บอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม โรคติดต่อที่ระบาดอยู่

บอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม

เนื่องจาก บอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม คำตอบคือมีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสอีโบลาถือว่าต่ำมาก เพราะเนื่องจากในขณะนี้จะมีการระบาดของสายพันธุ์บุนดีบูโจ ภายในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และในยูกันดา จนได้องค์การอนามัยโลก ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับนานาชาติ

  • ข้องใจบอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม
  • เจาะลึกสายพันธุ์ อีโบลาแตกต่างจากเดิมอย่างไร
  • การคัดกรอง โรคอีโบลาในประเทศเจ้าภาพเป็นอย่างไร

ไขข้อข้องใจบอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม?

โดย ฟุตบอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาต่ำมาก เพราะจากโรคนี้นั้นจะไม่ได้แพร่กระจาย ไปยังอากาศ แต่ต้องเกิดการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโดยตรง จึงจะสามารถที่จะติดโรคติดต่อดังกล่าวนี้ได้ อีกทั้งภายใน 3 ประเทศมีการคัดกรองที่เข้มงวด ซึ่งเหตุผลปลอดภัยจากอีโบลา จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • เหตุผลที่ 1 ไม่ใช่โรคทางเดินหายใจ โดยสำหรับโรคอีโบลาแพร่ผ่านการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือของเหลวจากร่างกายผู้ป่วยที่มีอาการแล้วเท่านั้น ซึ่งจะไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ ผ่านการไอหรือจามในกลุ่มคนดูเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่
  • เหตุผลที่ 2 มาตรการกักตัวขั้นสูงสุด โดยภายใน 3 ประเทศเจ้าภาพที่ได้แก่ สหรัฐ, แคนาดา และเม็กซิโก ได้มีการประกาศจำกัดการเดินทางและบังคับกักตัว 21 วันสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดในแอฟริกา อย่างเช่น ดีอาร์คองโก และยูกันดา
  • เหตุผลที่ 3 ทีมกลุ่มเสี่ยงอยู่ระบบปิด โดยทีมชาติดีอาร์คองโกที่เข้ารอบสุดท้าย ได้เข้าสู่ระบบกักตัวและฝึกซ้อมแบบปิด (Bubble) ในยุโรปครบ 21 วันก่อนเข้าอเมริกาเหนือ เพื่อการันตีความปลอดภัย

ข้อควรระวังโรคอีโบลา ในการไปดูบอลโลก 2026

ข้อควรระวังโรคอีโบลา ในการไปดูบอลโลก 2026 ควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้อื่น รวมถึงไม่เข้าใกล้ผู้ที่มีอาการป่วย เนื่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูโจ เพราะสายพันธุ์นี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หรือยารักษาโดยเฉพาะ

ซึ่งถ้าย้อนไปในปี 2014-2016 ที่ได้มีการแพร่ระบาดโรคอีโบลาครั้งใหญ่ โดยได้ระบาดไปยังแอฟริกาตะวันตก จากข้อมูลระบุได้ว่ามีผู้ป่วยมากถึง 28,715 ราย ซึ่งมากกว่าการระบาดครั้งอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการระบาดวงกลมขนาดเล็กในปี 2018-2020 ที่มีผู้ป่วยมากถึง 3,470 ราย (18 พฤษภาคม 2026) [1]

เจาะลึกสายพันธุ์ อีโบลาแตกต่าง จากเดิมอย่างไร?

โดยสายพันธุ์อีโบลา แตกต่างจากเดิมเพราะไวรัสอีโบลาสายพันธุ์นี้มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25-90% ซึ่งนับว่าน้อยกว่าสายพันธุ์ Zaire ที่มีอัตราเสียชีวิตสูงถึง 60-90% ในช่วงปี 2014-2016 แต่ประเด็นที่น่ากังวลคือสายพันธุ์นี้มักตรวจพบได้ยากกว่าในระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อ

โดยไวรัสชนิดนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1976 ซึ่งได้ระบาดไปในซูดานภายในเมือง นซาร่า รวมไปถึงยังมีการแพร่ระบาดไปยังเมืองยัมบูคุ โดยการแพร่ระบาดครั้งนั้นเกิดขึ้นมาจาก ในหมู่บ้านที่ใกล้กับแม่น้ำอีโบลา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโรคชนิดนี้ จึงเป็นซึ่งที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว (24 เมษายน 2025) [2]

การคัดกรอง โรคอีโบลาในประเทศเจ้าภาพ เป็นอย่างไร?

โดยมาตรการคัดกรอง โรคอีโบลาในประเทศเจ้าภาพทั้ง 3 ประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลโลก ซึ่งภายในประเทศเจ้าภาพนั้น จะมีมาตรการป้องกัน 3 รูปแบบที่ถูกใช้งานทั่วไป โดยจะเป็นมาตรการที่ช่วยไม่ให้ไวรัสชนิดนี้มาแพร่ระบาดภายในประเทศของตน โดยมีรายละเอียดตามดังนี้

  1. มาตรการป้องกันของท่าอากาศยาน และด่านควบคุมโรค สายการบินต้องแจ้งผู้โดยสารที่มาจากเขตติดโรคติดต่ออันตราย ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา ให้ลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อที่จะตรวจสอบหน้าต่อ
  2. มาตรการกักกันโรค กักตัวภาคบังคับ 21 วัน ผู้เดินทางทุกคนที่มาจากพื้นที่ระบาดอย่างเช่น ดีอาร์คองโก และยูกันดา ต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 21 วันแม้ว่าจะยังไม่มีอาการป่วยก็ตาม
  3. มาตรการทางห้องปฏิบัติการ หากตรวจพบผู้เดินทางมีอาการเข้าข่ายเป็นโรคติดต่อ จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในระบบแยกโรคของสถานพยาบาลทันที เป็นการส่งต่อผู้ที่มีอาการป่วยไปกักตัว และตรวจสอบก่อนให้เข้าประเทศ

ผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง โรคอีโบลา จะเข้าชมบอลโลกได้ไหม?

บอลโลก 2026 เสี่ยงโรคอีโบลาไหม

ผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง โรคอีโบลา ซึ่งจะไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศเจ้าภาพ เพื่อชมฟุตบอลโลก 2026 ได้โดยตรง เพราะประเทศเจ้าภาพร่วมกันยกระดับมาตรการล็อกเข้ม เพื่อสกัดกั้นโรคระบาดก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น จึงกล่าวได้ว่าจะไม่สามารถเข้าภายใน 3 ประเทศนี้

โดยการแข่งขันบอลโลก 2026 ภายใน 3 ประเทศเจ้าภาพร่วม ได้ทุ่มงบประมาณด้านความปลอดภัยสาธารณสุขรวมกันมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อติดตั้งระบบคัดกรองอุณหภูมิความร้อนและเทคโนโลยีตรวจจับโรคในสนามบินหลัก 16 แห่ง ที่รองรับแฟนบอลต่างชาติ

สัญญาณเตือนอาการ โรคอีโบลา เป็นอย่างไร?

โดยสำหรับ สัญญาณเตือนอาการ โรคอีโบลา ซึ่งเชื้อชนิดนี้นั้นจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 2-21 วันเฉลี่ย 8-10 วัน ซึ่งอาการของไวรัสอีโบลาจะแบ่งเป็น 2 ระยะหลักได้แก่ ระยะแรก และระยะรุนแรง โดยสำหรับทั้ง 2 ระยะนี้จะมีอาการที่แสดงออกมาแตกต่างกัน

  1. ระยะแรก จะเริ่มมีไข้พุ่งสูงขึ้นทันที รวมไปถึงจะเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย พร้อมกับปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีอาการเจ็บคอ ซึ่งโรคติดต่อนี้นั้นจะมีอาการช่วงระยะแรกคล้ายกันกับ โรคไข้หวัดใหญ่
  2. ระยะรุนแรง จะเริ่มมีอาการท้องร่วง หรืออาจจะมีการอาเจียน และมีผื่นขึ้นโดยระบบการทำงานของตับ และไตจะเกิดการล้มเหลว อย่างรุนแรงจะมีเลือดออกทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุร่วมของการเสียชีวิต สำหรับผู้ติดโรคอีโบลา

ที่มา: ไวรัสอีโบลา: มหันตภัยร้ายที่ต้องตระหนักแต่ไม่ตระหนก (25 พฤษภาคม 2026) [3]

สรุป บอลโลก เสี่ยงโรคอีโบลาไหม การแพร่ระบาด

สรุป บอลโลก เสี่ยงโรคอีโบลาไหม คำตอบคืออาจจะเสี่ยงติดต่อได้ แต่ถือว่ามีความเสี่ยงที่จะติดต่อได้ต่ำมากๆ เพราะปัจจุบันมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดสูงสุด ซึ่งใน 3 ประเทศเจ้าภาพมีมาตรการคัดกรองอย่างจริงจัง โดยโรคอีโบลาเป็นการแพร่ระบาดจากแอฟริกา ซึ่งผู้ที่เสี่ยงจะถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศ

ฉีดวัคซีนอีโบลาสูตรเดิม สามารถป้องกันสายพันธุ์ใหม่นี้ ได้ไหม?

วัคซีนหลักที่สามารถป้องกันได้ ในปัจจุบันอย่าง Ervebo ได้รับการรับรองว่าป้องกันสายพันธุ์ Zaire ได้ผลดี แต่สำหรับสายพันธุ์อีโบลานั้น จะมีประสิทธิภาพจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคนี้ได้อย่างเด็ดขาด

แฟนบอลมีวิธีป้องกัน ให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อ อย่างไรบ้าง?

แฟนบอลมีวิธีป้องกัน ให้ปลอดภัยจากโรคอีโบลา ซึ่งจะมีแนวทางที่ดีที่สุดคือ การปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วยชัดเจน อย่างเช่นมีไข้, ไอ หรืออาเจียน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง