
ไขข้อสงสัย เงินเฟ้อในอดีต ต่างจากปัจจุบัน ตรงไหน
- Blackcat
- 50 views

เงินเฟ้อในอดีต ต่างจากปัจจุบัน ตรงไหน เงินเฟ้อในอดีตของไทยมักมาจากผลกระทบฉับพลันด้านราคาน้ำมันโลก แต่เงินเฟ้อยุคปัจจุบันจะซับซ้อนกว่า และมีหลายปัจจัยรวมกัน
มีความแตกต่างหลัก ๆ คือ สาเหตุ (อดีตเป็นแรงกระแทกจากน้ำมันโดยตรง ปัจจุบันมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน), ความรุนแรง/ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงราคา และวิธีรับมือของภาครัฐที่ปัจจุบันมีเครื่องมือทางนโยบายการเงิน และมาตรการช่วยเหลือที่เป็นระบบมากกว่าเดิม
เงินเฟ้อ คือภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวม ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้เงินจำนวนเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงกว่าเดิม
เงินเฟ้อไทยพุ่งขึ้นไปแตะประมาณร้อยละ 24 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ อยู่ในช่วงวิกฤตน้ำมันโลกครั้งแรก โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516-2517 น้ำมันเบนซินพุ่งสูงจาก 2.30 บาท/ลิตร เป็น 3.62 บาท/ลิตร หรือเพิ่มขึ้นราว 57% ดีเซลเพิ่มจาก 1.05 บาท เป็น 2.33 บาท/ลิตร หรือประมาณ 122% (26 มีนาคม 2026) [1]
ปัจจัยในยุคใหม่ คือ ปัจจัยหนุนหลักจากราคาขั้นต่ำ ของค่าไฟฟ้าและราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในปีก่อนหน้า ส่งผลให้เงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2567 เร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1.23% อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Kasikornresearch ซึ่งกลไก “ฐานราคาปีก่อน” และมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐแบบนี้ ในอดีตยังไม่มีการใช้อย่างเป็นระบบ
ราคาสินค้าจากอดีตถึงปัจจุบัน มีการปรับตัวสูงขึ้นเกือบทุกชนิด ตามภาวะเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการลดปริมาณสินค้าแต่คงราคาเท่าเดิมเป็นต้น
เงินเฟ้อในอดีต ส่งผลให้ค่าครองชีพในยุคปัจจุบันพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหารและพลังงาน จนทำให้พลังซื้อของเงินในมือลดลง ออมเงินยากขึ้น และคนทำงานมีรายได้แท้จริงโตไม่ทันค่าใช้จ่าย
ต่าง เพราะปัจจุบันค่าจ้าง มักปรับขึ้นตามเงินเฟ้อไม่ทัน อย่างปี 2565 เงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 6.08% ขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำปรับขึ้นเพียง 1.26% (10 มกราคม 2025) [2] ทำให้กำลังซื้อจริงของแรงงาน ลดลงชัดกว่าตัวเลขเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว
ช่วงปี 2558-2567 อัตราเงินเฟ้อไทยแกว่งตัวระหว่างติดลบ 0.9% ถึงบวก 6.08% และหลุดกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยถึง 7 จาก 10 ปี โดยช่วงปี 2565 เป็นช่วงที่เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 4.1% ซึ่งสูงกว่าขอบบน ของกรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน
และปี 2566 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือน (เมษายน 2565 -มีนาคม 2566) อยู่ที่ 5.86% สูงกว่าขอบบน ของกรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน (13 พฤศจิกายน 2024) [3]
มีแนวโน้มไปในทิศทางต่างจากเดิม เพราะหลาย ๆ สำนักวิจัยและธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินตรงกันว่าเงินเฟ้อปี 2569 จะเร่งตัวสูงขึ้นจากแรงกดดันราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นแรงกดดันแบบต่อเนื่องมากกว่า แรงกระแทกฉับพลันแบบวิกฤตน้ำมันในอดีต อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ Policywatch

เงินเฟ้อในอดีตของไทย มักเป็นแรงกระแทกฉับพลัน จากราคาน้ำมันโลก ขณะที่เงินเฟ้อยุคปัจจุบัน มีปัจจัยซับซ้อนกว่า ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทาน และมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ที่เข้ามาผสมผสาน ทำให้ตัวเลข และผลกระทบต่อค่าครองชีพในแต่ละยุค มีบริบทต่างกันไป แม้เป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพราคาจะยังคงเดิมก็ตาม

