
ไขข้อสงสัย ยุโรป มีโอกาสเป็นผู้นำ ด้านการลงทุนใด
- MY Kismet
- 73 views

ยุโรป มีโอกาสเป็นผู้นำ ด้านการลงทุนใด ตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด และการลงทุนอย่างยั่งยืน รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นด้านเทคโนโลยี แต่ตลาดหุ้นยุโรปก็มีศักยภาพด้านอื่นๆ ที่สามารถเข้าสู่สนามแข่งได้เช่นกัน
ตอนนี้ตลาดหุ้นยุโรป มีกลยุทธ์การมอบส่วนลดกว่า 40% ให้กับนักลงทุน เรื่องนี้ทำให้อัตราส่วนต่อกำไร น่าสนใจกว่าการลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งตัวเลขความต่างค่า P/E เมื่อเทียบกับสหรัฐแล้วมีความต่างถึง 21.7 เท่า อีกทั้งยุโรปยังมีสมดุลทางการเงินเยอะกว่าสหรัฐด้วย (22 มิถุนายน 2026) [1]
นักลงทุนทั่วโลก สนใจอินเดีย เพราะการลงทุนในปัจจัยพื้นฐาน ค่อนข้างที่จะแข็งแกร่ง และประเทศอินเดียยังเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีต้นทุนด้านประชากรสูงมาก ต่างจากยุโรปที่เน้นลงทุนหุ้นคุณค่า ซึ่งมีบทบาทมากกว่าเรื่องประชากร และยังมีเรื่องของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วย
ตลาดหุ้นยุโรป เคยเป็นศูนย์กลางสินค้าแบรนด์เนมระดับโลก หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ กลุ่มพลังงานดั้งเดิม และอุตสาหกรรมเครื่องจักร ทั้งหมดนี้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นยุโรป แต่ตอนนี้การเติบโตเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด และอาจเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านแล้ว
เป็นเรื่องจริง ถือเป็นอานิสงส์ที่ได้รับมาจากความต้องการระดับภูมิภาค และการสนับสนุนจากทางภาครัฐ ทำให้อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทขนาดใหญ่ในยุโรป ยังมีโอกาสพัฒนาต่อยอดโครงการที่เกี่ยวข้องด้วย
ตอนนี้กำลังพยายามเข้าร่วม แต่ไม่ได้เป็นการแข่งขันที่ครอบคลุมทั้งหมด และไม่มีความดุเดือดเท่าจีนกับสหรัฐ การแข่งขันที่ยุโรปจะเข้าร่วมจะเป็นเฉพาะกลุ่ม เช่น อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ (ASML) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความมั่นคง
การระดมทุนของ EU ในครั้งนี้ สะท้อนความต้องการที่จะลดการพึ่งพาเทคโนโลยี จากประเทศจีนและสหรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุน จากคณะกรรมาธิการยุโรป เป็นจำนวนเงินกว่า 10 พันล้านยูโร และโครงการนี้อาจดึงดูดนักลงทุนเอกชนได้อย่างน้อย 20 พันล้านยูโรด้วย (31 กรกฎาคม 2026) [2]
อาจเป็นเรื่องจริง เพราะยุโรปมีกฎระเบียบที่ชัดเจนในเรื่อง Green Deal และยังมีเป้าหมาย Net Zero ที่เข้มงวดมาก ทำให้ตอนนี้มูลค่ารวมหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด มีตัวเลขสูงถึง 574.55 พันล้านยูโร และมีอัตราส่วนต่อกำไรเฉลี่ย 12.9% ผลการดำเนินงานช่วง 3 ปี เป็นผลบวก 43.6% (14 สิงหาคม 2026) [3]
สิ่งที่ EU คาดหวังมากที่สุด น่าจะเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด และเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ยังคาดหวังไปถึงการขยายโครงสร้างด้านดิจิทัล และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนด้วย
เป็นเรื่องจริง ตอนนี้ยุโรปตึงเครียดมากด้านภูมิศาสตร์ ประเทศสมาชิกหลายประเทศ เริ่มอัดฉีดเงินทุนงบประมาณทหารอย่างบ้าคลั่ง จนยอดอัดฉีดสูงเป็นประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม Aerospace & Defense กลายเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าจับตามองมากในตอนนี้
โดยรวมมองว่าน่าลงทุนอยู่ เพราะโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด ยุโรปเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกมาผลักดันในเรื่องนี้ และมีการออกกฎระเบียบที่ชัดเจนมาตั้งแต่แรก ซึ่งในอนาคตการปฏิรูปพลังงานจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และมีโอกาสสูงมากที่ตอนนั้นนักลงทุน จะทำกำไรจากเรื่องนี้ได้มหาศาล

ยุโรปมีโอกาสเป็นผู้นำ ด้านการลงทุนใด คำตอบคือ ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด (Clean Energy) เรื่องนี้อาจเป็นผู้นำสูงสุดได้ และหาคู่แข่งที่สูสีได้ยาก ส่วนด้านอื่นๆ ที่มีโอกาสขึ้นเป็นผู้นำคือนวัตกรรมความมั่นคง เป็นเรื่องที่หลายประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก

