ความอันตราย ของคาเฟอีน คืออะไร คนอาจเลิกกินหากรู้สิ่งนี้

ความอันตราย ของคาเฟอีน คืออะไร

ความอันตราย ของคาเฟอีน คืออะไร คนอาจเลิกกินหากรู้สิ่งนี้ คำตอบคือ ทำลายสารในสมอง และอาจจะทำให้ เกิดอาการนอนไม่หลับ แบบเรื้อรังได้ สิ่งนี้เป็นผลกระทบ ของการกินคาเฟอีน ติดต่อกันนานเกินไป และยังเป็นทำลาย จังหวะการทำงาน ของร่างกายได้อีกด้วย

  • ความหมายและผลเสียทางสมองของคาเฟอีน
  • การบริโภคและการทำลายสมองส่วนประสาทของคาเฟอีน
  • ทำไมคนทำงานต้องการคาเฟอีนและสัญญาณอันตราย

คาเฟอีน คืออะไร?

Caffeine เป็นสารอัลคาลอยด์ ที่ช่วยกระตุ้น ระบบประสาทส่วนกลาง เป็นสารที่พบได้ในพืช ตามธรรมชาติ และมักจะพบใน เมล็ดกาแฟ ใบชา ถั่ว และใบชา สารตัวนี้ เป็นสารที่ดูดซึมได้ง่าย เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะไปทำลาย ระบบการทำงาน ของสารอะดีโนซีน ที่เป็นสารที่ทำให้ ร่างกายเกิดอาการ ง่วงนอนได้

หลายคนจึงนิยาม สารคาเฟอีนว่า เป็นสารที่ทำให้ ไม่รู้สึกง่วง และทำให้ร่างกาย กระปรี้กระเปร่า โดยที่ผู้ค้นพบ สารคาเฟอีนครั้งแรก มีชื่อว่า “Friedlieb Ferdinand Runge” ค้นพบเมื่อช่วงปี 1819 เป็นการค้นพบ ผ่านการสกัดสาร ผงสีขาว โดยที่ช่วงเวลาต่อมา ในทางวิทยาศาสตร์ ได้มีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้น

โดยชื่อของ คาเฟอีนนั้น ถูกเริ่มใช้งาน อย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงปี 1821 และขั้นตอน การสกัดสารคาเฟอีน ถูกแบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ การสกัดจากธรรมชาติ ที่ได้จากเมล็ดกาแฟ ถั่ว และใบชา วิธีที่ 2 คือการสังเคราะห์ขึ้น วิธีการนี้เริ่มทำตั้งแต่ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 – 1945 จะมาในรูปแบบ เครื่องดื่มชูกำลัง

ผลเสียของสมอง ที่เกิดจากคาเฟอีนมีอะไรบ้าง?

ผลเสียของสมอง ที่เกิดได้จาก การกินคาเฟอีน ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือความวิตกวังกล เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ เมื่อร่างกาย ไม่ได้รับคาเฟอีน นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง อาการนอนไม่หลับ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นอีก สิ่งนี้เป็นผลกระทบรวม ที่เกิดขึ้นกับ การปรับสารเคมีในสมอง นอกจากนี้ยังพบว่า อาจมีอาการปวดหัว เข้าร่วมด้วย

แต่หากมองจากภาพรวม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ที่คนชื่นชอบ เพราะเป็นเครื่องดื่ม ที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัว และยังทำให้รู้สึกสดชื่นได้ ในทางการแพทย์ พบว่าการดื่มเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสม ของคาเฟอีน ช่วยลดอัตรา การเป็นโรคสมองเสื่อมได้ และยังลดการฆ่าตัวตายได้ 45% (20 เมษายน 2021) [1]

นอกจากนี้ จากการทดลอง ผ่านการใช้สัตว์ทดลอง ยังพบว่าคาเฟอีน ช่วยดักจับสารอะดีโนซีน และช่วยลด การทำงาน ที่ผิดปกติ ของระบบประสาท ส่วนกลางได้ด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ ล้วนมีข้อเสีย เพราะหากกินติดต่อ กันเป็นเวลานาน และหยุดกินคาเฟอีน สารเคมีในร่างกาย จะเกิดการแปรปรวน และส่งผลต่ออารมณ์ได้

สำรวจการบริโภคคาเฟอีน ในกลุ่มคนทั่วโลก

จากการสำรวจ พบได้ว่ากลุ่มคน ช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป ร้อยละ 99.6% กินเครื่องดื่ม ที่มีคาเฟอีน เป็นส่วนผสม และในกลุ่มคน ช่วงอายุ 50-64 ปี มีอยู่กว่าร้อยละ 93.3% ซึ่งมีปริมาณ ที่มากกว่าคนอายุ 35-49 ปี ที่อยู่ในช่วงทำงาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ มีปริมาณร้อยละ 92.1% ที่กินเครื่องดื่ม ที่มีคาเฟอีน

นอกจากนี้ ปริมาณการกิน แบบแบ่งค่าเฉลี่ย พบว่าคนเอเชีย กินคาเฟอีน 1,267 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งน้อยกว่าคนผิวขาว ที่กินคาเฟอีน 1,943 มิลลิกรัมต่อวัน จากรายงานเมื่อช่วงปี 2024 คนอเมริกัน กินคาเฟอีนเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปี 2004 (19 ตุลาคม 2025) [2] สำหรับกรณีศึกษา พบผู้ที่เสพติด การกินคาเฟอีน

ทั่วโลกตอนนี้ มีอยู่ประมาณ 80-90% ของประชากรทั้งหมด (สืบค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2026) มีการกินคาเฟอีน เป็นประจำ โดยที่ปริมาณการกิน ที่อยู่ในเกณฑ์เสพติดคือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับ การกินกาแฟอย่างน้อย 4 แก้วต่อวัน หากไม่ได้กินในปริมาณนี้ มักมีอาการหงุดหงิด และปวดหัว

คาเฟอีนทำลายสมอง และระบบประสาทยังไง?

ความอันตราย ของคาเฟอีน คืออะไร

สารคาเฟอีน ถือเป็นสารกระตุ้น ประสาทส่วนกลาง ซึ่งปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ภายในร่างกาย จะคล้ายกันกับโคเคน และแอมเฟตามีน ที่จะเข้าไปกระตุ้น การทำงานของระบบต่างๆ และเพิ่มอัตราการ การเคลื่อนไหวร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลให้ การควบคุมแรง เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ซึ่งสิ่งนี้ ถือเป็นผลกระทบ ที่เกิดจากสมอง

จากภาพรวม งานวิจัยเมื่อช่วง ทศวรรษ 1990 ปฏิกิริยาทางเคมี ที่เกิดจากโคเคน และแอมเฟตามีน สารเคมีเหล่านี้ จะเข้าไปกระตุ้น การทำงานของระบบประสาท ส่วนรับรางวัล และการหลั่งโดพามีน อีกทั้งยังไปกระตุ้น สมองส่วนสไตรเอตัม ที่เป็นส่วนฐานข้อมูลอีก

โดยการทำงาน ของการส่งสารโดพามีน ไปยังตัวรับอื่น ที่เป็นตัวกระตุ้น กลไกภายในร่างกาย สิ่งเหล่านี้จะทำปฏิกิริยา ที่แสดงออกมาได้ จากทางร่างกาย และอารมณ์ กล่าวเลยคือ สมองจะได้รับการกระตุ้น เกินความจำเป็น เมื่อได้รับสารคาเฟอีน และสารเคมีในสมอง มีการทำงานที่ผิดปกติ

ที่มา: Caffeine in Food and Dietary Supplements (23 เมษายน 2014) [3]

ข้อเท็จจริง ทำไมคนทำงาน ต้องการคาเฟอีน?

กลุ่มคนวัยทำงาน เป็นกลุ่มที่มีความต้องการ คาเฟอีนสูง เพราะคนกลุ่มนี้ ต้องต่อสู้กับ การทำงานที่เหนื่อยล้า และยังต้อง นั่งทำงานนาน สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสม ของคาเฟอีน เป็นที่นิยม ในคนกลุ่มนี้คือ สารคาเฟอีน จะเข้าไปยับยั้งการทำงาน สารอะดีโนซีน ที่ทำให้ง่วง

โดยที่สารตัวนี้ มักจะออกฤทธิ์ ในช่วงหลังมื้ออาหารเที่ยง และทำให้คนทำงาน รู้สึกง่วงหลังจาก กินอาหารเที่ยงเข้าไป นอกจากนี้ คาเฟอีนยังช่วยให้ ร่างกายตื่นเต้นได้ และยังไปกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีน และนอร์อิพิเนฟริน สารเคมีเหล่านี้ ช่วยให้สมองทำงานได้เร็ว หรือเรียกได้ว่า การทำงาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สัญญาณเตือน ว่าร่างกายรับ คาเฟอีนเยอะเกินไป

1. หัวใจเต้นไวขั้น การเต้นของหัวใจ มีอัตราการเต้น ถี่ขึ้นผิดปกติ
2. รู้สึกใจสั่น วิงเวียนศีรษะ และอยากจะอ้วก
3. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือมีความ วิตกกังวลมากเกินไป
4. กระหายน้ำ คอแห้งบ่อย กินน้ำเยอะผิดปกติ
5. เข้าห้องน้ำบ่อย ปัสสาวะถี่
6. กล้ามเนื้อกระตุก และท้องเสีย รุนแรงที่สุดคือ มีอาการชัก

หากต้องการอ่านรายละเอียดคลิกอ่านต่อที่ my.clevelandclinic

หน้าสรุป ความอันตราย ของคาเฟอีน คืออะไร

ภาพรวม ความอันตรายของคาเฟอีน คืออะไร คำตอบคือ อาการดีด เกินความจำเป็น เป็นความอันตรายอย่างหนึ่ง เพราะสิ่งนี้แสดงถึง การทำงานของสารเคมี ในร่างกาย มีความผิดปกติ หรือทำงานเยอะขึ้น มาผิดปกติ และผลเสียต่อมา คืออาการเสพติด หากไม่ได้กินคาเฟอีน จะรู้สึกหงุดหงิด และปวดหัวได้ง่าย

คาเฟอีน ทำลายสมองได้ จริงหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ได้ทำลายสมอง แต่ทำลายกลไก การทำงานของสมอง การหลั่งสารเคมี และการทำงาน ของระบบประสาท เพราะสารคาเฟอีน จะไปกระตุ้น ในการทำงาน ของระบบเหล่านี้ ทำงานได้ไวขึ้น และเมื่อไม่ได้กิน สารเคมีในสมอง จะมีการแปรปรวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการแสดงออก ทางร่างกาย

คาเฟอีน เป็นสารเสพติด ใช่หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ได้เป็นสารเสพติด แต่ออกฤทธิ์ เหมือนกับสารเสพติด ซึ่งการออกฤทธิ์ จะคล้ายคลึงกับ โคเคนและแอมเฟตามีน ที่เป็นสารเสพติด ลักษณะอาการ เลยมีความคล้ายกัน คือดีด รู้สึกมีแรง และมีความสดชื่น อย่างบอกไม่ถูก แต่คนที่กินติดต่อกันนานๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะ เสพติดคาเฟอีนได้เช่นกัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง