
หุ้นเทคตัวดัง ในยุคทอง มีอะไรบ้าง เปิดคลังสมบัติในอดีต
- MY Kismet
- 85 views

หุ้นเทคตัวดัง ในยุคทอง มีอะไรบ้าง เปิดคลังสมบัติในอดีต คำตอบคือ มีหุ้นดังไม่ต่ำกว่า 10 รายการ ซึ่งหุ้นเหล่านั้น ได้รวมหุ้น 7 นางฟ้าด้วยแล้ว ที่ตอนนี้กลายมาเป็น กลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่ทรงอิทธิพล มากที่สุดในโลก โดยที่ในช่วงยุคทอง ได้รับอิทธิพล มาจากหุ้นในยุคแรกด้วย
ยุคทองหุ้นของหุ้นเทค เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1998 โดยมีจุดกำเนิด มาจากกระแสนิยม อินเทอร์เน็ตที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งในช่วงหลังจากปีนั้น หุ้นที่เชื่อมโยง กับระบบอินเทอร์เน็ต มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10 เท่า และหุ้นเทคโนโลยี มีผลตอบแทนสูงขึ้นเป็น 53.4% ซึ่งสูงกว่าหุ้นกลุ่มอื่น (3 มกราคม 1999) [1]
จากภาพรวมในปี 1998 หุ้นเทคโนโลยี สามารถทำกำไร ได้สูงกว่าดัชนี Standard & Poor’s 500 ที่เป็นดัชนี ระดับท็อปของอเมริกา และยังคงเติบโต อย่างต่อเนื่อง โดยที่ตอนนี้ หุ้นเทคโนโลยี ยังคงมีอิทธิพลสูงสุด ในตลาดโลกอยู่ ซึ่งครองส่วนแบ่งกว่า 50% เมื่อรวมตัวกับหุ้น 7 นางฟ้า
ซึ่งปี 2026 หุ้นเทคโนโลยี มีรายได้รวมแล้วกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 8 มิถุนายน 2026) โดยที่มีหุ้นหลัก ในการทำกำไรครั้งนี้คือ NVIDIA เป็นหุ้นที่มีมา ตั้งแต่ยุคสมัยแรก และก้าวเข้าสู่ การทำกำไร ในช่วงยุคทองด้วย เพราะบริษัทหุ้นตัวนี้ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งโดดเด่น เรื่องการผลิตชิป และฮาร์ดแวร์
ยุคทองแตกต่าง จากยุคฟองสบู่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคทอง เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพล มาจากยุคฟองสบู่ดอทคอม เมื่อช่วงปี 2000 การล่มสลาย ของระบบเศรษฐกิจ สิ่งนี้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ และทำให้เทคโนโลยี ก้าวเข้าสู่ยุคทอง อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อช่วงปี 2016 (16 กรกฎาคม 2016) [2]
โดยที่ความแตกต่าง ที่เห็นได้ชัดคือ หุ้นเทคโตไวกว่า และเป็นมูลค่าที่แท้จริง ที่เกิดจากห่วงโซ่ อุปสงค์และอุปทาน แต่ในยุคฟองสบู่ มูลค่าการทำกำไร จะเกิดขึ้นจาก การเก็งกำไรอย่างบ้าคลั่ง ผ่านกระแสความนิยม ซึ่งสองสิ่งนี้ มีศักยภาพการทำกำไร และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
โดยที่ยุคทอง เป็นยุคที่เทคโนโลยี เริ่มเข้ามามีอิทธิพล ในการใช้ชีวิต ของมนุษย์มากขึ้น ทั้งเรื่องการผลิต อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิต นวัตกรรมใหม่ๆ สิ่งนี้กลายเป็น ความต่างที่เห็นได้ชัด และยังสามารถ ใช้ทดแทนการบอกกล่าว ถึงความแข็งแกร่ง ของหุ้นเทคในยุคทองได้ด้วย
หุ้นเทคในยุคแรก สร้างมาตรฐาน การประเมินมูลค่า ให้กับหุ้นเทค ในช่วงยุคทอง และยังทำให้นักลงทุน ตระหนักถึงคุณค่า ในการลงทุนหุ้นเทคมากขึ้น อีกทั้งยังมอบ วิธีคิดเรื่องความเสี่ยง ให้กับการลงทุน ในช่วงยุคทองอีก โดยที่นักลงทุนส่วนใหญ่ เริ่มมีการศึกษาข้อมูล และเข้าใจหุ้นเทคมากขึ้น
ซึ่งจุดเริ่มต้นของ หุ้นเทคตัวแรก ที่หลายคนคุ้นชิน ก็น่าจะเป็นบริษัท IBM ที่ยังคงให้บริการ อยู่ในขณะนี้ เป็นหุ้นที่ยังคง มีความแข็งแกร่งอยู่ และสามารถรอดพ้น วิกฤตดอทคอมมาได้ ซึ่งในตอนนี้ ก็ยังเป็นผู้นำ ทางด้าน AI เป็นหุ้นที่สามารถ ซึ่งหุ้นตัวนี้ มีอิทธิพลสูง ในมุมมองของนักวิเคราะห์
ที่มา: Don’t Miss Out. 7 Legacy (11 พฤษภาคม 2023) [3]
หุ้นเทคที่สร้าง เศรษฐีใหม่มากที่สุด คือกลุ่มหุ้น 7 นางฟ้า ที่เป็นส่วนหนึ่งของดัชนี S&P 500 ซึ่งหุ้นเหล่านี้ มีอิทธิพลสูง ต่อการขับเคลื่อนภาพรวม ของดัชนีรวม อีกทั้งหากมอง ในเรื่องการลงทุน ดัชนี S&P 500 ถือเป็นดัชนีถ่วงดุลตลาด โดยมีอำนาจขึ้นอยู่กับ ขนาดตลาด ของบริษัทที่เข้าร่วม
หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิกอ่านทั้งหมดที่ vantagemarkets
หุ้นเทคในยุคของ AI ยังคงเป็นยุคทองอยู่ และมันเป็นเพียง จุดเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งยุคสมัยนี้ ยังคงเติบโต ได้แบบต่อเนื่อง เพราะในตอนนี้ เป็นเพียงช่วงการวางโครงสร้าง ของการพัฒนาระบบ AI เท่านั้น ซึ่งกลุ่มนวัตกรรมใหม่ ที่นักลงทุนกำลัง ให้ความสนใจคือ Data Center และระบบ AI
สิ่งนี้จะเข้ามา พลิกโฉมวงการ ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ อีกทั้งยังเป็นเหมือน ยุคทองที่มี การแข่งขันสูง ซึ่งเงื่อนไขหลัก อยู่ภายใต้อำนาจ ของกลุ่มผู้นำ จากการคาดการณ์ ยุคทองของ AI จะเริ่มชะลอตัวลง เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2030 และช่วงเวลาหลังจากนั้น สิ่งเหล่านี้ จะเริ่มกลายเป็น ความเคยชินมากขึ้น

หน้าสรุป หุ้นเทคตัวดังในยุคทอง มีอะไรบ้าง คำตอบคือ HPQ ,IBM ,TXN และ INTC หุ้นเทคเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของหุ้นตัวดัง ที่ทรงอิทธิพล เพราะเป็นหุ้นที่มีมา ตั้งแต่ยุคสมัยแรก และในตอนนี้ ยังคงมีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ในช่วงยุคทอง จึงโด่งดังเป็นพิเศษ
คำตอบคือ หุ้น IBM เป็นหุ้นเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1911 โดยที่ช่วงแรก เป็นการทำธุรกิจ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ทั่วไป เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาถัดมา ได้ต่อยอดเข้ามาเป็น ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ และเริ่มเข้าสู่การเป็น หุ้นกลุ่มผู้นำ ที่ทำเกี่ยวกับเทคโนโลยี และในตอนนี้ ยังคงการพัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
คำตอบคือ มีโอกาสน้อย เพราะศักยภาพของหุ้น 7 นางฟ้า แข็งแกร่งเกินกว่า ที่หุ้นเทครุ่นใหม่ๆ จะเข้ามาเทียบได้ อีกทั้งในตอนนี้ เครือข่าย และผลิตภัณฑ์ ของหุ้นเหล่านั้น ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ เรียกได้ว่า มีกลยุทธ์ในการปรับตัว และเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ได้อยู่ตลอดเวลา

