
ไขข้อสงสัย เทคโนโลยี 3 มิติโบราณสถานไทย มีที่ไหนบ้าง
- Blackcat
- 49 views

เทคโนโลยี 3 มิติโบราณสถานไทย มีที่ไหนบ้าง เทคโนโลยี 3 มิติโดยกรมศิลปากร ครอบคลุมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 11 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย 10 แห่ง ศรีสัชนาลัย 9 แห่ง และกำแพงเพชรอีก 6 แห่ง
เทคโนโลยี 3 มิติที่นำมาใช้กับโบราณสถานไทย ครอบคลุมทั้งการสแกนเลเซอร์สามมิติ เพื่อเก็บข้อมูลโครงสร้าง และเทคโนโลยี AR กับ VR ที่จำลองภาพโบราณสถาน ให้ชมได้แบบเสมือนจริงผ่านแอปพลิเคชัน
หลัก ๆ จะมีสองแบบ คือการสแกนด้วยเลเซอร์ ที่จับพิกัดพื้นผิววัตถุโดยตรง กับโฟโตแกรมเมทรี (Photogrammetry) ที่ประมวลผลจากภาพถ่ายหลายมุม มาสร้างเป็นโมเดล 3 มิติ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Neuvition
เครื่องยิงลำแสงเลเซอร์ ไปกระทบพื้นผิวแล้วคำนวณระยะ จากเวลาที่แสงสะท้อนกลับ ก่อนนำจุดข้อมูลจำนวนมาก มาประกอบเป็นโมเดลดิจิทัล นิยมใช้ยี่ห้อ FARO และ Leica ในงานสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่
ข้อมูล 3 มิติช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญ สามารถประเมินสภาพความเสียหาย และวางแผนบูรณะได้แม่นยำ โดยไม่ต้องสัมผัสตัวโบราณสถาน ตัวอย่างการสแกน 3 มิติระดับโลกคือ การสแกนพระพุทธรูปบามิยัน และปอมเปอีเพื่อเก็บข้อมูลก่อนสูญหาย
การสแกน 3 มิติคือ การเก็บข้อมูลรูปทรงที่แท้จริงมาเป็นไฟล์ดิจิทัล ส่วน AR (Augmented Reality) คือ การซ้อนภาพเสมือนลงบนโลกจริงผ่านมือถือ ขณะที่ VR (Virtual Reality) คือ การสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนทั้งหมด ให้ผู้ใช้งานดื่มด่ำบรรยากาศผ่านอุปกรณ์สวมศีรษะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Krungsri

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในไทย ครอบคลุมทั้งวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา และความร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์มรดกโลกอย่าง CyArk
ในวันที่ 22 มิถุนายน 2566 กรมศิลปากรใช้การสแกนภาพ 3 มิติตรวจพบว่ามณฑปด้านทิศใต้ เอียงเข้าหาองค์พระปรางค์เล็กน้อย แต่ยืนยันว่ายังไม่กระทบโครงสร้าง หรือฐานรากขององค์พระปรางค์ (22 มิถุนายน 2023) [1]
ทีมวิจัยเก็บข้อมูล 3 มิติแล้ว 9 วัดในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และพบว่าเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคลเอียงไปแล้ว 3 องศา (27 มิถุนายน 2019) [2]
โครงการ AR Smart Heritage เริ่มต้นครอบคลุมโบราณสถาน ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยกรมศิลปากร ดำเนินการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ AR ประกอบการใช้แอปพลิเคชันนี้แล้วรวมทั้งสิ้น 36 แห่ง (10 ตุลาคม 2023) [3]
Seagate ประเทศไทยร่วมมือกับ CyArk องค์กรไม่แสวงผลกำไร เก็บข้อมูลวัดพระศรีสรรเพชญ์แบบดิจิทัล 3 มิติ ด้วยเซนเซอร์ LiDAR โฟโตแกรมเมทรี และภาพถ่ายโดรน
ปัจจุบันยังไม่มีโครงการบูรณะโบราณสถานด้วย AI ขนาดใหญ่จากหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวคิดนำ AI มาพัฒนาการแสดงภาพ 3 มิติ ของโบราณสถานอยุธยา ที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาแล้ว

เทคโนโลยี 3 มิติ กำลังเปลี่ยนวิธีดูแลมรดกวัฒนธรรมไทย จากการวัดด้วยมือ สู่การเก็บข้อมูลดิจิทัลที่แม่นยำ และใช้ติดตามความเปลี่ยนแปลงได้ระยะยาว ทั้งที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร อุทยานอยุธยา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากองค์กรระดับนานาชาติด้วย

