
รวมข้อสงสัย ผู้นำด้าน AI ยังเป็นสหรัฐหรือไม่
- MY Kismet
- 111 views

ผู้นำด้าน AI ยังเป็นสหรัฐหรือไม่ ตอบเลยว่ายังคงเป็นสหรัฐอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ประเทศคู่แข่งอย่างจีน จะเร่งพัฒนาโมเดล AI ตามหลังมาอย่างรวดเร็วแล้วก็ตาม แต่สหรัฐยังคงทิ้งห่างเรื่องเม็ดเงินลงทุน อีกทั้งยังมีบริษัทระดับโลกชั้นนำคอยผลักดันอยู่เบื้องหลังด้วย
ตอนนี้ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่ม AI ทั้งในแง่ของการคิดค้นนวัตกรรมต้นน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานระบบฮาร์ดแวร์ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้ ภาวะผู้นำของสหรัฐไม่ได้ทิ้งห่างแบบเด็ดขาด เหมือนกับยุคก่อนหน้าแล้ว เพราะมีประเทศจีนกำลังไล่ตามหลังมาติดๆ
เพราะการเอาชนะสหรัฐ จะเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเอาชีวิตรอด เรื่องนี้ช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางการทหาร และยังมีอำนาจกำหนดมาตรฐานยุคใหม่ด้วย วัตถุประสงค์หลักคือการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากชาติตะวันตก และคว่ำบาตรสหรัฐ
ตอนนี้ยังเป็นสหรัฐ ที่ครองปริมาณความต้องการ และคุณภาพของโมเดลรุ่นใหม่ได้มากกว่า ทั้งการถือครองโมเดลระดับ Frontier เช่น Gemini, Claude และ Llama ซึ่งมักจะครองอันดับต้นๆ บนเครื่องมือวัดความฉลาด โดยที่โมเดล AI ของจีนยังคงตามหลังอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้ลดลงมาห่างไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ในแง่ของประสิทธิภาพโมเดล ข้อมูลจาก stanford ระบุว่า “สถิติการเปรียบเทียบช่วงต้นปี 2026 ระหว่าง DeepSeek-R1 และ Anthropic ทางฝั่งของสหรัฐยังคงนำหน้าอยู่ 2.7%” (สืบค้นเมื่อ 2026-09-29) [1]
เงินทุนด้านการพัฒนา AI สหรัฐทิ้งห่างประเทศอยู่หลายพันล้านดอลลาร์ ข้อมูลจาก aljazeera ระบุว่า “ช่วงปี 2026 บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีในสหรัฐ คาดว่าจะใช้จ่ายกับ AI เป็นเม็ดเงินกว่า 764 พันล้านดอลลาร์ ต่างจากบริษัทชั้นนำในจีน ที่คาดว่าจะใช้จ่ายอยู่ที่ 102 พันล้านดอลลาร์” (2026-09-24) [2]
เป็นเรื่องจริง และยังเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดด้วย สหรัฐในตอนนี้มีศูนย์ Data Center ขนาดใหญ่ ทำให้การเทรนโมเดลขนาดใหญ่ทำได้ง่ายกว่า นอกจากนี้สหรัฐยังมีจุดเด่น ในเรื่องการเข้าถึงนวัตกรรมไฟฟ้าด้วย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเทรน AI สูงกว่าประเทศอื่น
สหรัฐฯ ดอกเบี้ยเริ่มกดดัน จริงหรือไม่ ถือว่าเป็นเรื่องจริงในตอนนี้ การประชุมช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐได้มีการสั่งปรับเพิ่มดอกเบี้ยขึ้นอีก เป็นผลให้ตลาดหุ้นเกิดใหม่ ตลาดหุ้นยุโรปและเอเชีย เริ่มมีความตึงเครียดเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ตลาดปัญญาประดิษฐ์ของสหรัฐ ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก fortune ระบุว่า “ช่วงปี 2025 ตลาดปัญญาประดิษฐ์สหรัฐมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 66.42 พันล้านดอลลาร์ คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 319.32 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าสู่ปี 2032” (2026-09-14) [3]
การดึงตัวนักวิจัยด้าน AI ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ใช้ตัดสินแพ้ชนะได้ และตอนนี้สหรัฐก็ได้เปรียบเป็นอย่างมาก เพราะมีสถาบันวิจัยนานาชาติชั้นนำอยู่ อีกทั้งยังมีมหาลัยชั้นนำระดับโลกรวมอยู่ด้วย แต่เรื่องนี้อาจได้รับผลกระทบได้ หากสหรัฐยังคงเข้มงวดเรื่องวีซ่า
ต่อไปผู้นำด้าน AI จะเริ่มวัดผลจากการใช้งานจริงแล้ว ทั้งเรื่องการลดต้นทุนการผลิต คุณภาพของผลการดำเนินงาน และตัวเลขผลตอบแทน เรื่องทั้งหมดนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาโมเดล AI ได้ในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ประเทศจีนอาจจะได้เปรียบอยู่ไม่น้อย

ผู้นำด้าน AI ยังเป็นสหรัฐอยู่หรือไม่ คำตอบคือ ยังคงเป็นสหรัฐอยู่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปริมาณความต้องการ และคุณภาพในการผลิต เพราะมีบริษัทชั้นนำระดับโลกอยู่ อีกทั้งยังได้เปรียบเรื่องการคว้าตัวนักวิจัยด้วย แต่ต้องระวังเพราะช่วงนี้ช่องว่างกับประเทศจีนเริ่มลดลงแล้ว

