบอลโลกในปีนี้ และปีก่อน
โดยการเตรียมตัว สำหรับไปดูบอลโลก ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในเมืองต่างๆ ควรระวังเรื่องข้อจำกัดด้านวีซ่า เนื่องจากสหรัฐมีอัตราการปฏิเสธวีซ่าของกลุ่มประเทศนอกยุโรปเฉลี่ยสูงถึง 33% และระบบตรวจคนเข้าเมืองระหว่าง 3 ประเทศไม่มีการใช้วีซ่าร่วมกัน

