
ฝึกโยคะ เจ็บไหม อาการบาดเจ็บจาก การฝึกที่ผิดวิธี
- จินนักเขียน
- 128 views

เนื่องจาก ฝึกโยคะ เจ็บไหม อาจจะทำให้เกิด อาการเจ็บปวดได้ หากมีการฝึกฝนที่ผิดวิธี หรือการฝืนร่างกายที่มากเกินไป จึงทำให้กล้ามเนื้อเจ็บได้สำหรับการฝึกโยคะ โดยอาการเจ็บจะแบ่งเป็น 2 แบบได้แก่ การเจ็บแบบปกติ และการเจ็บจากการ เล่นท่าผิดวิธี
โดยสำหรับ การฝึกโยคะนั้น อาจทำให้เกิดความรู้สึกตึงหรือเจ็บได้ เนื่องจากในช่วงปีระหว่าง 2021-2022 พบว่ามีผู้คนที่มีอาการปวดที่เกิดจากการฝึกโยคะโดยตรง แต่อาการส่วนใหญ่มักจะเป็นเพียงแค่ การตอบสนองของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานมานานเท่านั้น ซึ่งอาการเจ็บจากการฝึกจะแบ่งตามดังนี้
การเจ็บกล้ามเนื้อ หลังจากยืดเหยียด ถือว่าเป็นเรื่องปกติ จะมีอาการแบบปวดเมื่อยแบบหน่วงๆ หรือที่เรียกว่า DOMS อาการปวดกล้ามเนื้อ ที่จะเกิดขึ้นหลังการออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อย โดยมักจะเกิดขึ้นในช่วง 24-48 ชั่วโมง และจะหายไปเองประมาณ 2-5 วัน
โดยสำหรับทฤษฎี DOMS ได้ถูกอธิบายให้เข้าใจใน กลุ่มผู้ออกกำลังกาย ครั้งแรกเมื่อปี 1902 จนมาถึงยุคปัจจุบัน 2026 ทฤษฎีนี้ก็ถูกนำมาใช้งาน เพื่อระบุว่าเป็นอาการปวดเมื่อยชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อฉีกขาดภายใน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากแรงตึง และการยืดตัวของกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย
โดยหาก รู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนเข็มหมุด หรือมีอาการบวมแดง ควรที่จะเลิกฝึกโยคะทันที พร้อมกับพบแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ที่ฝึกโยคะ ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากการฝึกโยคะ โดยจะเกิดขึ้นจากการเคล็ดขัดยอกที่ข้อต่อและเส้นเอ็น ซึ่งอาการบาดเจ็บที่พบบ่อยจะมีตามดังนี้
ที่มา: เล่น โยคะ ต้องรู้! 5 อาการปวดกระดูกและกล้ามเนื้อ (18 พฤศจิกายน 2025) [1]
การฝึกโยคะแล้วรู้สึกเจ็บ ปัจจัยหลักมาจาก ความพยายามฝืนร่างกายเกินขีดจำกัด จากการรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่าในช่วงปี 2022-2024 พบว่ามีเด็กอายุมากกว่า 15 ปี ที่หันมาออกกำลังกายมากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ โดยเพิ่มขึ้นไปถึง 44.4% ถือว่ามากกว่าในปี 2022 (11 สิงหาคม 2025) [2]
ซึ่งพบว่า ในกลุ่มเด็กหันมาสนใจออกกำลังกายมากขึ้น จึงทำให้มองเห็นถึงการใช้งานร่างกายหนักเกินไป จนเกิดอาการบาดเจ็บสูงกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากความต้องการของการจัดท่าทาง ให้สมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ผิด ที่อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
โดยการ จัดระเบียบร่างกาย ที่ผิดวิธีส่งผลกระทบในเรื่องของการกดทับได้ เพราะเนื่องจากการวางตำแหน่งมือ หรือเท้าผิดองศาเพียงเล็กน้อย สามารถเพิ่มแรงกดทับที่กระดูกสันหลังได้ โดยเฉพาะท่าที่ต้องลงน้ำหนักที่ส่วนหัว และคออาจจะเสี่ยงต่อโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทได้
ตั้งแต่ปี 1980-2012 เริ่มได้รับความนิยมอย่างมาก จากนั้นเข้าสู่ในช่วงปี 2012 ได้มีชาวจีนที่เริ่มการวิจัยโดยระบุว่า ผู้หญิงอายุ 20-49 ปีที่ฝึกโยคะอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่กระดูกอ่อน ของข้อเข่าสูงกว่าการวิ่งจ็อกกิง และการตีแบดมินตัน (เมษายน 2015) [3]

ฝึกโยคะ อุปกรณ์มีอะไรบ้าง ชิ้นแรกควรใช้เสื่อโยคะที่มีความหนาเหมาะสมควรอยู่ที่ 4-6 มม. และจำเป็นต้องเลือกซื้อเสื่อโยคะที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 500-2,000 บาทเท่านั้น เพราะเสื่อโยคะจะช่วยการกระจายแรงกดทับ และควรเป็นเสื่อที่สามารถกันลื่นได้
หากเสื่อกันลื่นไม่ได้ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อต้องเกร็งตัวมากกว่าปกติ จนเกิดอาการอักเสบได้ง่าย เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับอุปกรณ์ชิ้นแรกที่ต้องมี จะจำเป็นต้องมีเสื่อโยคะเป็นอันดับแรก เพื่อลดแรงกดทับที่อาจจะส่งผลต่อข้อต่อของกระดูก และกล้ามเนื้อในส่วนที่ต้องรับน้ำหนักได้
สรุป ฝึกโยคะ เจ็บไหม คำตอบคือสามารถที่จะมีอาการเจ็บได้ โดยอาการเจ็บจะแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ เจ็บแบบปกติ และอาการเจ็บจากการบาดเจ็บ รวมไปถึงสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บที่หัวเข่า และส่วนข้อต่ออื่นๆ พร้อมกับการลดแรงกดทับด้วยการใช้เสื่อโยคะ
เมื่อฝึกโยคะ เป็นครั้งแรกของการออกกำลังกาย โดยทั่วไปอาการปวดจะอยู่ประมาณ 2-3 วัน แนะนำให้ประคบอุ่นและยืดเหยียดเบาๆ หากผ่านไป 5 วัน แล้วยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การดื่มน้ำให้เพียงพอ และการพักผ่อนที่เหมาะสม จะช่วยลดระยะเวลาฟื้นตัวได้ถึง 20%
ซึ่งก่อนจะ เริ่มการฝึกโยคะนั้น ควรที่จะแจ้งครูผู้สอนล่วงหน้าเพื่อปรับท่า ให้เข้ากับข้อจำกัดของร่างกาย โดยการฝึกโยคะภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญช่วย จะสามารถลดความเสี่ยง จากการบาดเจ็บซ้ำซ้อนได้มากกว่า การฝึกด้วยตัวเอง ผ่านคลิปวิดีโอมากถึง 3 เท่า

