ฝึกโยคะ เริ่มยังไง การเริ่มต้นฝึกโยคะ สำหรับมือใหม่

ฝึกโยคะ เริ่มยังไง

เนื่องจาก ฝึกโยคะ เริ่มยังไง สมควรที่จะเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ด้านร่างกาย และความพร้อมของอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการฝึกซ้อมโยคะ จากนั้นก็ให้เริ่มที่จะฝึกในแต่ละท่าที่เหมาะสมกับมือใหม่ แต่ก็ควรมีระยะเวลาที่เหมาะสม และข้อควรระวังในการฝึกซ้อม

  • เตรียมความพร้อม ก่อนฝึกโยคะ
  • การเตรียมร่างกาย ก่อนฝึกโยคะ
  • อธิบาย ท่าฝึกโยคะสำหรับมือใหม่

เตรียมความพร้อม ก่อนฝึกโยคะ ควรเตรียมอะไรบ้าง?

เนื่องจาก จากที่ได้กล่าวไปข้างต้น สำหรับการฝึกโยคะสิ่งที่ต้องเตรียมจะเป็นอุปกรณ์ และร่างกาย ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการฝึก โดยในด้านอุปกรณ์จะจำเป็นสำหรับบางท่าที่ต้องใช้อุปกรณ์ และร่างกายก็จำเป็นเพื่อรองรับการทำท่าต่างๆได้อย่างปลอดภัย

การฝึกโยคะในปี 1893- 1960 เป็นช่วงที่การฝึกโยคะเป็นที่นิยมในโลกตะวันตก และมีการเปลี่ยนแปลงมุมมองของโยคะ ซึ่งผู้คนมองว่าโยคะนั้นเป็นหนทางสู่การบรรลุธรรมทางจิตวิญญาณ ซึ่งมาพร้อมกับการฝึกที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น เป็นขบวนการต่อต้านวัฒนธรรมที่ตามกระแส (29 กรกฎาคม 2023) [1]

อุปกรณ์พื้นฐาน ที่ต้องใช้ในการฝึกโยคะ มีอะไรบ้าง?

อุปกรณ์พื้นฐาน ที่ต้องใช้ในการฝึกโยคะ ควรจะเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 500-2,500 บาทตามคุณภาพของวัสดุ ซึ่งอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องใช้จะได้แก่ หมอนรองแบบกลม, เสื่อโยคะ และก็ผ้าเช็ดตัว โดยถือว่าทั้ง 3 สิ่งนี้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานของการฝึกโยคะ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. หมอนรองทรงกลม จะจำเป็นต้องมีขนาด กว้าง 9 นิ้ว และยาว 24 นิ้ว จะใช้สำหรับการฝึกโยคะแบบ ปรานายามะ (Pranayama) ที่จะเน้นการฝึกลมปราณ โดยจะใช้หมอนรองบ่อยครั้ง
  2. เสื่อโยคะ จะต้องเสื่อประเภท เบาะปูรอง, พรมปูพื้น หรือจะเป็นผ้ารอง ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกัน โดยจะนำมาใช้ในการปูรองพื้นสำหรับการฝึกท่าต่างๆ แถมยังช่วยลดความเจ็บในการกดทับได้อีกด้วย
  3. ผ้าเช็ดตัว ซึ่งจะจำเป็นต้องมีขนาด กว้าง 30 นิ้ว และยาว 70 นิ้วขึ้นไป ผ้าจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ในการฝึกโยคะไม่ว่าจะเป็น การปูรองนอน, การรองศีรษะ และการหนุนด้านหลังต้นคอ

ที่มา: อุปกรณ์สำหรับการฝึกโยคะ (31 มกราคม 2021) [2]

การเตรียมร่างกาย ก่อนฝึกโยคะ ทำอย่างไร?

โดยสำหรับ การเตรียมร่างกายควรเว้นระยะหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการจุกเสียด สภาพแวดล้อมควรมีอุณหภูมิประมาณ 25-27 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นได้ดีที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะเริ่มการฝึกโยคะ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ จะมีเหตุผลหลักตามดังนี้

  1. การอบอุ่นร่างกาย (Warm-up) 5-15 นาที ช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อและข้อต่อ เตรียมความพร้อมให้ร่างกาย ซึ่งทฤษฎีดังกล่าวนี้เริ่มคิดค้น และพัฒนาตั้งแต่ในช่วงปี 1900-2000 ซึ่งเริ่มจากแนวคิดการอบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
  2. เพิ่มประสิทธิภาพในการฝึก ช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ร่างกาย และสามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะฉะนั้นจึงทำให้กล้ามเนื้อยืดขยายได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่สามารถทำท่าโยคะอื่นๆได้อย่างสบายๆ
  3. เตรียมความพร้อมทางจิตใจ การเตรียมตัวช่วยให้มีสมาธิ และจดจ่ออยู่กับลมหายใจ แถมยังทำให้การเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรวมกายและจิตเข้าด้วยกัน
  4. ลดอาการจุกเสียด เพราะเนื่องจากการเว้นระยะเวลาจากการทานอาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงช่วยให้ไม่เกิดอาการจุกเสียดระหว่างการบิดหรือก้มตัว
  5. ปรับสมดุลร่างกาย การอาบน้ำหรือทำความสะอาดร่างกาย ก่อนฝึกช่วยให้รู้สึกเย็นลง และพร้อมสำหรับการฝึกโยคะได้ จึงถือว่าเป็นการปรับอุณหภูมิให้แก่ร่างกายสงบมากขึ้น

อธิบาย ท่าฝึกโยคะ สำหรับมือใหม่

โดยสำหรับ โยคะกายภาพ ฝึกอย่างไร สำหรับมือใหม่นั้น จะเป็นท่าพื้นฐานท่าเท่านั้น ซึ่งสำหรับการฝึกโยคะในแต่ละท่าควรที่จะ หายใจเข้าออกให้ลึก และตรงกับจังหวะในการออกกำลัง เพื่อทำให้ร่างกายลื่นไหล และไม่รู้สึกเจ็บได้ง่ายๆ โดยในแต่ละท่าของลมหายใจ ไม่ควรฝืนร่างกายจนรู้สึกเจ็บ

จากข้อมูลการฝึกท่าโยคะต่างๆที่ทำให้เข้าถึงจิตวิญญาณ โดยเป็นผลพลอยมาจากในช่วงปี 2023-2024 ที่มีการเฉลิมฉลองวันโยคะสากล จึงได้จัดตั้งให้เป็นวันโยคะสากลอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปี จากการโปรโมตทำให้ธุรกิจโยคะส่วนใหญ่สูงถึง 1.2 ล้านล้านบาทไทย (2 กันยายน 2025) [3]

แนะนำ ท่าฝึกโยคะของมือใหม่ มีท่าอะไรบ้าง?

ฝึกโยคะ เริ่มยังไง

เนื่องจาก ท่าฝึกโยคะของมือใหม่ จะได้แก่ ท่าภูเขา, ท่าสุนัขก้มหน้า และท่าเด็ก ซึ่งทั้งสามท่านี้นั้นถือว่ามีหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกัน พร้อมกับประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกในแต่ละท่า โดยสำหรับประโยชน์ที่จะได้รับสำหรับท่าต่างๆ จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. ท่าภูเขา และท่าสุนัขก้มหน้าทั้ง 2 ท่านี้นั้นจะสามารถช่วยยืด กระดูกสันหลัง และเอ็นร้อยหวายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับทำให้สัดส่วนร่างกายส่วนหลังทำงานได้ดีมากขึ้น แถมยังพูดได้ว่าเป็นท่าที่ช่วยแก่ โรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งโรคนี้เสียงในกลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 16-44 ปี
  2. ท่าเด็ก ท่านี้ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจให้เข้าสู่สภาวะพักผ่อนภายใน 30-60 วินาที ผลสำรวจระบุว่าผู้ฝึกโยคะก่อนนอนช่วยให้คุณภาพการหลับดีขึ้นกว่าปกติถึง 35%

ข้อควรระวัง ในการฝึกโยคะของมือใหม่ คืออะไร?

โดยข้อควรระวัง ในการฝึกสำหรับมือใหม่ จะได้แก่ การฝึกที่เกินจำเป็น, การกลั้นหายใจ และการไม่ยืดเหยียดร่างกายก่อน และหลังเล่น และการที่ไม่แจ้งอาการบาดเจ็บก่อนเริ่มเรียน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้นั้นถือว่าเป็นผลเสียต่อผู้ฝึกโยคะอย่างมาก

ซึ่งอาจจะส่งผลให้ มีอาการบาดเจ็บด้านร่างกาย และข้อต่อต่างๆภายในร่างกายได้ จึงควรที่จะมีการฝึกที่เหมาะสมกับมือใหม่ และควรหายใจให้ตรงจังหวะในการฝึก รวมไปถึงควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนฝึก และหลังฝึกทุกครั้ง เพื่อเลี่ยงอาการบาดเจ็บที่จะตามมาภายหลัง

สรุป ฝึกโยคะ เริ่มยังไง การฝึกโยคะเพื่อสุขภาพ

สรุป ฝึกโยคะ เริ่มยังไง ควรเริ่มตั้งแต่ร่างกาย และการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการฝึก จากนั้นก็ให้เริ่มฝึกท่าโยคะที่เหมาะสมกับมือใหม่ และควรเป็นการฝึกที่เหมาะสมกับมือใหม่ ทั้งด้านระยะเวลาในการฝึก และการเลี่ยงอาการบาดเจ็บจากการฝึก ด้วยการอบอุ่นร่างกายเบื้องต้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสม กับการฝึกโยคะ คือช่วงเวลาไหน?

โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม กับการฝึกโยคะจะเป็นช่วงเวลาประมาณ 05:00-07:00 โมงเช้า เป็นช่วงที่ฮอร์โมนคอร์ติซอลต่ำ ช่วยให้จิตใจสงบ ชี้ว่าการฝึกเพียง 15-20 นาทีต่อวัน และมีการทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยลดความเครียดสะสมได้ชัดเจน และสามารถทำให้มีสมาธิมากขึ้น

มีน้ำหนักเยอะ สามารถฝึกโยคะ ได้ไหม?

เมื่อตัวผู้ฝึกมีน้ำหนักเยอะ สามารถฝึกโยคะได้แน่นอน จากกลุ่มผู้ฝึกโยคะหน้าใหม่ที่มีน้ำหนักมาก มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 40% ทั่วโลก เพราะโยคะเป็นกีฬา ที่เผาผลาญได้ราว 180-360 แคลอรีต่อชั่วโมง จึงถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักเยอะได้เป็นอย่างดี

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง