
ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม ป้องกันโรคติดต่อ
- จินนักเขียน
- 67 views

เนื่องจาก ไปดูบอลโลก 2026 ต้องฉีดวัคซีนไหม คำตอบคือทางบอลโลกไม่ได้มีการบังคับฉีดวัคซีนเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยทั้งสามประเทศได้กำหนดให้มีการควบคุม ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูงบางภูมิภาคในแอฟริกา
โดยการ ไปดูบอลโลก 2026 จะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน แต่ต้องทำตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ โดยสำหรับปัจจุบันทั้ง 3 ประเทศเจ้าภาพไม่ได้บังคับตรวจเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการผ่านแดนเข้าประเทศ แต่ก็ควรเตรียมความพร้อมด้านภูมิคุ้มกันเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลไว้ด้วย
เพราะเนื่องจากในอดีตที่เคยมีการแพร่ระบาดโรคติดต่อ ในการแข่งบอลโลกในอดีต ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำนักเดินทางควรที่จะฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน เพราะในช่วงปี 2025-2026 ได้มีผู้ป่วยจากโรคหัดมากถึง 18,000 รายภายในประเทศเม็กซิโก (5 มิถุนายน 2026) [1]
เงื่อนไขการฉีดวัคซีน ของประเทศเจ้าภาพ โดยทางหน่วยงานควบคุมโรคของทั้ง สหรัฐ, แคนาดา และเม็กซิโก ได้ประกาศตรงกันว่าไม่มีการบังคับแสดงเอกสารฉีดวัคซีนที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่ควรที่เตรียมความพร้อม และพกประวัติวัคซีนดิจิทัลไว้เพื่อความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรมในสนาม
เพราะจากการ แข่งขันบอลโลกที่จะมีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก จึงอาจจะทำให้เกิดการติดต่อโรคได้ง่าย ซึ่งอย่างในประเทศออสเตรเลียที่ได้เน้นให้บุคคลที่เกิดในช่วงปีระหว่าง 1966-1980 ที่ได้ระบุให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้มากกว่า 1 โดส รวมไปถึงควรที่จะฉีดวัคซีน MMR (5 มิถุนายน 2026) [2]
โดยการแนะนำวัคซีน ที่ควรฉีดก่อนออกเดินทาง ซึ่งสำหรับผู้ที่จะไปดูบอลโลก ที่เป็นสถานที่ที่จะมีผู้คนหนาแน่นเป็นจำนวนมาก จึงอาจจะนำพามาสู่โรคติดต่อก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่จะไปในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ควรที่จะฉีดวัคซีนตามดังนี้
ที่มา: วัคซีนที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ก่อนเดินทาง (14 มกราคม 2026) [3]
สายพันธุ์โรค ที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่ โรคอีโบลา และโรคหัด เพราะการจัดการแข่งขันในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคผ่านระบบทางเดินหายใจสูงขึ้น โดยทีมแพทย์นานาชาติจึงออกโรงเตือนให้แฟนบอลไทยตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของตนเองก่อนจองตั๋วเครื่องบิน
โดยสำหรับ โรคอีโบลามีการระบาดของอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา ซึ่งเชื้อสายพันธุ์ชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาเฉพาะทาง ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงอาจจะทำให้แพร่เชื้อได้รวดเร็ว

เตือนภัยโรคที่เสี่ยงจะเกิดขึ้นในบอลโลก 2026 จะได้แก่ โรคหัด และโรคอีโบลา เพราะเนื่องจากความประจวบเหมาะของสถานการณ์ระบาดทั่วโลก ร่วมกับการเดินทางและการรวมตัวของคนหมู่มาก จึงถือว่าเป็นสถานการณ์ ที่มีความเสี่ยงสูงจะทำให้แพร่ระบาดของโรคติดต่อ
ซึ่งถ้าย้อนไปในปี 2025-2026 เกิดสถานการณ์ระบาดของโรคหัดระลอกใหม่ในอเมริกาเหนือ โดยพบผู้ป่วยสะสมในเม็กซิโกกว่า 11,184 ราย ในสหรัฐ 1,983 ราย และแคนาดา 1,042 ราย จึงได้มีการแนะนำให้ผู้เดินทางฉีดวัคซีน MMR จำนวน 2 โดสเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
เนื่องจาก วัคซีนป้องกัน โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งควรที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์โดยจะมีราคาประมาณ 400-900 บาท ถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันสูงสุด ก่อนที่จะเสี่ยงเจอสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละเมือง
ไม่หมดเท่านั้น บอลโลก 2026 รับมืออีโบลายังไง จะบังคับให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่เน้นทำลายระบบทางเดินหายใจ โดยจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และการเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงในกลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดได้
สรุป ไปดูบอลโลก ต้องฉีดวัคซีนไหม คำตอบคือทางบอลโลกไม่ได้มีการตรวจวัคซีนที่เคยฉีด หรือไม่ได้ระบุให้ต้องฉีดวัคซีน แต่ก็ควรที่จะฉีดวัคซีนไว้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดต่อ เนื่องจากในงานบอลโลกเป็นพื้นที่ที่หนาแน่น อาจจะส่งผลให้เกิดโรคติดต่อได้
ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิดครบโดส สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามปกติ เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศได้ยกเลิกมาตรการบังคับตรวจวัคซีนโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงปี 2023-2024 หากเกิดการเจ็บป่วยระหว่างทริป แฟนบอลจะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอง ซึ่งในสหรัฐอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูง
ก่อนที่จะไปดูบอลโลก 2026 ควรที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ ก่อนวันที่จะออกเดินทาง เพื่อให้ร่างกายสร้างระดับภูมิคุ้มกันได้เพียงพอ รวมไปถึงยังได้รับเอกสารสมุดเล่มเหลืองเพื่อใช้แสดงกรณีฉุกเฉิน ในกรณีที่โดนสั่งห้ามไม่ให้เข้าภายในประเทศ

