
ไขข้อสงสัย ร้านอาหาร ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้อะไรบ้าง
- Blackcat
- 71 views

ร้านอาหาร ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้อะไรบ้าง สิ่งที่ควรมีได้แก่ ถังดับเพลิงเคมีสูตรน้ำ (Class K) สำหรับคราบน้ำมันในครัว, ถังดับเพลิงชนิดทั่วไป (ABC), ไฟฉุกเฉิน, ป้ายบอกทางหนีไฟ และระบบตรวจจับความร้อน หรือความหนาแน่นของควัน
เหตุผลที่ร้านอาหาร ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ เพื่อควบคุมเพลิงจากน้ำมัน และแก๊สในครัว ไม่ให้ลุกลามจนธุรกิจเสียหาย และปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคารอย่างถูกต้อง
ครัวร้านอาหาร ควรใช้ถังดับเพลิงชนิด Wet Chemical สารโพแทสเซียมอะซิเตท (ถังสีขาว) เพราะออกแบบมาเพื่อดับไฟ จากน้ำมันพืช และไขมันสัตว์โดยเฉพาะ ซึ่งเหมาะสำหรับติดตั้งในร้านอาหาร โรงอาหาร และห้องครัว
ควรมีอย่างยิ่ง เพื่อตรวจจับควัน หรือความร้อนจากเตาที่ผิดปกติล่วงหน้า ช่วยให้แจ้งเตือนคนในร้านอพยพได้ทันท่วงทีก่อนไฟลุกลามใหญ่โต
จำเป็นมากสำหรับครัวที่ทอดหรือผัด ด้วยน้ำมันปริมาณมาก ๆ เพราะระบบดับเพลิงในห้องครัวแบบ Wet Chemical สามารถดับไฟบริเวณเตา และตู้ดูดควันได้อย่างรวดเร็วตามมาตรฐาน NFPA 17A และ UL 300 (Underwriters Laboratories, สหรัฐอเมริกา) ก่อนที่ไฟจะลามผ่านท่อดูดควันไปยังจุดอื่น อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Integratedfire
ใช้ดับไฟขนาดเล็กที่เกิดจากน้ำมัน หรือกระทะลุกไหม้ได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งถังดับเพลิง เพราะผ้าห่มดับไฟทำจากวัสดุทนไฟที่คลุมเปลวไฟ เพื่อจำกัดออกซิเจน และยังใช้ห่อตัวผู้ที่เสื้อผ้าติดไฟได้ในกรณีฉุกเฉิน
จำเป็นอย่างมาก และแบบแปลนอาคารที่ใช้ประกอบกิจการ ต้องแสดงตำแหน่งป้ายแสดงทางออก ป้ายทางหนีไฟ พร้อมไฟฉุกเฉินไว้อย่างชัดเจน ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด เพื่อให้ลูกค้าและพนักงาน สามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้ทันเวลาหากเกิดเหตุ
กฎหมายไฟไหม้ร้านอาหาร ที่มีพื้นที่ใช้สอยเกิน 1,000 ตารางเมตร หรือ อยู่ในอาคารสูง (เกิน 3 ชั้น) ต้องติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน เช่น ถังดับเพลิงชนิดเคมีแห้ง อย่างน้อย 1 ถังต่อพื้นที่ 200 ตารางเมตร, สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System),
ระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติ สำหรับร้านขนาดใหญ่หรืออยู่ในอาคารสูง, ระบบตัดแก๊สอัตโนมัติ หรืออุปกรณ์เสริม เช่น เซนเซอร์ตรวจจับควันและแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน (27 สิงหาคม 2025) [1]
ควรตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน โดยกฎหมายกำหนดให้ตรวจสอบสภาพ ตำแหน่งติดตั้ง และความพร้อมใช้งานของเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ในการตรวจสอบประจำเดือนว่า ชนิดของเครื่องดับเพลิงติดถูกต้องตามประเภทของเชื้อเพลิงหรือไม่ และมีสิ่งกีดขวาง หรือติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงยากหรือไม่
กฎหมายกำหนดให้ร้านอาหาร ต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน ของสถานประกอบกิจการ เข้ารับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และควรจัดให้ลูกจ้างทุกคน ฝึกซ้อมดับเพลิง และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (12 ตุลาคม 2019) [2]

ร้านอาหารควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ครบทั้งเครื่องดับเพลิงสำหรับไฟจากน้ำมัน ระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติเหนือเตาทอด ผ้าห่มดับไฟ รวมถึงทางหนีไฟและป้ายบอกทางฉุกเฉิน ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องจำนวน ตำแหน่งติดตั้ง การตรวจสอบเครื่องดับเพลิงเป็นประจำ และการฝึกซ้อมดับเพลิงให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยง และความเสียหายหากเกิดเหตุจริง

