
รวมถาม-ตอบ ร้านอาหาร ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้อะไรบ้าง
- Blackcat
- 126 views

ร้านอาหาร ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้อะไรบ้าง ร้านอาหารควรติดตั้งอุปกรณ์พื้นฐานได้แก่ ถังดับเพลิงยกหิ้ว ระบบตรวจจับเพลิงไหม้ และป้ายทางหนีไฟพร้อมไฟฉุกเฉิน เพื่อช่วยระงับเหตุและอพยพได้ทันท่วงที
เพราะการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ ในร้านอาหารเป็นเรื่องจำเป็นทางกฎหมาย และช่วยคุ้มครองชีวิต รวมถึงทรัพย์สินจากเหตุอัคคีภัย ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงในบริเวณพื้นที่ประกอบอาหาร โดยคำถามที่พบบ่อยและเกี่ยวข้องก็จะมีดังนี้
จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะครัวร้านอาหาร มีความเสี่ยงเกิดอัคคีภัยสูง จากความร้อน น้ำมัน และเชื้อเพลิง โดยสถิติของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า อัคคีภัยในอาคารพาณิชย์ และร้านค้าสร้างความเสียหายรวมปีละหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว
ถังดับเพลิงชนิด Class K (หรือ Wet Chemical) เหมาะที่สุด เพราะบรรจุสารเคมีสูตรน้ำ ที่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันพืชและสัตว์ เกิดเป็นชั้นฟองหนาสนิท ตัดออกซิเจนและลดความร้อนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เกิดการกระเด็น
มี 3 อุปกรณ์หลัก ได้แก่ ถังดับเพลิงชนิดเคมีแห้งหรือ Class K, ผ้าห่มดับเพลิง (Fire Blanket) สำหรับตะครุบไฟในกระทะ, และ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Kitchen fire suppression system) (2024-12-19) [1]
ช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าระบบแก๊สทั่วไป เนื่องจากระบบวาล์วไฟฟ้า (Solenoid Valve) จะทำการตัดการจ่ายแก๊สทันที ที่เซนเซอร์ตรวจจับแก๊สรั่ว หรือพบความร้อนสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน
ร้านอาหารที่ควรติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติประจำฮูด (Ansul/Kitchen Hood Suppression System) ตามมาตรฐานความปลอดภัย คือร้านที่มีการใช้เตาความร้อนสูง เครื่องทอดน้ำมันลึก หรือมีเครื่องดูดควันขนาดใหญ่
ต่างกันที่หลักการทำงาน โดย Smoke Detector ตรวจจับอนุภาคควัน ซึ่งเหมาะกับพื้นที่นั่งทานอาหาร ส่วน Heat Detector ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ เหมาะกับพื้นที่ครัว เพราะควันจากการประกอบอาหาร จะไม่ทำให้สัญญาณเตือนภัยผิดพลาด
ต้องสำรองไฟได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง และ ป้ายทางหนีไฟ ต้องเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวงและมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน เพื่อให้มีแสงสว่างเพียงพอ สำหรับการอพยพผู้คนออกจากอาคารเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอัคคีภัย
จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (2026-09-01) [2]
ควรตรวจเช็กเกจความดัน และสภาพภายนอกเป็นประจำทุกเดือน และต้องได้รับการตรวจสอบดูแลรักษาแบบครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละครั้ง
สิ่งที่เจ้าของร้านควรจะเตรียมตัวก็ได้แก่ ควรจัดทำแผนซ้อมอัคคีภัยอย่างน้อยปีละครั้ง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ตรวจสอบระบบและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างน้อยทุก 3–6 เดือน, อบรมพนักงานให้เข้าใจถึงวิธีการใช้ถังดับเพลิง ปิดวาล์วแก๊ส รวมถึงการอพยพลูกค้า,
และสิ่งสุดท้ายคือควรจดบันทึกการตรวจสอบและฝึกซ้อม เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ที่มีความเกี่ยวข้องเมื่อมีการตรวจสอบ เพราะหากประมาทเลินเล่อจนเกิดเพลิงไหม้ และมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าของร้านอาจต้องรับโทษทั้งจำและปรับ โดยโทษสูงสุดอาจถึง จำคุก 7–20 ปี หรือปรับหลักแสนบาทขึ้นอยู่กับผลของความเสียหาย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Maxwell

การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟไหม้ ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร้านอาหาร ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วน แต่ยังเป็นปราการปกป้องชีวิตของพนักงาน ลูกค้า และมูลค่าทางธุรกิจ ไม่ให้สูญเสียจากเหตุอัคคีภัยที่คาดไม่ถึงด้วย

