
โลกร้อน กระทบบอลโลก 2026 ยังไง ภาวะโลกร้อน
- จินนักเขียน
- 65 views

เนื่องจาก โลกร้อน กระทบบอลโลก 2026 ยังไง จะส่งผลกระทบในหลากหลายด้านอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีผลโดยตรงต่อตัวนักกีฬา ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของนักกีฬาลดลง เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด อาจจะทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักมากขึ้น จึงทำให้นักเตะแสดงประสิทธิภาพออกมาไม่เต็มที่
โดยอุปสรรค ต่อการแข่งบอลโลก 2026 ชี้ชัดว่าสภาพอากาศภายใน 16 สนามแข่งขันนั้น จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าทุกๆปี ซึ่งจากการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญระบุมีความร้อนสะสมมากกว่า 49% ที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจก จึงทำให้การแข่งขันทั้ง 49 แมตช์ ต้องเผชิญหน้ากับอุณหภูมิเกิน 28 องศาเซลเซียส
โดยถ้า ย้อนกลับไปในปี 1994-2026 ที่ทางทีมเยอรมันต้องพบกับ สภาพอากาศที่เลวร้ายที่สุด จึงทำให้การปรับตัวเป็นเรื่องยากมากในการเล่นภายใต้อากาศเช่นนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 จะต้องเผชิญหน้ากับอากาศร้อนจัดสูงถึง 37.7 องศาเซลเซียส ในช่วงที่จัดการแข่งขัน (11 มิถุนายน 2026) [1]
เนื่องจาก คลื่นความร้อน ในเมืองเจ้าภาพที่จัดบอลโลก 2026 มีการระบุว่าดัชนีความร้อน WBGT ที่กำลังพุ่งสูงเกินเกณฑ์ปลอดภัยใน 14 เมือง โดยเฉพาะไมอามี เม็กซิโกซิตี, ฮิวสตัน และกัวดาลาฮารา ซึ่งจะส่งผลต่อนักกีฬา อาจจะทำให้มีความเครียดจากความร้อนที่พุ่งสูงขึ้น
จากการสำรวจในพื้นที่ อเมริกาเหนือ, ชิคาโก และยุโรป ในช่วงปีระหว่าง 1936-2003 เคยมีอุณหภูมิสูงมากถึง 45 องศาเซลเซียสในอเมริกาเหนือ โดยนอกจากนี้ในพื้นที่อื่นๆจะมีอุณหภูมิสูงเพียง 40 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งจากความร้อนจัดในยุโรป ก่อให้เกิดไฟป่าในหลายพื้นที่ของยุโรป (18 พฤศจิกายน 2025) [2]
โดยสำหรับ สภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนเฉียบพลัน เพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่แถบอเมริกาเหนือช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติทำให้ฝ่ายจัดงานต้องเตรียมแผนสำรองกรณีแมตช์ล่าช้า ซึ่งอาจกระทบต่อระบบถ่ายทอดสด
ซึ่งจาก สภาพอากาศ จึงอาจจะทำให้การแข่งขันต้องหยุดลง หรืออาจจะทำให้การแข่งขันเกิดความล่าช้า ซึ่งในสนามแข่งขันในปีนี้ ก็มีมาตรการจัดการป้องกันหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการติดเครื่องระบายอากาศ และการติดที่ระบายน้ำออกจากสนามที่รวดเร็ว
นักเตะบอลโลกร้อน ฟอร์มจะตกไหม จะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพทางร่างกายของนักเตะ ทำให้ความเร็ว และระยะทางการวิ่งในสนามลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนักกีฬาแล้ว แฟนบอลในสนามก็มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในสนามแบบเปิดที่ไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบปิด
โดยถ้าหาก ย้อนกลับไปในปี 2022-2026 ที่มีการจัดบอลโลก 2022 ในกาตาร์ ที่มีการเลื่อนออกไปจากภัยความร้อนจัด ซึ่งในตอนนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 90 องศาฟาเรนไฮต์ เพราะฉะนั้นทางฟีฟ่าจึงได้เพิ่มมาตรการหยุดพักกินน้ำให้แก่ นักกีฬาทุกครึ่งการแข่งขัน เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศที่ร้อนเกินไป (29 เมษายน 2026) [3]

เนื่องจาก ความเครียดจากความร้อน ที่ส่งผลต่อนักกีฬา อาจจะทำให้เกิดฮีตสโตรก หรือที่เรียกว่า โรคลมแดด ซึ่งจะเป็นภาวะที่ร่างกายปรับตัวไม่ทันต่อความร้อนภายในร่างกาย ซึ่งสำหรับความเครียดจากความร้อน ที่จะนำพาไปยังโรคลมแดดมาก่อนที่จะเกิดขึ้น โดยจะมีรายละเอียด โดยจะมีสัญญาณเตือนตามดังนี้
ฟีฟ่าจำเป็น ต้องบังคับใช้มาตรการ หยุดพักดื่มน้ำและคลายความร้อนชั่วคราวในระหว่างการแข่งขันในทุกๆ 104 แมตช์ เพื่อให้นักกีฬาได้พักดื่มน้ำ และลดอุณหภูมิร่างกายทุกช่วงนาทีที่ 30 และนาทีที่ 75 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับ การจัดการแข่งขันในเมืองเขตร้อนจัด
ซึ่งไม่หมดเท่านั้น สำหรับการแข่งขันที่จัดในเมืองที่ร้อนจัด ทางฟีฟ่ามีมาตรการให้เลื่อนการแข่งขัน ไปจัดการแข่งขันในช่วงเย็น เพื่อเลี่ยงอากาศที่ร้อนเกินไป ซึ่งหลากหลายทีมก็ได้ลงทุนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีกันความร้อนให้แก่นักกีฬาอย่าง เสื้อกั๊กทำความเย็น และพัดลมพ่นละอองน้ำ
สรุป โลกร้อนกระทบบอลโลก 2026 ยังไง จะกระทบทั้งแฟนบอล และตัวนักกีฬา จะทำให้สมรรถภาพทางกายของนักกีฬาลดลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ หรือเป็นลมแดดได้ เพราะฉะนั้นทางฟีฟ่าจึงมีมาตรการป้องกัน ด้วยการให้ผู้เล่นสามารถพักกินน้ำได้ หรืออาจจะเลื่อนการแข่งเป็นตอนเย็น
การเดินทางของ ทีมชาติทั้ง 48 ทีม และแฟนบอล ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาถึง 87.8% โดยทั้งหมดในครั้งนี้ มาจากการเดินทางของผู้ชม และแฟนบอลเป็นหลัก เฉพาะแฟนบอลต่างชาติเป็นต้นเหตุในการสร้างมลพิษทางอากาศสูงถึง 74% จากสัดส่วนการเดินทางทั้งหมด
ผู้จัดงานมีส่วนร่วม ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการนำเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ อย่างเช่น การใช้หลังคา ETFE ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้ถึง 86% และมีการตั้งเป้ารีไซเคิล และแปรรูปขยะในสนามแข่งขันต่างๆ ให้ได้มากกว่า 90% เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปยังบ่อฝังกลบให้น้อยที่สุด

