
เปิด การเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ผ่านสื่อยุคใหม่
- Blackcat
- 38 views

การเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ผ่านสื่อยุคใหม่ ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ห้องเรียน หรือหน้าหนังสือแบบเดิมอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่วิดีโอสั้น พอดแคสต์ เกม และอินโฟกราฟิก ที่เข้าถึงคนทุกวัยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก บทความนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่คนสงสัยมากที่สุด เกี่ยวกับการเรียนประวัติศาสตร์ผ่านสื่อยุคใหม่ ไว้ในที่เดียว พร้อมคำตอบที่อ้างอิงจากข้อมูลจริง
เพราะสื่อยุคใหม่สามารถทำให้วิชาที่น่าเบื่ออย่าง ประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นวิชาที่น่าสนใจขึ้นได้ และจากการทำคลิปวิดีโอสั้น ที่กำลังแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย และจุดประกายความสนใจได้อย่างดีทีเดียว
เรียนประวัติศาสตร์ จากติ๊กต็อกได้จริงไหม คำตอบคือ ได้ในระดับหนึ่ง และแพลตฟอร์มนี้ก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ แรงจูงใจ และการมีส่วนร่วมของผู้เรียนได้จริงผ่านคอนเทนต์สั้น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม วิดีโอสั้นก็ยังมีข้อจำกัด เช่น เนื้อหาที่เป็นจริงอาจถูกตัดทอน หรือถูกบิดเบือนได้ง่าย
ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่อ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์ สาเหตุหลัก คือ พฤติกรรมการเสพข้อมูลเปลี่ยนไปทางสื่อดิจิทัลที่เร็วกว่า และจากผลสำรวจของ Voices of Gen Z ปี 2025 โดย Walton Family Foundation และ Gallup พบว่าเด็กเจนซีในสหรัฐฯ ราว 35% ระบุว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ
และ 43% แทบไม่อ่านหรือไม่อ่านเพื่อความบันเทิงเลย (26 สิงหาคม 2025) [1] และข้อมูลจาก YouGov ระบุว่าคนอเมริกันอายุ 18-29 ปีอ่านหนังสือเฉลี่ยเพียงราว 5.8 เล่มในปี 2025 ซึ่งต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกช่วง อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ Fortune
คลิปประวัติศาสตร์สั้น ที่น่าเชื่อถือดูยังไง คำตอบคือ ดูจากการอ้างอิงแหล่งข้อมูลเป็นหลัก ผู้ผลิตคอนเทนต์ประวัติศาสตร์บนยูทูบระบุว่า ช่องที่น่าเชื่อถือมักมีทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง
และวิจัยจากหนังสือหรือแหล่งข้อมูลจริง ไม่ใช่แค่คัดลอกจากวิกิพีเดีย และสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกความน่าเชื่อถือ คือการใส่แหล่งอ้างอิงไว้ในคำอธิบายคลิปอย่างชัดเจน คลิปที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงใด ๆ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
พอดแคสต์ ประวัติศาสตร์ ที่คนฟังเยอะสุด จะมีดังต่อไปนี้
ระดับโลก (Global Tops)
ในประเทศไทย
เกมประวัติศาสตร์ ช่วยจำเหตุการณ์ได้จริงไหม คำตอบคือ ช่วยได้จริง การทบทวนบทเรียนหรือเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านเกม จะช่วยเพิ่มความสนใจของผู้เรียน
และเมื่อผู้เล่นรู้สึกดื่มด่ำกับเรื่องราว ความสนใจและความสามารถในการจดจำเนื้อหา ก็จะยิ่งดีขึ้นตามไปด้วย และจะเห็นผลอย่างมากหากออกแบบให้เชื่อมโยงกับเนื้อหาการสอนอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ให้เล่นเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว
ความน่าเชื่อถือนั้นไม่เท่ากันทุกช่องซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ผลิต และมีประวัติศาสตร์ที่หลากหลายให้เลือกรับชม เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้ชมจึงต้องเลือกช่องอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
เนื่องจากมีผู้เผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดที่อาจบิดเบือนข้อเท็จจริง ในประเด็นละเอียดอ่อน อย่างสงครามกลางเมืองหรือฮอโลคอสต์ ซึ่งต่างจากช่องโทรทัศน์ประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม ที่มีการคัดกรองก่อนออกอากาศเสมอ
ปัจจุบันยังไม่มีสถิติที่แยกเจาะจงเฉพาะ สำหรับเวลาที่คนไทยใช้ดูสื่อประวัติศาสตร์โดยตรง แต่หากมองในภาพรวมแล้ว คนไทยใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยราว 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวันในปี 2025 (19 มิถุนายน 2025) [2]
ช่วยได้จริง การใช้อินโฟกราฟิกอย่างต่อเนื่องส่งผลบวก ต่อผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยยิ่งใช้ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ ผลลัพธ์ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น จึงเหมาะกับการอธิบายไทม์ไลน์ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่มีลำดับซับซ้อน

สื่อยุคใหม่ไม่ได้มาแทนที่การเรียนประวัติศาสตร์แบบเดิม แต่เข้ามาเป็นทางเลือกที่ช่วยจุดประกายความสนใจให้เข้าถึงง่ายขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้เรียนต้องรู้จักคัดกรองแหล่งข้อมูล และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของช่องหรือครีเอเตอร์ ก่อนเชื่อทุกสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ผ่านสื่อยุคใหม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ความบันเทิงผ่านตา

