ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง แผนเดินทางไปดูบอลโลก

ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง

เนื่องจาก ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง จะจำเป็นต้องเดินทางไปยัง 3 ประเทศที่เป็นเจ้าภาพร่วมได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งได้กระจายแมตช์การแข่งขันตามเมืองใหญ่รวมเป็น 16 เมืองเจ้าภาพ ซึ่งจะจำเป็นต้องเตรียมเอกสารเข้าประเทศ เพื่อเดินทางข้ามทวีปไปยังประเทศเจ้าภาพ

  • วางแผนเตรียมตัว ไปดูบอลโลก
  • การเตรียมเอกสาร สำหรับการไปดูบอลโลก
  • เจาะลึกการเดินทาง ไปดูบอลโลกเดินทางยังไง

วางแผนเตรียมตัว ไปดูบอลโลก เป็นอย่างไร?

ซึ่งการ วางแผนเตรียมตัวไปดู ฟุตบอลโลก 2026 จำเป็นต้องเน้นความคล่องตัวทางการเงิน เพราะจากในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ประเทศพร้อมทั้งขยายเป็น 48 ทีม ทำให้มีการเดินทางข้ามเมืองและข้ามประเทศสูงมากกว่าปกติ โดยจะมีรายละเอียดวางแผนเตรียมตัวไปดูบอลโลกตามดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 กำหนดงบประมาณเบื้องต้น โดยจะต้องตั้งงบประมาณในการใช้จ่าย 7-10 วัน ซึ่งต้องแบ่งสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ประกอบไปด้วย ค่าที่พักประมาณ 30-45% ของงบรวมทั้งหมด และค่าตั๋วเครื่องบิน 25-40% รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อตั๋วบอลโลกประมาณ 15-35%
  • ขั้นตอนที่ 2 ตั๋วเข้าชมการแข่งขัน จะจำเป็นต้องซื้อตั๋วจากช่องทางหลักอย่างเป็นทางการของ FIFA Tickets จากนั้นก็ต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของ FIFA จะต้องมีข้อมูลพาสปอร์ตที่ต้องตรงกับชื่อบนตั๋ว
  • ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมเอกสารการเดินทาง จะต้องมีวีซ่าในการเดินทางไปยัง สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งจะจำเป็นต้องขอวีซ่าทั้ง 3 ประเทศนี้ เมื่อมีวีซ่าของสหรัฐหรือแคนาดา ก็จะจำเป็นต้องขอวีซ่าของเม็กซิโก ก็สามารถเข้าไปยังในประเทศได้
  • ขั้นตอนที่ 4 การเตรียมตั๋วเครื่องบิน และที่พัก โดยตั๋วเครื่องบินในการข้ามประเทศประมาณ 40,000-60,000 บาท และสำหรับราคาที่พักอย่างโรงแรม ซึ่งจะมีราคาสูงเพราะเป็นช่วงเทศกาลโดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-15,000 บาทต่อคืน

วิธีการจองตั๋ว เข้าชมการแข่งขัน ทำอย่างไร?

โดยวิธีการจองตั๋ว เข้าชมการแข่งขันบอลโลก 2026 ซึ่งจะมีราคาตั๋วรอบแบ่งกลุ่มบุคคลทั่วไปเริ่มต้นที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐ จนถึงรอบชิงชนะเลิศที่มีราคาพุ่งสูงถึง 1,490-7,875 บาท โดยตั๋วเครื่องบินไปกลับจากเอเชียสู่อเมริกาเหนือช่วงทัวร์นาเมนต์จะปรับตัวสูงขึ้น 50%-100%

ซึ่งราคาตั๋วเข้าชมการแข่งขันในปี 2025-2026 ที่ทางฟีฟ่าเคยขายตั๋วในราคา 4,500 บาท เฉพาะการแข่งขันรอบที่ 3 และอาจจะมีราคาพุ่งสูงถึง 2.8 แสนบาท จากนั้นในช่วงปี 2026 ก็ได้ปรับราคาตั๋วสูงถึง 3.5 แสนบาทเมื่อเปิดขายในวันที่ 1 เมษายน 2026 (22 เมษายน 2026) [1]

การเตรียมเอกสาร สำหรับการไปดูบอลโลก ต้องมีอะไรบ้าง?

โดยการเตรียมเอกสาร สำหรับการไปดูบอลโลกในปี  2026 จะจำเป็นต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเข้าสู่ประเทศต่างๆ ซึ่งจะประกอบไปด้วย เอกสารเดินทาง, เอกสารเข้าชมการแข่งขัน และเอกสารทางการเงิน ซึ่งถือว่าเป็นเอกสารที่จำเป็นในการใช้งานสำหรับการไปดูบอลโลก โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • เอกสารฉบับที่ 1 เอกสารเดินทาง จะจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทาง และวีซ่าของทั้ง 3 ประเทศ รวมไปถึงตั๋วเครื่องบินไปกลับ พร้อมกับใบจองที่พัก เพื่อแสดงเอกสารยืนยันในการเป็นนักท่องเที่ยว
  • เอกสารฉบับที่ 2 เอกสารเข้าชมการแข่งขัน จะต้องมีตั๋วเข้าชมการแข่งขัน และบัตรประจำตัวแฟนบอล โดยเจ้าภาพในแต่ละครั้งมักจะกำหนดให้แฟนบอลลงทะเบียนเพื่อรับบัตรประจำตัวเฉพาะกิจ รวมไปถึงยังต้องพิมพ์ตั๋วแบบกระดาษเพื่อยืนยันตัวตน
  • เอกสารฉบับที่ 3 เอกสารทางการเงิน ได้แก่ เอกสารทางการเงิน และประกันการเดินทาง รวมไปถึงบัตรเครดิตที่ใช้ต่างประเทศได้ ซึ่งจะเป็นเอกสารที่จะใช้ในการยืนยันตัวตน แก่ตำรวจตรวจค้นคนเข้าเมือง

เจาะลึกการเดินทาง ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง?

เนื่องจากการเจาะลึกการเดินทาง ไปดูบอลโลกในปี 2026 ที่จะจำเป็นต้องจะต้องเดินทางมุ่งหน้าสู่ทวีปอเมริกาเหนือ เนื่องจากมีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ประเทศ โดยกระจายการแข่งขันไปตามเมืองต่างๆรวม 16 เมือง โดยการเดินทางระหว่างเมือง จะมีรายละเอียดตามดังนี้

  • การเดินทางขั้นตอนที่ 1 เดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศ เหมาะสมกับการเดินทางข้ามภูมิภาคหรือข้ามประเทศ แนะนำให้จองตั๋วเครื่องบินภายในล่วงหน้าทันทีที่มีตารางแมตช์
  • การเดินทางขั้นตอนที่ 2 เดินทางด้วยรถไฟ จะใช้งานได้เฉพาะฝั่งตะวันออกของสหรัฐ โดยจะจำเป็นต้องใช้บริการรถไฟ Amtrak เพราะจะวิ่งเชื่อมระหว่าง บอสตัน, นิวยอร์ก, และฟิลาเดลเฟียได้อย่างสะดวก
  • การเดินทางขั้นตอนที่ 3 เดินทางด้วยการเช่ารถขับ ซึ่งจะเหมาะสำหรับการเดินทางภายในรัฐเดียวกัน แต่อาจไม่เหมาะสำหรับการขับข้ามประเทศเนื่องจากติดปัญหาเรื่องเอกสารผ่านแดน และอาจจะทำให้ค่าคืนรถต่างสถานที่มีราคาสูงขึ้น

แนะนำการใช้ ระบบขนส่งสาธารณะ ในการไปดูบอลโลก

ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง

ระบบขนส่งมวลชนใน 16 เมือง ของเจ้าภาพมีความแตกต่างกัน อย่างนิวยอร์กมีรถไฟใต้ดิน MTA จะมีราคาเที่ยวละ 3.00 ดอลลาร์ โดยจะจำกัดสูงสุด 35 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ส่วนลอสแอนเจลิสมีระบบ LA Metro ค่าโดยสารไปกลับสนาม SoFi Stadium เพียง 3.50 ดอลลาร์เท่านั้น (19 พฤษภาคม 2026) [2]

นอกจากนี้บางสนามแข่งขันอย่าง MetLife เป็นสนามที่ก่อตั้งและพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 1863-1868 ถึงจะไม่มีรถไฟประจำทาง แต่จะเปิดให้บริการรถไฟพิเศษของ NJ Transit และรถบัสรับส่งแฟนบอลในวันแมตช์เดย์โดยมีค่าตั๋วไปกลับเฉลี่ยอยู่ที่ 80-105 ดอลลาร์

ข้อควรระวัง ในการเดินทางไปดูบอลโลก ต้องระวังอะไรบ้าง?

โดยข้อควรระวัง ในการเดินทางไปดูบอลโลก ควรระวังกลโกง และตั๋วปลอม เพราะไม่งั้นอาจจะถูกหลอกขายตั๋วปลอมก็เป็นได้ รวมไปถึงการก่ออาชญากรรมในพื้นที่หนาแน่น ซึ่งทำให้เห็นว่าการไปดูบอลนั้นเคยมีเหตุการณ์ที่สำคัญ ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมมากมายจึงควรระวังการก่ออาชญากรรมต่างๆ

จากข้อมูลที่ทำให้ เห็นว่าในช่วงปีตั้งแต่ 1964-2012 ที่พบว่าการแข่งขันบอลโลกทุกครั้ง ต้องพบกับการก่อจลาจลหลังจบการแข่งขัน โดยภาพรวมเคยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก จึงบอกได้ว่าการจัดการแข่งขันทุกปีจะมาพร้อมกับเหตุจลาจลทุกครั้ง (2 กุมภาพันธ์ 2012) [3]

สรุป ไปดูบอลโลก เดินทางยังไง การเดินทางไปดูบอล

สรุป ไปดูบอลโลกเดินทางยังไง จะจำเป็นต้องเตรียมเอกสารเดินทาง และต้องวางแผนเดินทางให้ครอบคลุม รวมไปถึงต้องจองตั๋วเข้าชมบอลโลกก่อนที่จะเดินทาง เพื่อป้องกันการซื้อตั๋วจากหน้าสนามแข่งขัน อาจจะส่งผลให้ได้รับตั๋วปลอม และควรที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการไปดูบอลในเมืองต่างๆ

งบรวมทั้งหมด ในการเดินทางไปดูบอลโลก ต้องใช้งบเท่าไร?

ในการเดินทางไปดูบอลโลก ทริปประหยัดในเม็กซิโกใช้งบประมาณเพียง 1,750 – 2,800 ดอลลาร์ โดยสำหรับทริปกลางในอเมริกาอยู่ที่ 3,500-5,600 ดอลลาร์ และทริปพรีเมียมพุ่งสูงเกิน 8,500-18,000 ดอลลาร์ขึ้นไป แนะนำให้ซื้อผ่าน eSIM สำหรับอเมริกาเหนือล่วงหน้า ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 50-150 ดอลลาร์

เคล็ดลับประหยัดงบเดินทาง สำหรับการไปดูบอล มีเคล็ดลับอย่างไร?

เคล็ดลับประหยัดงบเดินทาง ควรใช้จ่ายด้านที่พักถือเป็นจุดที่ผันผวนสุด ซึ่งเคล็ดลับคือการเลือกพักในเมืองแถบ ฮิวสตัน, แอตแลนตา หรือกัวดาลาฮารา ซึ่งมีค่าโรงแรมเริ่มต้นเพียง 50-100 ดอลลาร์ต่อคืน และหลีกเลี่ยงเมืองพรีเมียมอย่างแวนคูเวอร์ หรือโทรอนโตที่ค่าที่พักพุ่งสูงกว่า 1,200 ดอลลาร์ต่อคืน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง