ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม ป้องกันโรคติดต่อ

ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม

เนื่องจาก ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม คำตอบคือทางบอลโลกไม่ได้มีการบังคับฉีดวัคซีนเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยทั้งสามประเทศได้กำหนดให้มีการควบคุม ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงบางภูมิภาคในแอฟริกา

  • ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนอะไร
  • วัคซีนที่ควรฉีดก่อนออกเดินทาง คือวัคซีนอะไร
  • สายพันธุ์โรคที่ต้องเฝ้าระวังในบอลโลก 2026

ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนอะไร?

โดยการ ไปดูบอลโลก 2026 จะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่ต้องทำตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ โดยสำหรับปัจจุบันทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพไม่ได้บังคับตรวจเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการผ่านแดนเข้าประเทศ แต่ก็ควรเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลไว้ด้วย

เพราะเนื่องจากในอดีตที่เคยมีการแพร่ระบาดโรคติดต่อ ในการแข่งบอลโลกในอดีต ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำนักเดินทางควรที่จะฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน เพราะในช่วงปี 2025-2026 ได้มีผู้ป่วยจากโรคหัดมากถึง 18,000 รายภายในประเทศเม็กซิโก (5 มิถุนายน 2026) [1]

เงื่อนไขการฉีดวัคซีน ของประเทศเจ้าภาพ เป็นอย่างไร?

เงื่อนไขการฉีดวัคซีน ของประเทศเจ้าภาพ โดยทางหน่วยงานควบคุมโรคของทั้ง สหรัฐ, แคนาดา และเม็กซิโก ได้ประกาศตรงกันว่าไม่มีการบังคับแสดงเอกสารฉีดวัคซีนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ควรที่เตรียมความพร้อม และพกประวัติวัคซีนดิจิทัลไว้เพื่อความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรมในสนาม

เพราะจากการ แข่งขันบอลโลกที่จะมีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงอาจจะทำให้เกิดการติดต่อโรคได้ง่าย ซึ่งอย่างในประเทศออสเตรเลียที่ได้เน้นให้บุคคลที่เกิดในช่วงปีระหว่าง 1966-1980 ที่ได้ระบุให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้มากกว่า 1 โดส รวมไปถึงควรที่จะฉีดวัคซีน MMR (5 มิถุนายน 2026) [2]

แนะนำวัคซีน ที่ควรฉีดก่อนออกเดินทาง คือวัคซีนอะไร?

โดยการแนะนำวัคซีน ที่ควรฉีดก่อนออกเดินทาง ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปดูบอลโลก ที่เป็นสถานที่ที่จะมีผู้คนหนาแน่นเป็นจำนวนมาก จึงอาจจะนำพามาสู่โรคติดต่อก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่จะไปในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ควรที่จะฉีดวัคซีนตามดังนี้

  • วัคซีนที่ 1 ป้องกันโรคไข้เหลือง เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ จะเหมาะสมการเดินทางไปยังประเทศแถบแอฟริกากลาง และอเมริกาใต้ต้องรับวัคซีนชนิดนี้อย่างน้อย 10 วัน และควรที่จะเข้าไปรับเข็มกระตุ้นในทุกๆ 10 ปี
  • วัคซีนที่ 2 ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และควรฉีดวัคซีนชนิดนี้ในทุกๆ 1 ปี และควรที่จะฉีดวัคซีนชนิดนี้ก่อนจะถึงหน้าฝน โดยก่อนเดินทางควรฉีดวัคซีนนี้ก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • วัคซีนที่ 3 ป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์ ต้องฉีดวัคซีนชนิดนี้ก่อนจะไปในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งวัคซีนนี้ถือว่าเหมาะกับผู้คนที่ต้องอาศัยในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยที่ต่ำ น้ำดื่มไม่สะอาด อย่างเช่นใน ประเทศอินเดีย, แอฟริกา และเอเชียใต้ ซึ่งควรฉีดก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือน
  • วัคซีนที่ 4 ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อต้องไปในพื้นที่ที่มีสัตว์เร่ร่อนเป็นจำนวน และถ้าต้องอยู่ในประเทศนั้นเป็นเวลานาน ซึ่งการฉีดวัคซีนชนิดนี้จะเป็นการฉีด 3 แบบเมื่อได้ฉีดครั้งที่ 1 หลังจาก 7 วันก็จะต้องไปฉีดเข็มที่ 2 ต่อ เมื่อผ่านไปประมาณ 14-21 วัน จะสามารถรับเข็มที่ 3 ได้ทันที
  • วัคซีนที่ 5 ป้องกันโรคหัด และโรคหัดเยอรมัน และควรที่จะรับวัคซีนชนิดนี้ก่อนออกเดินทาง ซึ่งวัคซีนนี้จะแบ่งเป็น 2 เข็ม โดยเข็มแรกจะได้รับตั้งแต่อายุ 12-13 เดือน เมื่อผ่านไป 1 เดือนก็จะสามารถฉีดเข็มที่ 2 ได้และเมื่อจะออกเดินทาง ก็ควรไปวัคซีนชนิดนี้ก่อนออกเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์

ที่มา: วัคซีนที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ก่อนเดินทาง (14 มกราคม 2026) [3]

สายพันธุ์โรค ที่ต้องเฝ้าระวังในบอลโลก 2026

สายพันธุ์โรค ที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่ โรคอีโบลา และโรคหัด เพราะการจัดการแข่งขันในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคผ่านระบบทางเดินหายใจสูงขึ้น โดยทีมแพทย์นานาชาติจึงออกโรงเตือนให้แฟนบอลไทยตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของตนเองก่อนจองตั๋วเครื่องบิน

โดยสำหรับ โรคอีโบลามีการระบาดของอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา ซึ่งเชื้อสายพันธุ์ชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาเฉพาะทาง ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงอาจจะทำให้แพร่เชื้อได้รวดเร็ว

เตือนภัยโรคที่เสี่ยงจะเกิดขึ้นในบอลโลก 2026 คือโรคอะไร?

ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม

เตือนภัยโรคที่เสี่ยงจะเกิดขึ้นในบอลโลก 2026 จะได้แก่ โรคหัด และโรคอีโบลา เพราะเนื่องจากความประจวบเหมาะของสถานการณ์ระบาดทั่วโลก ร่วมกับการเดินทางและการรวมตัวของคนหมู่มาก จึงถือว่าเป็นสถานการณ์ ที่มีความเสี่ยงสูงจะทำให้แพร่ระบาดของโรคติดต่อ

ซึ่งถ้าย้อนไปในปี 2025-2026 เกิดสถานการณ์ระบาดของโรคหัดระลอกใหม่ในอเมริกาเหนือ โดยพบผู้ป่วยสะสมในเม็กซิโกกว่า 11,184 ราย ในสหรัฐ 1,983 ราย และแคนาดา 1,042 ราย จึงได้มีการแนะนำให้ผู้เดินทางฉีดวัคซีน MMR จำนวน 2 โดสเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

แนะนำวัคซีน ป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ เป็นอย่างไร?

เนื่องจาก วัคซีนป้องกัน โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งควรที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์โดยจะมีราคาประมาณ 400-900 บาท ถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันสูงสุด ก่อนที่จะเสี่ยงเจอสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละเมือง

ไม่หมดเท่านั้น บอลโลก 2026 รับมืออีโบลายังไง จะบังคับให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่เน้นทำลายระบบทางเดินหายใจ โดยจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และการเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงในกลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดได้

สรุป ไปดูบอลโลก ต้องฉีดวัคซีนไหม ป้องกันโรค

สรุป ไปดูบอลโลก ต้องฉีดวัคซีนไหม คำตอบคือทางบอลโลกไม่ได้มีการตรวจวัคซีนที่เคยฉีด หรือไม่ได้ระบุให้ต้องฉีดวัคซีน แต่ก็ควรที่จะฉีดวัคซีนไว้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อ เนื่องจากในงานบอลโลกเป็นพื้นที่ที่หนาแน่น อาจจะส่งผลให้เกิดโรคติดต่อได้

ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส จะยังสามารถเข้าประเทศเจ้าภาพ ได้ไหม?

ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศได้ยกเลิกมาตรการบังคับตรวจวัคซีนโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงปี 2023-2024 หากเกิดการเจ็บป่วยระหว่างทริป แฟนบอลจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอง ซึ่งในสหรัฐอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง

ควรฉีดวัคซีนก่อนไปดูบอลโลก 2026 ล่วงหน้ากี่วัน?

ก่อนที่จะไปดูบอลโลก 2026 ควรที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ ก่อนวันที่จะออกเดินทาง เพื่อให้ร่างกายสร้างระดับภูมิคุ้มกันได้เพียงพอ รวมไปถึงยังได้รับเอกสารสมุดเล่มเหลืองเพื่อใช้แสดงกรณีฉุกเฉิน ในกรณีที่โดนสั่งห้ามไม่ให้เข้าภายในประเทศ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง