
รัฐบาลซื้อสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก หรือยัง
- จินนักเขียน
- 97 views

เนื่องจาก รัฐบาลซื้อสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก หรือยัง ทางรัฐบาลไทยไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เนื่องจากภาครัฐได้ถอดถอนฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have และไม่มีการใช้เงินหลวงเข้าซื้อ ซึ่งมีแค่ทางเอกชนเท่านั้นที่ดีลการซื้อถ่ายทอดสดบอลโลก
การซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสด ข้อมูลบอลโลก 2026 ในไทย เป็นการเปลี่ยนผ่านจากภาครัฐมาสู่ภาคเอกชนอย่างเต็มตัว หลังจากรัฐบาลส่งสัญญาณให้แก่ กลุ่มทุนเอกชนอย่าง JAS ที่ได้เข้ามาสวมบทบาทหลัก ของการเจรจาปิดดีล ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลกในปีนี้
โดยทาง คุณโสรัชย์ ที่เป็นถึงผู้บริหารของ JAS ที่ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก และจบการเจรจาเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งเป็นการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกตั้งแต่ปี 2026-2030 ด้วยมูลค่า 2.3 พันล้านบาท เปิดให้คนไทยสามารถดูบอลโลกได้ฟรี ตั้งแต่นัดเปิดสนามจนไปถึงนัดชิงชนะเลิศ (11 มิถุนายน 2026) [1]
ไทม์ไลน์การเจรจา ดีลลิขสิทธิ์บอลโลก เหตุการณ์การเจรจาเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2026 เมื่อคณะรัฐมนตรี มีการปลดล็อก และมอบหมายการเจรจาให้แก่ กสทช. เป็นผู้ถือธงหลักในการพิจารณาเข้าซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งจะมีไทม์ไลน์การเจรจาซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ตามดังนี้
งบประมาณที่ใช้ในการซื้อ ลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 อยู่ที่ประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 2,305 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่า ที่เสนอให้แก่ทางรัฐบาลของไทย แต่ทางผู้บริหารของบริษัท JAS เขาได้เสนอเงื่อนไขซื้อขายลิขสิทธิ์บอลโลก 2 สมัย ตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2026 และ 2030
โดยทางบริษัท JAS ได้ยืนยันว่าคนไทยจะสามารถรับชมนัดเปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศได้ฟรี ซึ่งในตอนนี้ทางบริษัทดังกล่าวไม่ได้กำหนดแพ็กเกจแบบแบ่งขาย แต่จะเป็นแพ็กเกจรวมในราคา 5,999 บาทต่อปี ซึ่งจะรับชมได้ทั้งบอลโลก และยูโรตั้งแต่ปี 2026-2028 รวมไปถึงการแข่งขันอื่นๆ (11 มิถุนายน 2026) [2]
เงื่อนไข ในการซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก จากเดิมที่มีการควบคุมในการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก แต่ในการแข่งขันบอลโลกปี 2026 ที่ทางรัฐบาลได้ผ่อนปรน เปิดให้ทางผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก สามารถนำสัญญาณไปบริหารจัดการกับค่าบริการเองได้ หรือจะเป็นการทำการตลาดเพื่อสร้างรายได้ได้อย่างอิสระ
ซึ่งจากการ ปลดล็อกกฎเกณฑ์เดิม ทางผู้ที่ถือครองลิขสิทธิ์สามารถออกอากาศทางฟรีทีวีเพื่อขยายฐานผู้ชมและดึงดูดสปอนเซอร์โฆษณาได้ รวมถึงทำให้บริษัทเอกชนสามารถเข้ามาประมูลซื้อสิทธิ์ และนำไปทำระบบรับสมาชิก เพื่อเก็บค่าบริการจากผู้ชมได้

โดยกฎมัสแฮฟ (Must Have) ที่จะยึดหลักเกณฑ์ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในรายการโทรทัศน์ทั่วไปเท่านั้น คือกฎหมายที่ออกโดย กสทช. หากย้อนไปตั้งแต่ปี 2012-2025 ที่ทางรัฐได้ออกกฎมัสต์แฮฟออกมาในวันที่ 16 พฤษภาคม 2025 ก็เพื่อยกเลิกกฎภาคผนวกเดิมจากปี 2012
บอลโลกปี 2026 ไม่ได้มีกฎมัสต์แฮฟ (Must Have) ควบคุมไว้ จึงทำให้ภาคเอกชนต่างๆ สามารถที่จะหาผลประโยชน์จาก การเปิดให้ชมบอลโลก แต่ถึงอย่างไรกฎดังกล่าวนี้ยังถูกใช้ในรายการแข่งขันอื่นๆ ได้แก่ ซีเกมส์, อาเซียนพาราเกมส์, เอเชียนเกมส์, เอเชียนพาราเกมส์, โอลิมปิกเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ (24 มิถุนายน 2025) [3]
อุปสรรคในการซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสด บอลโลกในปี 2026 จะประกอบด้วย ราคาค่าลิขสิทธิ์แพงเกินไป, ปัญหาด้านกฎเกณฑ์ของรัฐ และยากต่อการทำกำไร ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ทางรัฐบาล และบริษัทอย่าง JAS ได้เจอในการซื้อขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก
ซึ่งทางฟีฟ่าได้ขายสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลกในราคาเริ่มต้น 1,300-1,700 ล้านบาท สาเหตุที่ราคาค่าลิขสิทธิ์แพง ก็เป็นเพราะการบังคับของฟีฟ่าที่ขายพ่วงแบบครอบคลุมทุกแมตช์ ซึ่งเป็นการบังคับซื้อในแพ็กเกจระยะยาวล่วงหน้า จึงทำให้ต้องใช้เงินในการซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสดเป็นจำนวนมาก
สรุป รัฐบาลซื้อสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหรือยัง โดยทางรัฐบาลไม่ได้ซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก แต่เป็นทางภาคเอกชนอย่างบริษัท JAS ที่เป็นคนซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลกในราคา 2.3 พันล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมบอลโลกตั้งแต่ปี 2026 จนไปถึงในปี 2030 และรายการแข่งขันอื่นๆที่สำคัญ
หากรัฐบาลไม่ซื้อสิทธิ์ คนไทยจะยังมีโอกาสได้ดู ผ่านช่องของภาคเอกชน โดยช่องทางหลักคือการสตรีมมิงผ่านแอปพลิเคชัน Monomax ซึ่งเป็นผู้บริหารสิทธิ์ร่วม โดยมีการเปิดตัวแพ็กเกจ Sports Premium เพื่อรองรับแฟนบอลที่ต้องการรับชมการถ่ายทอดสดบอลโลกจนครบ 104 แมตช์
การร่วมมือของรัฐกับเอกชน ในการได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 เป็นการร่วมมือแบบ เอกชนนำ รัฐช่วยกำกับดูแล โดยรัฐบาลไม่ต้องควักงบประมาณแผ่นดินมาเสี่ยงกับการขาดทุน แต่เปลี่ยนมาเป็นฝ่ายสนับสนุนของการอำนวยความสะดวกด้านกฎหมาย เพื่อให้เอกชนสามารถเข้าซื้อลิขสิทธิ์ และหารายได้

