VAR ใช้เวลาตัดสินนานแค่ไหน เปิดขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจนจบ

VAR ใช้เวลาตัดสินนานแค่ไหน

VAR ใช้เวลาตัดสินนานแค่ไหน ไม่มีระยะเวลาตายตัว เพราะการตรวจแบบเงียบอาจจบอย่างรวดเร็ว ขณะที่เหตุการณ์ซับซ้อนต้องเลือกภาพ สนทนากับผู้ตัดสิน และดูจอข้างสนาม เวลาจึงขึ้นอยู่กับประเภทเหตุการณ์และความชัดเจนของหลักฐาน

ก่อนเริ่มจับเวลา ต้องรู้ว่าใครทำหน้าที่อะไร?

ภายในห้อง VAR มีใครบ้าง โดยทั่วไป ห้องดังกล่าวประกอบด้วย VAR ซึ่งทำหน้าที่ประเมินเหตุการณ์ ผู้ช่วย VAR ที่ติดตามเกมหรือดูตำแหน่งล้ำหน้า และเจ้าหน้าที่ควบคุมภาพย้อนหลัง แต่จำนวนบุคลากรอาจแตกต่างตามรายการแข่งขันและเทคโนโลยีที่ใช้

ขั้นตอนที่ 1 เหตุการณ์เกิดขึ้นในสนามอย่างไร?

กระบวนการเริ่มเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง หรือการลงโทษผิดคน ผู้ตัดสินในสนามยังต้องวินิจฉัยเบื้องต้น ส่วนเจ้าหน้าที่วิดีโอเริ่มตรวจหลักฐานโดยไม่รอให้นักเตะหรือโค้ชร้องขอ

ขั้นตอนที่ 2 การตรวจแบบเงียบเริ่มเมื่อใด?

การตรวจแบบเงียบเริ่มขณะการแข่งขันอาจยังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะย้อนดูเหตุการณ์และเปรียบเทียบมุมกล้อง หากไม่พบประเด็นที่ต้องแจ้งผู้ตัดสิน กระบวนการสามารถจบโดยไม่มีสัญญาณชัดเจน ผู้ชมจึงอาจไม่ทราบว่ามีการตรวจเกิดขึ้นแล้ว

ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่เลือกภาพที่เกี่ยวข้องอย่างไร?

ห้อง VAR ต้องเลือกมุมซึ่งแสดงตำแหน่ง จุดสัมผัส และลำดับเหตุการณ์ชัดที่สุด ภาพปกติใช้ประเมินความเร็วหรือแรงปะทะ ส่วนภาพช้าช่วยตรวจรายละเอียด การค้นหาและเปรียบเทียบหลักฐานจึงเป็นช่วงที่ทำให้เวลาแตกต่างกันในแต่ละเหตุการณ์

ขั้นตอนที่ 4 ผู้ตัดสินทราบได้อย่างไรว่ากำลังตรวจภาพ?

เมื่อจำเป็นต้องชะลอการเริ่มเล่น ผู้ตัดสินจะใช้นิ้วแตะหูฟังและเหยียดแขนอีกข้างเพื่อสื่อว่ากำลังรับข้อมูล ช่วงนี้ยังเป็นการตรวจเบื้องต้น ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนคำตัดสิน การแข่งขันจะยังไม่เริ่มใหม่จนกว่ากระบวนการตรวจจะสิ้นสุด

ขั้นตอนที่ 5 การตรวจสิ้นสุดโดยไม่ต้องรีวิวได้หรือไม่?

จบได้ หากหลักฐานไม่พบความผิดพลาดที่เข้าเกณฑ์หรือยืนยันว่าคำตัดสินเดิมถูกต้อง การตรวจอาจสิ้นสุดโดยไม่ต้องรีวิว และหากมีการชะลอการเริ่มเล่น VAR จะแจ้งผู้ตัดสินเมื่อการตรวจเสร็จสิ้น ขั้นตอนนี้มักใช้เวลาน้อยกว่าการรีวิวเต็มรูปแบบ เพราะผู้ตัดสินไม่ต้องไปดูจอข้างสนาม

ขั้นตอนที่ 6 การรีวิวแบ่งออกเป็นกี่ลักษณะ?

โดยทั่วไปแยกเป็นการรับข้อมูลจาก VAR โดยตรง และการดูจอข้างสนาม แบบแรกเหมาะกับข้อเท็จจริง เช่น ตำแหน่งล้ำหน้าหรือจุดเกิดเหตุ ส่วนแบบหลังใช้กับเรื่องที่ต้องตีความ เช่น ความรุนแรงหรือการใช้มือเล่นบอล

ขั้นตอนที่ 7 การรับข้อมูลโดยตรงใช้เวลาน้อยกว่าหรือไม่?

มักใช้เวลาน้อยกว่า เพราะผู้ตัดสินไม่ต้องเดินออกจากตำแหน่งไปยังจอตรวจภาพ แต่เจ้าหน้าที่ต้องยืนยันข้อมูลให้ชัดเจนก่อนส่งคำตอบ ระยะเวลาจึงยังเปลี่ยนแปลงได้ หากต้องตรวจจังหวะสัมผัส ตำแหน่งผู้เล่น หรือหลายเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน

ขั้นตอนที่ 8 การดูจอข้างสนามเพิ่มเวลาอย่างไร?

ผู้ตัดสินต้องหยุดเกม เดินไปยังพื้นที่ตรวจภาพ และดูเหตุการณ์จากมุมหรือความเร็วที่เหมาะสม หากหลักฐานยังไม่ชัด อาจขอภาพเพิ่มเติมได้ เวลาจึงรวมทั้งการเดิน การเลือกภาพ การประเมิน และการกลับเข้าสู่สนาม

ขั้นตอนที่ 9 ผู้ตัดสินประกาศผลเมื่อใด?

เมื่อประเมินเสร็จ ผู้ตัดสินจะแสดงสัญญาณรูปจอโทรทัศน์ แล้วแจ้งคำตัดสินสุดท้าย บางรายการอาจมีการประกาศเหตุผลผ่านระบบเสียงหรือแสดงข้อความบนจอสนาม ขั้นตอนการสื่อสารเพิ่มเวลาเล็กน้อย แต่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 10 การแข่งขันเริ่มใหม่ทันทีหรือไม่?

ยังต้องจัดตำแหน่งผู้เล่น ดำเนินการลงโทษ และกำหนดวิธีเริ่มเล่นให้ถูกต้องก่อน หากมีจุดโทษ ใบแดง หรือการยกเลิกประตู การเตรียมสนามอาจใช้เวลาเพิ่ม ช่วงดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องหลังตัดสิน ไม่ใช่เวลาตรวจภาพทั้งหมด

ตัวเลขจากการแข่งขันจริงบอกอะไรเกี่ยวกับระยะเวลา?

UEFA ระบุว่า รอบแบ่งกลุ่ม EURO 2024 มีการแทรกแซงของ VAR จำนวน 20 ครั้ง แบ่งเป็นการดูจอ 8 ครั้ง และรีวิวโดยตรง 12 ครั้ง โดยใช้เวลาตัดสินเฉลี่ย 51 วินาที ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของรายการนั้น ไม่ใช่เวลาบังคับ (28 มิถุนายน 2024) [1]

สถิติจากคนละรายการนำมาเทียบกันได้หรือไม่?

ไม่ควรเปรียบเทียบโดยตรง แต่สามารถเปรียบเทียบได้เมื่อวิธีเก็บข้อมูลสอดคล้องกัน FIFA เผยผลศึกษาที่ครอบคลุมการแข่งขันทางการ 972 นัด และเกมกระชับมิตร ฝึกซ้อม หรือระดับเยาวชน 693 นัด พบว่า VAR ทำให้เสียเวลาแข่งขันเฉลี่ย 55 วินาที ตัวเลขรวมจึงต้องอ่านตามขอบเขตข้อมูล (3 มีนาคม 2018) [2]

สรุป VAR ใช้เวลาในการตัดสินนานแค่ไหน?

VAR ใช้เวลาตัดสินนานแค่ไหน

VAR ไม่มีเวลาตายตัว การตรวจแบบเงียบอาจจบรวดเร็ว ส่วนการดูหลายมุม สนทนากับผู้ตัดสิน และรีวิวข้างสนามใช้เวลามากกว่า ตัวเลขจากแต่ละรายการจึงเป็นค่าเฉลี่ยสำหรับบริบทนั้น ไม่ใช่กำหนดเวลาที่ทุกเหตุการณ์ต้องทำตาม

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง