
รวมถาม-ตอบเกี่ยวกับ แผนการเล่น ของทีมฝรั่งเศส
- จินนักเขียน
- 62 views

แผนการเล่น ของทีมฝรั่งเศส ในปัจจุบันถูกคุมและวางแผนการเล่น โดยดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ โดยจะเน้นความรัดกุมในเกมรับ และการเปลี่ยนจังหวะจากรับ เป็นรุกที่รวดเร็วเฉียบคม จึงทำให้ฟอร์มการเล่นในปัจจุบัน จัดอยู่ในแรงก์อันดับสูงของการจัดอันดับบอลโลก
แผนการเล่นจากอดีตสู่ปัจจุบัน ของทีมฝรั่งเศส จะยึดเกมรับมั่นคงก่อนปล่อยให้ แนวรุกตัดสินเกมด้วยการสวนกลับความเร็วสูง โดยแนวทางนี้พิสูจน์ตัวเองด้วยแชมป์โลกสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2018 ที่กรุงมอสโก ชนะโครเอเชีย 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศ (15 กรกฎาคม 2018) [1]
ทีมชาติฝรั่งเศส จัดทัพอย่างไร ด้วยแผนการเล่นที่นิยมใช้ของฝรั่งเศสได้แก่ 4-2-3-1 ซึ่งมีกองกลางตัวรับคู่คุมพื้นที่หน้าแนวรับ และ 4-3-3 ที่เพิ่มความกว้างของเกมรุกด้วยปีก ผู้จัดการทีมอย่างเดส์ชองส์จะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของคู่ต่อสู้มากกว่า เพื่อปรับกลยุทธ์การครองบอล เคยครองบอลได้นานเฉลี่ย 68.3% (16 มิถุนายน 2026) [2]
แผนกองกลางตัวรับของทีมฝรั่งเศส จะมีบทบาทหน้าที่ทั้งเก็บบอลตัดเกมรุกฝ่ายตรงข้ามและเป็นจุดเริ่มเกมรุกเปลี่ยนจังหวะให้แนวหน้า อย่างปอกบา และกองเตที่เคยเล่นในตำแหน่งนี้ และทำหน้าที่ได้อย่างสมดุล และโชว์ประสิทธิภาพของกองกลางออกมาได้อย่างเต็มที่
แผนการโจมตีสวนกลับ ของทีมฝรั่งเศส จะใช้อาวุธหลักอย่าง ผู้เล่นในส่วนของปีกซ้าย และขวา โดยจะให้ผู้เล่นในตำแหน่งนี้ใช้ความเร็วในการโจมตีสวนกลับทันที โดยสำหรับทีมฝรั่งเศสยังใช้แบ็กที่บุกเก่งอย่าง ธีโอ เอร์นันเดซ หรือลูกัส ดีญ โอเวอร์แล็ป เพิ่มตัวเลือกริมเส้นให้เกมรุกมากขึ้น
เมื่อเจอทีมตั้งรับลึก แผนการเล่นของทีมฝรั่งเศสจะขาดความคิดสร้างสรรค์ และพึ่งจังหวะเดียวมากเกินไป นับว่าเป็นจุดอ่อนที่สำคัญของทีมฝรั่งเศสเลยทีเดียว ในฟุตบอลโลก 2018 ฝรั่งเศสครองบอลเฉลี่ยเพียง 48% ตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ ต่ำเป็นอันดับ 20 จากสถิติการครองบอล (20 ตุลาคม 2018) [3]
จุดอ่อนแผนเกมรับของทีมฝรั่งเศส คือช่องว่างระหว่างแนวรับกับกองกลางเมื่อบุกสูง โดยเฉพาะเจอทีมที่กดดันสูง และเคลื่อนบอลเร็ว จากมุมของเหล่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเซนเตอร์แบ็กและแนวรุกฝรั่งเศสกดดันไม่เป็นระบบ จึงส่งผลให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถสร้างความได้เปรียบบนริมเส้นได้ต่อเนื่อง
แผนการเล่นของทีมฝรั่งเศส ถือว่าเสี่ยงต่อนักกีฬาอย่างเอ็มบัปเป้ ซึ่งสำหรับแผนการเล่นของฝรั่งเศสนั้น ต้องการความเร็วที่สูง จึงทำให้ในทุกแผนการบุกต้องพึ่งพาเอ็มบัปเป้เกือบทุกแผนการเล่น จึงส่งผลให้ศักยภาพของนักเตะลดลง เมื่อต้องแข่งขันติดต่อกันเป็นเวลานาน
แผนการเล่นของฝรั่งเศสในปัจจุบันดีกว่าในอดีต ในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำประตู และความหลากหลายในเกมรุก ส่วนในอดีตจะเน้นเกมรับแน่น และสวนกลับเร็วเป็นหลัก จึงทำให้การเล่นในอดีตกับปัจจุบันมีความแตกต่างกัน ซึ่งหากถามเรื่องการทำประตูบอกได้ว่า แผนการเล่นปัจจุบันทำประตูได้มากกว่า

แผนการแบบยืดหยุ่น ของทีมชาติฝรั่งเศส ที่จะปรับแผนการเล่นตามสถานการณ์ ข้อดีคือจะช่วยให้รับมือคู่แข่งได้หลากหลายสไตล์ ตัวอย่างในนัดชิงของปี 2022 ในตอนแรกฝรั่งเศสไม่สามารถทำอะไรได้เลยในการเจออาร์เจนตินา แต่ช่วงครึ่งหลังเอ็มบัปเป้สามารถทำไปได้ 2 ประตู จากการปรับแผนของโค้ช (20 ธันวาคม 2022) [4]
คีย์แมนสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ในแผนการเล่นของฝรั่งเศสคือคู่กองกลางตัวรับที่ป้องกันแนวรับและเปิดเกมรุก รวมไปถึงปีกที่ต้องมีความเร็วสูงเจาะแนวรับของฝ่ายตรงข้าม ปัจจุบันคีย์แมนหลักคือชูอาเมนีและกองเต้ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ และในแนวรุกคีย์แมนคือเอ็มบัปเป้ที่เล่นได้ทั้งริมเส้นซ้ายและกลาง
สรุปแผนการเล่น ของทีมฝรั่งเศส คือการผสมเกมรับแน่นหนากับการสวนกลับความเร็วสูง โดยยังพึ่งพาเอ็มบัปเป้เป็นตัวชี้ขาดสำคัญของทีม แนวโน้มในอนาคตคือฝรั่งเศสจะครองบอลมากขึ้น แต่ยังรักษาโครงสร้างเกมรับมั่นคงและความเร็วในการสวนกลับไว้เป็นอาวุธหลัก

