
เพลงบอลโลก 2026 สีสันทางดนตรีในงานบอลโลก
- จินนักเขียน
- 77 views

เนื่องจาก เพลงบอลโลก 2026 จะเป็นเพลงที่มีชื่อเรียกว่า Dai Dai และ Goals ที่ถูกยกให้เป็นเพลงบอลโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งขับร้องโดยเจ้าแม่บอลโลกอย่าง Shakira ซึ่งขับร้องพร้อมกันกับ Burna Boy นอกจากนี้ยังมีเพลงอื่นๆที่นอกเหนือจากเพลงหลักอีกด้วย เพื่อสร้างบรรยากาศในการแข่งขัน
โดยสำหรับ เพลงบอลโลก 2026 คือเพลงอะไร จะได้แก่ Goals และ ไดได (Dai Dai) ที่ถูกยกให้เป็นเพลงหลักของบอลโลก แต่ละเพลงจะมีเนื้อร้อง และแนวเพลงที่แตกต่างกันออกไป โดยสำหรับเพลง Goals จะขับร้องโดย ลิซ่า ลลิษา เป็นการผสมผสาน 3 แนวเพลงได้แก่ Latin Pop, K-Pop และ Afrobeats
ซึ่งสำหรับเพลง ไดได (Dai Dai) เป็นเพลงที่แสดงถึงการกลับมาของ เจ้าแม่เพลงบอลโลกอย่างชากีรา ซึ่งเพลงบอลโลกที่ถูกให้เป็นเพลงยอดเยี่ยมจะได้แก่ Waka Waka และ Live It Up ซึ่งเป็นเพลงบอลโลกของปี 2010-2018 ซึ่งในเพลง Waka Waka มียอดวิวมากถึง 1.8 พันล้านครั้งในการเข้าชม (12 มิถุนายน 2018) [1]
ใครร้องเพลงบอลโลก 2026 อย่างเพลง ไดได (Dai Dai) จัดทำขึ้นโดย ชากีรา (Shakira) ร่วมกันกับ Burna Boy ซึ่งเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ผลงานนี้สืบทอดความสำเร็จจากเพลงฟุตบอลโลกในอดีตอย่าง Waka Waka และ La La La ในช่วงปีระหว่าง 2010-2014
โดยสำหรับ Waka Waka เป็นเพลงที่ถูกจัดเป็นหนึ่งในมิวสิกวิดีโอที่มียอดวิวสูงสุดตลอดกาลของศิลปินหญิง โดยปัจจุบันมียอดวิวสูงถึง 4,500 ล้านวิว รวมไปถึงในเพลง La La La ที่มียอดชมจาก YouTube ทะลุ 1,300 ล้านวิว ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมาอีกครั้งของเจ้าแม่แห่งเพลงบอลโลก
ความหมายของเพลง DNA เป็นอีกหนึ่งเพลงหลักประจำทัวร์นาเมนต์ที่ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ผ่านสไตล์ ออร์เคสตราป็อป โดยเป็นการโคจรมาร่วมงานกันของ Andrea Bocelli นักร้องโอเปร่าระดับตำนาน และ David Guetta ดีเจชื่อดังระดับโลก ซึ่งเป็นเพลงที่สะท้อนถึงความเป็นบอลโลกอีกหนึ่งเพลง
โดยสำหรับ สไตล์เพลงป็อป ที่ได้กลับมาใช้อีกครั้งในบอลโลก 2026 โดยพบว่าสไตล์นี้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1800-2000 ที่ได้นำสไตล์เพลงป็อปมาผสมผสานกับฮิปฮอป โดยก่อนหน้านั้นเพลงป็อปก็ได้ถูกนำมา ผสมผสานกับหลากหลายสไตล์เพลง (12 พฤศจิกายน 2023) [2]
โดยสำหรับสีสันทางดนตรีจาก 3 ประเทศเจ้าภาพที่ได้สะท้อนผ่านแคมเปญ FIFA Sound ที่ผสมผสานแนวเพลง ดนตรีพื้นบ้าน และความล้ำสมัยทางดิจิทัลเพื่อหลอมรวมวัฒนธรรมของทั้ง 3 ชาติ โดยแต่ละเพลงจะมีธีมประจำเมืองเจ้าภาพที่แตกต่างกัน โดยจะมีรายละเอียดตามดังนี้

วัฒนธรรมของประเทศเจ้าภาพ ผ่านบทเพลง เป็นการผสานวัฒนธรรม อเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ในโปรเจกต์ FIFA Sound ปี 2026 ประกอบไปด้วยบทเพลงหลากหลายแนวรวมทั้งสิ้น 10 แทร็กหลัก ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของศิลปินจากหลากหลายทวีปเพื่อแสดงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม
เพลงบอลโลก 2026 ลิซ่า เป็นเพลงอย่าง Goals ที่ได้ Lisa จากวง Blackpink มาร่วมงานกับ Anitta และ Rema รวมถึงเพลง Three Nations โดย 21 Savage และ Natanael Cano ซึ่งเป็นการผสมผสานดนตรีฮิปฮอปอเมริกันและดนตรีพื้นเมืองเม็กซิกันได้อย่างลงตัว
เพลงแนวสตรีท ที่เปิดในสนามแข่งบอลโลกจะเป็นเพลง Game Time โดยเป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง Future และ Tyla ซึ่งเป็นเพลงที่ผลิตโดย Cirkut โดยเป็นโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัล GRAMMY 4 สมัย ซึ่งเพลงดังกล่าวนี้ถูกยกให้เป็นฉากปิดที่สมบูรณ์แบบของไทลา (31 พฤษภาคม 2026) [3]
โดยสำหรับเพลงดังกล่าวนี้ จัดทำเพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะดนตรีที่หนักหน่วงช่วยเพิ่มดัชนีความตื่นเต้นและสร้างความเร้าใจให้แก่แฟนบอลในสนามที่มีความจุรวมเฉลี่ยกว่า 60,000 ถึง 80,000 ที่นั่ง โดยจะเริ่มเปิดใช้งานจริงในนัดเปิดสนาม เมืองลอสแอนเจลิส วันที่ 12 มิถุนายน 2026 นี้
สรุป เพลงบอลโลกปีนี้ จะได้แก่เพลง Dai Dai และ Goals ที่จัดให้เป็นเพลงอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงเพลงอื่นๆที่ถูกใช้ในพิธีอื่นๆ สำหรับการแข่งขันบอลโลกครั้งนี้ซึ่งจะประกอบไปด้วย Game Time และ DNA ที่ถูกใช้ในระหว่างการแข่งขันบอลโลก
ฟังเพลงบอลโลก 2026 สามารถรับฟังบทเพลงในอัลบั้มเต็มทั้งหมดได้ผ่านระบบสตรีมมิงชั้นนำ เช่น Spotify, Apple Music และ YouTube Music โดยยอดการสมัครสมาชิกพรีเมียมทั่วโลกที่เติบโตขึ้นในช่วงปี 2024-2025 ส่งผลให้การเข้าถึงบทเพลงเป็นไปอย่างสะดวก
ตารางการถ่ายทอดสด แข่งขันบอลโลกติดตามผ่านระบบถ่ายทอดสด โดยจะมีการระบุข้อมูลตารางเวลาการแข่งขันอย่างละเอียด การจัดหมวดหมู่สายการแข่งขัน และลิงก์ช่องทางการรับชมลิขสิทธิ์แท้ในแต่ละภูมิภาค สามารถติดตามและตรวจสอบอัปเดตข้อมูล แบบเรียลไทม์เพิ่มเติมได้จากบทความ

