
ไขข้อสงสัย ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่อ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์
- Blackcat
- 49 views

ทำไมคนรุ่นใหม่ ไม่อ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์ นั่นเป็นเพราะคนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงสื่อความรู้ที่สั้นกระชับและเข้าใจง่ายได้ตลอดเวลา ทำให้การอ่านหนังสือเล่มหนา ๆ นั้นเริ่มน้อยลง
นั่นเป็นเพราะ รูปแบบการนำเสนอในหนังสือแบบเดิมมันยาว ย่อยยาก และพกพาไม่ค่อยสะดวก ในขณะที่แพลตฟอร์มออนไลน์ และสื่อวิดีโอสั้น สามารถสรุปเนื้อหาให้กระชับ สนุก และเข้าใจง่ายได้ในเวลาไม่กี่นาที
หลายคนมองว่าประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องไกลตัว เพราะเนื้อหามักเน้นเหตุการณ์ในอดีต ที่ไม่เชื่อมโยงกับปัญหาปัจจุบันอย่างเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยี จึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องศึกษาเชิงลึก
การเรียนการสอนที่โรงเรียน มักเน้นการท่องจำวันที่และชื่อเหตุการณ์ มากกว่าการวิเคราะห์เหตุผลเบื้องหลัง ทำให้นักเรียนจำนวนมาก รู้สึกว่าวิชานี้น่าเบื่อ และไม่กระตุ้นให้อยากอ่านต่อนอกห้องเรียน
สัดส่วนคนไทยที่อ่านหนังสือแบบเล่ม ลดลงต่อเนื่องจาก 98% ในปี 2019 เหลือเพียง 81% ในปี 2024 ขณะที่การอ่าน e-book เติบโตจาก 22% เป็น 33% ส่งผลให้ราคาขายของหนังสือจาก 230 บาทต่อเล่มในปี 2020 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 290 บาท เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 4.7%
และนี่ก็อีกปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันไปอ่าน e-book มากขึ้นและในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผู้อ่านรุ่นใหม่ก็หันไปให้ความสำคัญ กับคอนเทนต์สั้น กระชับ และเข้าถึงฟรี เช่น TikTok หรือพอดแคสต์ ซึ่งแย่งเวลาที่เคยใช้อ่านหนังสือไป (2 ตุลาคม 2025) [1]
ตำราเรียนจำนวนมาก ยังใช้การเล่าเรื่องเชิงเส้นตรงแบบเดิม ขาดการเชื่อมโยงกับมุมมองหลากหลาย รวมถึงสื่อมัลติมีเดียแบบเดิม ๆ ทำให้สามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้น้อยลง
ส่งผลจริง ซึ่งโซเชียลมีเดียและ AI ถือเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้พฤติกรรมอ่านเชิงลึกเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา การอ่านเพื่อความบันเทิง ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาลดลงมากถึง 40%
และจากการสำรวจของ โครงการประเมินความสามารถของผู้ใหญ่ระดับนานาชาติ (PIAAC) พบว่าชาวอเมริกัน 59 ล้านคนอ่านหนังสือน้อยลง และอ่านได้ในระดับ 1 หรือต่ำกว่า ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุด ในมาตราส่วนห้าระดับของ PIAAC (13 มกราคม 2026) [2]
งานวิเคราะห์ข้อมูลวัยรุ่นกว่า 1 ล้านคนของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย San Diego State พบว่าสัดส่วนนักเรียนมัธยมปลาย ที่อ่านหนังสือหรือนิตยสารทุกวัน ลดลงจาก 60% ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เหลือเพียง 16% ในปี 2016 ขณะที่การใช้โซเชียลมีเดียทุกวันของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 82% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 52 % ในปี 2008 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Psychology
เนื้อหาประวัติศาสตร์บนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นและเข้าถึงง่ายจริง ไม่ว่าจะเป็น คลิปสั้นอธิบายเหตุการณ์สำคัญ แต่ส่วนใหญ่เน้นความบันเทิงมากกว่าความลึกซึ้ง จึงให้ข้อมูลแบบผิวเผิน มากกว่าความเข้าใจเชิงบริบท
พอดแคสต์แนวประวัติศาสตร์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะฟังระหว่างทำกิจกรรมอื่นได้ และเล่าเรื่องได้เข้าใจง่ายกว่าตำราเรียน
เกมและภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ สามารถจุดประกายความสนใจเบื้องต้นได้ดี เพราะสร้างอารมณ์ร่วมผ่านภาพและเรื่องราว แต่ต้องอาศัยแรงกระตุ้นเพิ่มเติม จึงจะนำไปสู่การอ่านเชิงลึกอย่างจริงจัง

ไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ ไม่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์เลย แต่รูปแบบการเรียนรู้นั้นเปลี่ยนไป จากหนังสือเล่มหนาสู่คลิปสั้นและดิจิทัลมากขึ้น ตามแนวโน้มพฤติกรรมการอ่านโดยรวมทั่วโลก

