
รวมถาม-ตอบ ไทยพึ่งพาน้ำมัน จากช่องแคบฮอร์มุซไหม
- Blackcat
- 97 views

ไทยพึ่งพาน้ำมัน จากช่องแคบฮอร์มุซไหม ไทยพึ่งพาน้ำมันดิบจากช่องแคบฮอร์มุซจริง และราวครึ่งหนึ่งมาจากอ่าวเปอร์เซีย เมื่อช่องแคบหยุดชะงัก ไทยจึงได้รับผลกระทบทันที ทั้งด้านอุปทานและราคาน้ำมัน
พึ่งพาอย่างมาก โดยไทยนำเข้าน้ำมันดิบเกิน 900,000 บาร์เรลต่อวัน และราวครึ่งหนึ่งต้องผ่านช่องแคบนี้ เมื่อเส้นทางหยุดชะงักตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อุปทานน้ำมันของไทย จึงถูกกระทบทันที (2026-04-20) [1]
ช่องแคบฮอร์มุซ คือทางน้ำแคบ ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ และประตูทางออกทางทะเล เพียงแห่งเดียวของประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเชื่อมต่อ ออกไปสู่มหาสมุทร โดยช่องแคบนี้ มีความยาวประมาณ 104 ไมล์ (90 ไมล์ทะเล, 167 กิโลเมตร) ความกว้างแตกต่างกันไป ตั้งแต่ประมาณ 60 ไมล์ (52 ไมล์ทะเล, 97 กิโลเมตร) ถึง 24 ไมล์ (21 ไมล์ทะเล, 39 กิโลเมตร) (2026-08-19) [2]
ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญระดับโลก ที่มีการขนส่งน้ำมันดิบไปทั่วโลก โดยมีเส้นทางหลีกเลี่ยงที่จำกัด หากเกิดการปิดกั้น หรือความขัดแย้งขึ้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่ออุปทานน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น และสร้างแรงกระแทก ต่อเศรษฐกิจโลกในทันที
ไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบ เป็นจำนวนมาก จากข้อมูลจากปี 2568 ประเทศไทยจัดหาน้ำมันดิบจาก ตะวันออกกลาง 57% ตะวันออกไกล 12% ท้องถิ่น 7% และช่องทางอื่น ๆ 24% (2026-03-03) [3]
ไทยนำเข้าน้ำมันดิบ จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นแหล่งหลักของน้ำมัน ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และส่วนของ ปตท. ยังมีสัญญาซื้อน้ำมันจาก ADNOC ของอาบูดาบี
ไทยมีเส้นทางนำเข้าน้ำมันอื่นเช่นกัน แต่ทดแทนได้ไม่เต็มที่ โดยทางกระทรวงพลังงานให้ ปตท. เร่งหาน้ำมันจากสหรัฐฯ แอฟริกาตะวันตก และมาเลเซีย ส่วนทางเลี่ยงของผู้ผลิตอย่างท่อส่ง ตะวันออก – ตะวันตก ของซาอุดีอาระเบีย ไปยังท่าเรือทะเลแดง ก็มีกำลังขนส่งที่จำกัด
ในช่วงที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ 110 วัน โดยกองทุนน้ำมันติดลบ 59,447.80 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายงานข่าวจาก Thai PBS News อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook
กระทบแน่นอน ซึ่งต้นทุนนำเข้าและค่าขนส่งสูงขึ้น เพราะบริษัทประกันภัยระงับ หรือปรับเพิ่มเบี้ยความเสี่ยงสงคราม รัฐจึงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคา โดยช่วงต้นวิกฤตกำหนดเพดานดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nationthailand
ทำได้บางส่วน โดยกระจายแหล่งซื้อ เพิ่มการผลิตก๊าซในอ่าวไทย และเตรียมปรับสำรองน้ำมันขั้นต่ำตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การลดการพึ่งพาน้ำมัน จากตะวันออกกลางแบบยั่งยืน ยังต้องใช้เวลา เพราะแหล่งทดแทนนั้นมีต้นทุนสูงกว่า
กระทรวงพลังงาน เป็นหน่วยงานหลัก ทำหน้าที่กำกับสำรอง สั่งการให้ ปตท. หาแหล่งน้ำมันเพิ่ม และดูแลราคา ร่วมกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

พึ่งพาอย่างมาก โดยราวครึ่งหนึ่งของน้ำมันดิบ นำเข้ามาจากอ่าวเปอร์เซีย และไทยแก้ปัญหาด้วยการตรึงราคา ใช้สำรอง และหาแหล่งใหม่ สถานการณ์ช่องแคบเปิดสลับปิด ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป

