
ข้อเท็จจริง Blockchain คืออนาคตใหม่ จริงหรือไม่
- MY Kismet
- 56 views

Blockchain คืออนาคตใหม่ จริงหรือไม่ อาจจะเป็นเช่นนั้นจริง แต่เป็นอนาคตใหม่ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเครือข่าย และความโปร่งใส ภาพรวมไม่ถือเป็นอนาคตใหม่ที่จำเป็นมากขนาดนั้น เพราะการใช้งานยังไม่จำเป็นในบางอุตสาหกรรมต่างจาก AI Agent อย่างเห็นได้ชัด
มูลค่าตลาดบล็อกเชน ประจำปี 2026 อยู่ที่ 108.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 57.7 พันล้านดอลลาร์ จากการคาดการณ์เมื่อเข้าสู่ปี 2033 ตัวเลขอาจสูงขึ้นเป็น 9,055.5 พันล้านดอลลาร์ อัตราการเติบโตคือ 88.2% ต่อปี เรียกได้ว่าเติบโตได้ไวมากๆ (11 มิถุนายน 2026) [1]
สาเหตุที่นักลงทุนเริ่มหันมาลงทุนบล็อกเชน เป็นเพราะสถาบันการเงินหลายแห่ง เริ่มเรียนรู้การใช้งานบล็อกเชนแล้ว จุดประสงค์หลักคือการปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ และป้องกันภาวะเงินเฟ้อ ในอีกมุมหนึ่งบล็อกเชน ยังถือเป็นตัวกลางที่มีความโปร่งใสสูง ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้ในเรื่องความปลอดภัย
บล็อกเชนไม่ได้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมในบางกรณีเท่านั้น ความสามารถของบล็อกเชนทำได้หลายอย่าง เช่น การเชื่อมต่อต้นทางกับปลายทางแบบไม่ใช้คนกลาง และข้อมูลภายในกล่องแก้ไขไม่ได้ เป็นต้น ความสามารถเหล่านี้มีประโยชน์ แต่ไม่จำเป็นในบางอุตสาหกรรม
ฐานข้อมูลทั่วไปมีองค์ประกอบหลักๆ คือ Relational Database, NoSQL Database และ Cloud Database ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันอยู่และทำงานร่วมกันทั้งหมด ต่างจากบล็อกเชนที่จะสร้างกล่องใหม่ขึ้นมาทุกๆ 10 นาที และภายในกล่องมีข้อมูลได้ไม่เกิน 1 เมกะไบต์เท่านั้น (14 พฤษภาคม 2025) [2]
บล็อกเชนไม่ได้เป็นประเภทการเงิน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ที่ช่วยให้ระบบการเงินได้ โดยเฉพาะระบบการเงินแบบไร้คนกลาง มีความปลอดภัยสูงขึ้น และสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่ายมากขึ้นด้วย นิยมใช้กันในกลุ่มสกุลเงินดิจิทัล เช่น Cryptocurrency และ Digital Assets
อุตสาหกรรมที่ใช้งานบล็อกเชนแล้ว ได้แก่ ระบบขนส่ง, การเงินและธนาคาร, สินทรัพย์ดิจิทัล, การแพทย์, สาธารณูปโภค และพลังงาน ซึ่งหน้าที่หลักๆ จะเป็นในส่วนของการติดตามผล การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การถ่ายโอนกรรมสิทธิ์ที่มีผลทางกฎหมาย เป็นต้น
ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียม สามารถทำงานได้ตลอดเวลา โอนข้ามประเทศได้ไว มีความปลอดภัยสูง สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ ข้อมูลภายในกล่องจะไม่สามารถแก้ไขได้ ถือเป็นข้อดีที่ทำให้บล็อกเชนอาจมีบทบาทเพิ่มขึ้นในอนาคต
ไม่เป็นความจริง สกุลเงินดิจิทัลเป็นสิ่งแรกๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานบล็อกเชน แต่บล็อกเชนไม่ได้มีข้อจำกัดที่จะต้องอยู่กับสกุลเงินดิจิทัลตลอดไป มองง่ายๆ สกุลเงินดิจิทัลเป็นเหมือนอีเมล และบล็อกเชนเป็นอินเทอร์เน็ต บล็อกเชนสามารถปรับตัวเข้าได้กับทุกสิ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
มีความปลอดภัยสูงในตัวของระบบ ทั้งเรื่องการปิดช่องทางการเข้าถึงข้อมูล การแฮ็กย้อนหลังยิ่งยากไปใหญ่ ระบบเป็นแบบไม่ผ่านตัวกลาง สามารถทำงานได้ตลอดไม่มีล่ม ช่องโหว่ที่พบได้ส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้งาน ทั้งเรื่องการให้ข้อมูลส่วนตัว และการวางโปรแกรมแบบมีช่องโหว่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับบล็อกเชนโดยตรง
ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทุกธุรกิจ ธุรกิจขนาดเล็กที่บริหารเองได้ ไม่จำเป็นต้องใช้บล็อกเชน ส่วนธุรกิจที่ต้องใช้จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการความปลอดภัยสูง และสามารถส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เช่น ธุรกิจการเงิน ธุรกิจส่งออกสินค้าแบรนด์เนม และธุรกิจประกันภัย เป็นต้น

บทส่งท้าย Blockchain คืออนาคตใหม่จริงหรือไม่ คำตอบคือ เป็นอนาคตในบางอุตสาหกรรม ไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของโลก เพราะความสามารถพิเศษของบล็อกเชน ช่วยให้บางอุตสาหกรรมมีคุณภาพขึ้น และมีความปลอดภัยที่สูงขึ้น เช่น ระบบขนส่งและธนาคาร

