
รวมข้อสงสัย FOMO เป็นกับดักการลงทุน จริงหรือไม่
- MY Kismet
- 39 views

FOMO เป็นกับดักการลงทุน จริงหรือไม่ ตอบเลยว่าเป็นกับดักใหญ่ และยังเป็นความเสี่ยงที่ทำลายเงินลงทุน เพราะไปกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจพลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความโลภ และความตื่นตระหนก ซึ่งเรื่องนี้พบได้มากในกลุ่มนักลงทุนมือใหม่
FOMO (Fear of Missing Out) คือสภาวะทางจิตวิทยาที่เกิดจากความวิตกกังวล เป็นความรู้สึกที่กลัวว่าจะพลาดโอกาส ในตอนที่เห็นคนอื่นเริ่มทำกำไรจากการลงทุนได้ ถือเป็นหนึ่งในกับดักที่อันตรายมากที่สุด เพราะทำให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุน แบบมองข้ามความเสี่ยงได้
FOMO เกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาลูกโซ่ ระหว่างสภาพแวดล้อมและสารเคมีในสมอง เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จัก เริ่มอวดความร่ำรวย หรือมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้นจากการลงทุน สมองจะเริ่มเปรียบเทียบ และเริ่มเชื่อว่าการลงทุนนั้นทำกำไรได้จริง
เพราะมนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมอุปทานหมู่ บวกเข้ากับความโลภ และความตื่นเต้นเมื่อเห็นผลตอบแทนกำไรเติบโต ถ้าหุ้นตัวไหนถูกพูดถึงบ่อยครั้ง หรือทำจุดสูงสุดใหม่ได้ สมองจะเชื่อว่าราคาซื้อขายนั้น เป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ
กลัวตกขบวน ทำให้ซื้อหุ้นแพงเกินจริงได้ ผ่านความกลัวที่จะพลาดโอกาสคว้าเงินก้อนโต เมื่อหุ้นราคาสูงขึ้นและเริ่มทำกำไรมหาศาลได้ นักลงทุนจะตัดสินใจเข้าซื้อ ตอนที่ราคาหุ้นสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว เพราะเชื่อว่าหุ้นตัวนั้นจะทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีก
เป็นอคติทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Loss Aversion” ในมิติของการเปรียบเทียบ คนเรามักจะเปรียบเทียบตัวเอง กับความสำเร็จของคนรอบข้าง เมื่อคนอื่นทำกำไรได้เกินครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย แต่ตัวเองเพิ่งได้กำไรมาเล็กน้อย เราจะเริ่มเปรียบเทียบ และรู้สึกว่าเราพลาดโอกาสใหญ่ไป
ลงทุนแบบไม่วิเคราะห์ เสี่ยงมากที่สุดที่จะเสียเงินต้นทั้งหมดไป การลงทุนแบบไม่มีการวิเคราะห์ หรือเช็กปัจจัยพื้นฐาน ก็เหมือนการเอาเงินไปเทลงหลุมทิ้ง ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่กว่า 80% ล้มเหลวในการลงทุน (2020-11-30) [1] เป็นตัวเลขที่สะท้อนระดับความยากได้
ความกลัว ทำลายเงินทุนได้ยังไง ตอบเลยว่าทำลายเงินทุนได้ ผ่านการบีบให้เราขายหุ้นถูกเกินไป หรือบางครั้งก็ไปกระตุ้นให้นักลงทุน เลือกเทขายหุ้นทิ้งทั้งหมดเพราะกลัวขาดทุน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว หุ้นบางตัวมีโอกาสฟื้นตัวสูงมาก
FOMO ทำให้การซื้อขายหุ้นถี่ขึ้นมากๆ แบบมีนัยสำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงกับอาการ Overtrading อย่างรุนแรง นักลงทุนที่อยู่ในภาวะนี้ จะเสียความใจเย็น เสียวินัย และเสียการรอจังหวะตั้งรับ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกกระโดดเข้าซื้อหุ้นแบบถี่ เพื่อคว้ากำไรเพียงเล็กน้อย
ข่าวสารบนโซเชียล กระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงได้รุนแรงมากในปัจจุบัน ข้อมูลจาก finance ระบุว่า “Gen Z เกือบ 70% เกิดอาการ FOMO เมื่อดูข่าวสารบนโซเชียล และชาวอเมริกันกว่า 57% ยอมรับว่าสื่อโซเชียล มีอิทธิพลทางการเงินกับพวกเขามาก” (2025-09-09) [2]
1. ใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นตัวกรอง: โอกาสที่แท้จริง ต้องมีปัจจัยพื้นฐานที่มองเห็นได้ชัด เช่น การเติบโตของรายได้ กระแสเงินสด และจุดแข็งของบริษัท
2. ใช้กฎบังคับรอ: ถ้ามีความรู้สึกอยากซื้อหุ้นตัวหนึ่งมากๆ ให้บังคับตัวเองรออย่างน้อยถึงวันรุ่งขึ้น ถ้ายังอยากซื้อและมีเหตุผลรองรับที่ดี ค่อยตัดสินใจซื้อ
3. ยึดมั่นแผนการจัดพอร์ต: ต้องมีสัดส่วนเงินลงทุนที่ชัดเจน และไม่ดึงเงินสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ก่อน เพื่อไล่ตามกระแสชั่วคราว

FOMO เป็นกับดักการลงทุนจริงหรือไม่ คำตอบคือ ใช่ ถือเป็นกับดักที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเชื่อมโยงกับหลักจิตวิทยาโดยตรง กระตุ้นให้นักลงทุนไล่ตามกระแส จนมองข้ามความเสี่ยงทั้งหมดได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำลายเงินต้นทั้งหมดได้ด้วย

