
John Meriwether เคยพลาดอะไร ในการลงทุนของเขา
- MY Kismet
- 111 views

John Meriwether เคยพลาดอะไร ในการลงทุนของเขา คำตอบคือ พลาดไปพัวพัน กับเรื่องอื้อฉาว ในการลงทุน ทำให้ต้องออกจากงาน และต้องออกมาก่อตั้งบริษัทเอง การก่อตั้งบริษัทนั้น ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ผลสุดท้ายจึงกลายเป็นหนี้สิน และมีภาพลักษณ์ ที่เสื่อมเสียติดตัว
จอห์น เมอริเวเธอร์ เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1947 เป็นผู้บริหารชื่อดัง ในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ที่ตอนนี้มีทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 5 ล้านล้านดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 24 เมษายน 2026) จอห์นที่เมืองชิคาโก เติบโตมาจาก ครอบครัวชนชั้นกลาง และเรียกปริญญาตรีและโท ในสาขาธุรกิจ (24 เมษายน 2025) [1]
จอห์นได้มีการ ศึกษาเกี่ยวกับ การลงทุนมาตั้งแต่ตอนเรียน และเมื่อเรียนจบ ได้เข้าทำงานที่ Salomon Brothers เมื่อปี 1974 ใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้า ในส่วนของการ เก็งกำไรตราสารหนี้ อีกทั้งจอห์น ยังได้มีการวางแนวทาง ในการบริหารกลุ่มพันธมิตร แบบเฉพาะเจาะจงด้วย
ศักยภาพการทำงาน และความเฉลียวฉลาด ในการเลือกใช้ บุคลากรเฉพาะด้าน ทำให้กลุ่มพันธมิตร ได้สร้างแผนการเก็งกำไร ที่ซับซ้อนขึ้น และสิ่งนั้นเองทำให้ จอห์นเริ่มมีชื่อเสียง และมีทรัพย์สินส่วนตัว มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งจอห์น ยังสร้างกำไรให้บริษัท ได้แบบต่อเนื่องตั้งแต่ ทศวรรษ 1980-1990
จอห์นประสบความสำเร็จ ในการลงทุน สิ่งนี้ได้มาจากความฉลาด ทั้งเรื่องการวิเคราะห์ และการวางแผน จอห์นสามารถ ทำความเข้าใจ สภาพตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเวลาสั้นๆ ได้ ซึ่งการทำงาน ที่ทำให้จอห์นเริ่มมีชื่อเสียง คือการขึ้นเป็นหัวหน้า ฝ่ายเก็งกำไร ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 27 ปี อีกทั้งยังมีการทำงาน
ที่ต้องเข้าไปจัดการ กับแผนงานที่มี รัฐเป็นผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับผลกำไร แต่เมื่อจอห์นเข้าร่วม กลับทำกำไรได้ นอกจากนี้ จอห์นยังสามารถ ทำกำไรจากการ ซื้อขายหลักทรัพย์ ระยะสั้นของ หน่วยงานภาครัฐได้โดยเป็นการทำกำไร จากการขายพันธบัตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เอง
ที่ทำให้จอห์น เริ่มเป็นที่น่าสนใจ และมีผู้คนจำนวนมาก เริ่มชื่นชมใน ผลงานของจอห์น ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อทศวรรษ 1970 จอห์นได้เริ่ม แผนธุรกิจใหม่ โดยใช้กลยุทธ์การเข้าร่วมกับ ซาโลมอน บราเธอร์ส จุดมุ่งหวังคือการ ทำกำไรจาก การเก็งกำไรพันธบัตรรัฐบาล และสิ่งนั้นสร้างผลตอบแทน ได้แบบมหาศาล
ที่มา: จอห์น เมริเวเธอร์ (2 ตุลาคม 1998) [2]
แนวคิดที่โดดเด่น คือการวิเคราะห์ แบบชาญฉลาด สำหรับการเก็งกำไร โดยเน้นการหาค่าความต่าง ของราคาพันธบัตร ที่มีคุณสมบัติ และเงื่อนไขที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีการใช้ แบบจำลองมาเป็น ส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ซึ่งการกระทำนี้ คล้ายกันกับ Bill Nygren ที่ชอบการวิเคราะห์ การลงทุนล่วงหน้า
จอห์นนั้น ฉลาดในด้านการเลือกคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบริหารแผนงาน จอห์นเลือกใช้ นักวิชาการด้านต่างๆ เข้าร่วมเพื่อสร้างแบบจำลอง ที่มีคุณภาพขึ้น อีกทั้งยังใช้ Leverage สูงมาก ถึงแม้ว่า กลยุทธ์นี้จะมีความเสี่ยงสูง แต่จอห์นเชื่อว่า มันจะสมดุลกันได้ ในอนาคตข้างหน้า โดยอาศัยการวิเคราะห์

เหตุการณ์อื้อฉาว ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1991 โดยมีต้นเหตุหลักๆ มาจากลูกน้องของจอห์น ที่ทำให้จอห์นนั้น เข้าไปพัวพัน กับการซื้อขายหลักทรัพย์ จอห์นถูกให้ออกจากบริษัท โดยมีลูกน้องหลายคน ตามเขาออกไป จนเมื่อถึงปี 1994 จอห์นได้ก่อตั้งบริษัท Long-Term Capital Management และได้มีการ
ดึงตัว “ไมรอน สโคลส์” เข้ามาทำงานด้วย โดยไมรอนนั้น โดดเด่นเรื่องการสร้าง แบบจำลอง จอห์นใช้ความสามารถนี้ เพื่อสร้างแบบจำลอง ราคาออปชันขึ้น โดยที่ช่วงแรกนั้น บริษัทได้รับกำไร เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนกว่า 4 เท่าของเงินลงทุน และแน่นอนว่า การทำงานที่โดดเด่น ต้องมีคู่แข่งเกิดขึ้น
ภายหลังบริษัท ได้ถูกลอกเลียนแบบ แนวคิดการลงทุน และการเก็งกำไร ทำให้การทำงาน เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนั้นเองทำให้จอห์น ต้องคืนเงินมากกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ ในกับนักลงทุนกลุ่มแรก หลังจากนั้น หนี้สินของบริษัท ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึง 100:1 และมีหนี้สินค้างอีก 1.25 ล้านล้านดอลลาร์
ที่มา: Big Mistakes (20 มิถุนายน 2019) [3]
1. ความเสี่ยงที่เกิดจาก การกู้ยืมเงิน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน สิ่งนี้มีความเสี่ยงสูง หากมีข้อผิดพลาด เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะล้มละลายได้ ในท้ายที่สุด
2. ไม่ควรเชื่อมั่น ในโมเดลมากเกินไป เพราะโมเดลเหล่านั้น ไม่สามารถทำนาย สิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตข้างหน้าได้ ควรเชื่อสถานการณ์ และข้อมูลปัจจุบันด้วย
3. ต้องมีการ ศึกษาเรื่องสภาพคล่อง สิ่งนี้ช่วยลด ความรุนแรงของการลงทุนได้ ในกรณีที่ขาดสภาพคล่อง การดำเนินการทั้งหมด อาจจะเกิดการติดขัดได้
4. ทรัพย์สินที่มี ความสัมพันธ์ หรือเงื่อนไขเกี่ยวข้องกัน ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ ในเงื่อนไขสินทรัพย์เดียวกัน ก็อาจจะส่งผลกระทบ ต่อพอร์ตได้เช่นกัน
5. ความฉลาดที่มี ไม่ได้เป็นที่สิ้นสุด แต่การบริหาร และการทำความเข้าใจ แบบต่อเนื่อง เป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับการลงทุนเสมอ
มั่นใจจนเกินไป สิ่งนี้ทำให้ การลงทุนไม่ยั่งยืน เพราะหากมีข้อผิดพลาด มีโอกาสสูงที่จะ ใช้อารมณ์เข้าควบคุม ซึ่งการกระทำเหล่านี้ กลายเป็นความเสี่ยงสูงได้ อีกทั้งหากมั่นใจมากเกินไป แล้วเกิดข้อผิดพลาด สิ่งนี้จะทำให้ ความกล้าที่จะลงทุน ลดลงอย่างต่อเนื่อง และเสี่ยงที่จะทำกำไร ในโอกาสต่างๆ ได้
หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิกต่อที่ money.usnews
ผลลัพธ์เรื่อง JohnMeriwether เคยพลาดอะไร คำตอบคือ พลาดโอกาสทำกำไร จากการลงทุน ผ่านโมเดลธุรกิจ การเก็งกำไร โดยมีสาเหตุหลักๆ คือความมั่นใจ ในโมเดลการลงทุน จนมากเกินไป อีกทั้งยังมีเรื่องของ การบริหารงาน เรื่องงบประมาณผิดพลาด ทำให้บริษัทเป็นหนี้ต่อเนื่อง
คำตอบคือ เป็นเรื่องจริง เพราะการทำงาน ที่บริษัทเดิมนั้น จอห์นถือได้ว่า มีหน้ามีตาไม่น้อย ทั้งการขึ้นเป็นหัวหน้า ตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งเรื่องความฉลาด และยังได้รับการรับรอง จากการทำงาน ร่วมกับภาครัฐ หากไม่เข้าไปพัวพัน อนาคตจะสดใส มากกว่านี้แน่นอน
คำตอบคือ ปรับใช้ได้ เรื่องการรักษา ระดับความมั่นใจ ในการลงทุน สิ่งนี้สำคัญ การมีความมั่นใจ เป็นเรื่องที่ดี แต่หากมีมากเกินไป อาจจะเพิ่มความเสี่ยง ในด้านต่างๆ ได้ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยง เรื่องภาวะอารมณ์ ที่อาจจะเข้าร่วม การลงทุนได้ในอนาคต

