
หุ้นเติบโต vs หุ้นปันผล ลงทุนอะไรถึงคุ้มค่า
- MY Kismet
- 68 views

หุ้นเติบโต vs หุ้นปันผล ลงทุนอะไรถึงคุ้มค่า ตอบได้เลยว่าหุ้นเติบโตมีความคุ้มค่ามากกว่า ในส่วนของการคาดหวังผลกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งภาพรวมจะต่างจากหุ้นปันผล หลายคนมีข้อสงสัยมากมาย และวันนี้เรามาตอบไขข้อสงสัยที่เกี่ยวกับหุ้นทั้งสองประเภทนี้กัน
หุ้นเติบโต หมายถึงหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มการทำกำไรสูง ซึ่งผลกำไรนี้อาจเติบโตได้มากกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์ ในส่วนของหุ้นปันผล หมายถึงหุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่งแล้ว มีผลตอบแทนให้กับนักลงทุนแบบสม่ำเสมอ และมีการปันผลหุ้นคืนในปริมาณที่สูง
ที่มา: Dividend Versus Growth Investments (16 สิงหาคม 2021) [1]
ตามความเป็นจริงแล้วหากต้องการลงทุนระยะสั้น ไม่ควรลงทุนหุ้นทั้งสองประเภทนี้ หุ้นเติบโตมีความผันผวนสูง มีโอกาสที่จะสูญเสียเงินต้น หุ้นปันผลมีความเสี่ยงต่ำก็จริง แต่ผลตอบแทนอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก หากต้องเลือกจริงๆ นักลงทุนควรเลือกหุ้นปันผลเพื่อรักษาเงินต้นไว้
หุ้นเติบโตมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เพราะการลงทุนหุ้นเติบโตเน้นการคาดหวังผลกำไรในอนาคต บริษัทส่วนใหญ่จะมีการพัฒนาธุรกิจใหม่ออกมาเรื่อยๆ ปริมาณผลกำไรจะถูกตั้งความหวังไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งเรื่องนี้คือความเสี่ยงที่สำคัญ ต่างจากหุ้นปันผลที่มีความเสี่ยงต่ำและมีการจ่ายปันผลคืนทุกปี
วัยเกษียณควรเลือกหุ้นปันผล เพราะมีการจ่ายปันผลรายปี เป็นการหมุนเวียนกระแสเงินสดกลับคืนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายได้ และการลงทุนหุ้นประเภทนี้ยังมีความเสี่ยงต่ำด้วย ต่างจากหุ้นเติบโตที่ไม่มีการจ่ายปันผลและมีความเสี่ยงที่สูงกว่า เมื่อพิจารณาถึงความพร้อมด้านความเสี่ยง หุ้นปันผลดีกว่าเป็นอย่างมาก
สำหรับพนักงานประจำที่มีเงินเดือน มีเวลาศึกษาข้อมูล และต้องการความมั่นคงในชีวิต ควรลงทุนหุ้นทั้งสองแบบ เป็นการลงทุนแบบผสมผสาน สำหรับหุ้นเติบโตอาจเป็นการลงทุนเพื่อคาดหวังผลกำไรในอนาคต และแบ่งไปลงทุนหุ้นปันผลเพื่อทำกำไรในช่วงเกษียณได้
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ต้องดูเรื่องของเป้าหมายและการแบกรับความเสี่ยง หากไม่พร้อมรับความเสี่ยงมากเท่าไหร่นัก ควรลงทุนหุ้นปันผล แต่หากมีเป้าหมายชัดเจนและรับความเสี่ยงได้ การลงทุนหุ้นเติบโตก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำกำไรในช่วงเวลานั้นๆ
แน่นอนว่าหุ้นปันผลสร้างกระแสเงินสดได้ดีกว่า เพราะมีการจ่ายปันผลรายปีที่สม่ำเสมอ ปริมาณเงินปันผลจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเงินทุนของนักลงทุนเอง หากมีเงินทุนจำนวนเยอะเงินปันผลก็จะเยอะ ถือเป็นการสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนที่ดีมาก และลดความเสี่ยงการขาดสภาพคล่องได้ด้วย
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงสูง ควรลงทุนหุ้นปันผลอย่างน้อย 40-60% เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน และลงทุนหุ้นเติบโตอย่างน้อย 20-40% เพื่อกระตุ้นการเพิ่มมูลค่าของเงินทุน (10 พฤศจิกายน 2025) [2] เป็นรูปแบบการลงทุนผสมผสานที่ทำกำไรระยะยาวได้ดี

หน้าสรุป หุ้นเติบโต ปะทะ หุ้นปันผล เป็นการลงทุนหุ้นที่มีประโยชน์ต่อนักลงทุนทั้งสิ้น ควรลงทุนหุ้นทั้งสองประเภทนี้พร้อมกัน เพื่อต่อยอดการสร้างผลตอบแทน และการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เป็นการลงทุนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งบริบทการใช้งานและการสร้างผลตอบแทน

