
เงินสด ในโลกยุคใหม่ จะหายไปจริงหรือ เป็นแค่ข่าวลือ
- MY Kismet
- 84 views

เงินสด ในโลกยุคใหม่ จะหายไปจริงหรือ เป็นแค่ข่าวลือ ตอบเลยคือ ไม่หายไป แต่ปริมาณการใช้งาน จะมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลกระทบที่ได้จาก การใช้เทคโนโลยี ของผู้คนสมัยใหม่ โดยที่ตอนนี้การใช้กระเป๋าดิจิทัล ก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
สาเหตุที่การใช้เงินสด เริ่มลดน้อยลง เป็นเพราะผู้คนนิยมช็อปปิ้ง สินค้าทางออนไลน์สูงขึ้น และอุตสาหกรรมออนไลน์ ในตอนนี้ก็กำลัง ขยายอิทธิพลเพิ่มขึ้นอีกด้วย จากการคาดการณ์พบว่า ในช่วงปี 2023-2027 อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น 11.80% และจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น
14.78 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าสู่ปี 2027 นอกจากนี้การใช้งานบัตรเครดิต ก็มีการเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย จากการสำรวจ การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต มีมูลค่าสูงถึง 5.8 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อช่วงปี 2020 (31 สิงหาคม 2023) [1] การใช้งานแอปพลิเคชัน ที่มีความสะดวกสบายเหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้
การใช้จ่ายเงินสด ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ถ้ามองจากมุมส่วนตัว ภาครัฐก็มีส่วนสำคัญ ในการสนับสนุน การใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลด้วย เรื่องนี้ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ เลือกใช้วิธีนี้แทน การใช้จ่ายแบบปกติ ที่เป็นการจ่ายแบบเงินสด
ความสบายในยุคดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เทคโนโลยี ทำให้ค่านิยมทางสังคม ของผู้คนเปลี่ยนไป โดยที่ในตอนนี้ ผู้คนเปลี่ยนวิธีจากการครอบครอง เป็นการเข้าถึงที่ง่ายกว่าเดิม แบบไม่ต้องครอบครองแล้ว สิ่งนี้ทำให้ปริมาณค่าใช้จ่าย มีรายการยิบย่อยขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก
ค่าใช้จ่ายยานพาหนะ
ค่าใช้จ่ายความบันเทิง
สังคมไร้เงินสด มีโอกาสเกิดขึ้นจริง โดยที่ตอนนี้ การใช้จ่ายทั่วโลก ก็เริ่มเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแล้ว หากมองจากภาพรวม ประเทศจีนหลายพื้นที่ เริ่มไม่รับเงินสดแล้ว และในหลายประเทศ การใช้จ่ายส่วนใหญ่ ก็เริ่มเป็นการสแกนคิวอาร์โค้ด หรือการจ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้วด้วย
ถ้าดูจากการเติบโต ประเทศอิตาลี ก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่การจ่ายเงินกว่า 40% เป็นการจ่ายผ่านกระเป๋าดิจิทัล และอีก 18% เป็นการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ซึ่งปริมาณธุรกรรมภาพรวมเติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า (15 ตุลาคม 2025) [2]
หากมองดู ในส่วนของการลงทุน กระแสเงินสดยังคงมีอิทธิพล ในเรื่องการเพิ่มสภาพคล่อง จากการสำรวจพบว่า ธุรกิจที่ล้มละลายส่วนใหญ่ 30% เกิดจากการขาดสภาพคล่อง และขาดการหมุนเวียนของ กระแสเงินสด ภายในองค์กร ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่นักลงทุนหลายคน ไม่ควรมองข้าม

คนที่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็น ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้อาจพลาดโอกาส การรับโปรโมชัน ส่วนลด และพลาดโอกาสการเข้าถึงสินค้า ที่มีราคาต่ำกว่าตลาดค้าปลีก นอกจากนี้ ยังอาจตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งสถานการณ์นี้เป็นผลกระทบ ที่รุนแรงอยู่พอสมควร
ถึงแม้ว่าทั่วโลกตอนนี้ การใช้เงินสดยังคงคิดเป็น 85% ของการทำธุรกรรมทั้งหมด และกลุ่มคนจำนวนกว่า 34% จะยังไม่ไว้วางใจ การใช้งานเทคโนโลยีเท่าไหร่นัก (23 พฤษภาคม 2026) [3] แต่ปริมาณการใช้จ่าย ผ่านกระเป๋าดิจิทัล ก็ยังคงมีตัวเลขที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมในปี 2026
วิธีการรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ต้องเริ่มที่การทำความเข้าใจ เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงการใช้งาน ระบบดิจิทัลให้เพิ่มมากขึ้น เป็นเหมือนการผสมผสาน การใช้งานต่างๆ ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการใช้จ่ายเงินสด โดยมีวิธีการรับมือ แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้
บทส่งท้าย เงินสดในโลกยุคใหม่จะหายไปจริงหรือ บอกได้ว่า ไม่หายไปแบบ 100% แต่จะมีการใช้งาน ที่ลดน้อยลง โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนจะเริ่มใช้จ่ายผ่าน กระเป๋าตังดิจิทัล ผ่านบัตรเครดิต และช่องทางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งในปัจจุบันการใช้งานเริ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องแล้ว
คำตอบคือ ไม่หายไป แต่จะมีรูปแบบใหม่ เกิดขึ้นมาทดแทน เช่น การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ การโจรกรรมข้อมูล ผ่านการแฮ็กข้อมูลเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ใหม่ ที่แก๊งมิจฉาชีพสร้างขึ้น เพื่อปรับให้เข้ากับ สังคมโลกยุคใหม่ในอนาคต
คำตอบคือ ควรมีการสำรองเงินสด สิ่งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ถึงแม้ว่าการใช้จ่ายส่วนใหญ่ จะใช้วิธีการแบบดิจิทัล แต่การมีเงินสำรอง ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ในการใช้ชีวิตอยู่ สิ่งนี้เป็นการป้องกัน ข้อผิดพลาดเบื้องต้นได้ และมันทำให้ผู้คน รู้คุณค่าของเงินสดเพิ่มขึ้นด้วย

