
รวมถาม-ตอบ บอลโลก 2026 ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง
- จินนักเขียน
- 82 views

บอลโลก 2026 ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง ลูกบอลอัจฉริยะ, กล้องลูกบอลอัจฉริยะ, เทคโนโลยีสร้างภาพจำลองสามมิติ, VAR เวอร์ชันใหม่, เทคโนโลยีเส้นประตูอัจฉริยะ, เทคโนโลยีวิเคราะห์นักเตะรายบุคคล และเทคโนโลยีจัดการสภาพอากาศภายในสนามแข่งขัน

โดยสำหรับ 9 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ถูกใช้ในการแข่งบอลโลก 2026 จะได้แก่ ลูกบอลอัจฉริยะ, การจับล้ำหน้า, การสร้างภาพจำลอง 3 มิติ และระบบกล้อง VAR เวอร์ชันใหม่ รวมไปถึงเทคโนโลยีวิเคราะห์นักเตะรายบุคคล พร้อมกับเทคโนโลยีการจัดการสภาพอากาศภายในสนามแข่ง
เทคโนโลยีลูกบอลอัจฉริยะที่ถูกใช้ในบอลโลก 2026 มีชื่อเรียกว่า TRIONDA สร้างโดย Adidas เป็นการฝังชิปเซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหวไว้ โดยมีความถี่สูงถึง 500Hz เพื่อที่จะส่งข้อมูลลูกบอลแบบเรียลไทม์ไปยัง VAR ซึ่งสำหรับฟุตบอลโลกนี้วางจำหน่ายแล้วใน ออสเตรเลีย ในราคา $240 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (6 มิถุนายน 2026) [1]
เทคโนโลยีการจับล้ำหน้าจะใช้เป็นระบบ SAOT เป็นการใช้กล้องตรวจจับตำแหน่งผู้เล่นร่วมกับเซนเซอร์ในลูกบอล เพื่อชี้ล้ำหน้าได้แม่นยำและเร็วกว่าเดิม ซึ่งเพิ่มกล้องในการตรวจจับล้ำหน้ามากขึ้นกว่าปีก่อนๆ และสามารถเก็บจุดข้อมูลบนร่างกายของนักกีฬาได้อย่างละเอียด
เทคโนโลยีสร้างภาพจำลอง 3 มิติของผู้เล่นแทนเส้นสีฟ้า แดงแบบเดิมที่เคยสร้างความสับสนให้แฟนบอล โดยอาศัยข้อมูลจากการสแกนร่างกายผู้เล่นทั้งหมด มาสร้างเป็นอวาตาร์ดิจิทัล แล้วซ้อนทับกับข้อมูลตำแหน่งจริงจากกล้องติดตามกว่า 12 ตัวต่อสนาม เพื่อให้ผู้ชมสามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์
VAR บอลโลก 2026 เปลี่ยนอะไร เวอร์ชันใหม่จะใช้ปัญญาประดิษฐ์เต็มรูปแบบ มีการอัปเกรดระบบเพื่อเน้นความรวดเร็ว แม่นยำระดับมิลลิเมตร โดยจะทำงานควบคู่กันกับระบบ SAOT และเทคโนโลยีสร้างภาพจำลองสามมิติ รวมไปถึงเทคโนโลยีตรวจจับเส้นขอบประตู และการให้จุดโทษ
โดยสำหรับเทคโนโลยีเส้นประตูอัจฉริยะ ได้ขยายการทำงานให้ผู้ตัดสินวิเคราะห์ว่า บอลข้ามเส้นหรือไม่ได้ง่ายมากขึ้น ได้จะใช้ระบบ Hawk-Eye ของ Sony และเป็นพันธมิตรหลักด้านโครงสร้าง AI คือ Lenovo โดยกล้องชนิดนี้จะติดตัวผู้ตัดสิน ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นในมุมมองของผู้ตัดสินได้ในทุก 104 แมตช์การแข่ง (27 มิถุนายน 2026) [2]
เทคโนโลยีวิเคราะห์สถิตินักเตะรายบุคคล มาจากแอปที่เป็นทางการของ FIFA World Cup 2026 มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลแบบสด โดยจะแสดงข้อมูลเชิงลึกได้แก่ Expected Goals (xG), เปอร์เซ็นต์การครองบอล และแผนที่การครองพื้นที่ ซึ่งเร็วกว่าการถ่ายทอดสดทางทีวีที่อาจมีดีเลย์ถึง 30 วินาที (22 พฤษภาคม 2026) [3]
การจัดการสภาพอากาศจากสนามแข่งทั้ง 16 สนามมีเพียง 3 สนามที่ใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิอย่างสมบูรณ์ ได้แก่ สนามแอตแลนตา, สนามดัลลัส และสนามฮิวสตัน และมีสนามอีก 2 แห่งที่มีระบบระบายความร้อนแบบพาสซีฟก็คือ สนามลอสแอนเจลิส และสนามที่มีหลังคาแบบเปิดปิดอีก 11 สนาม (27 พฤษภาคม 2026) [4]
เทคโนโลยีตรวจสอบสแกนใบหน้า มีหน้าที่เพื่อความปลอดภัยขั้นสูง โดยสนามแข่งขันบอลโลก 2026 ในหลากหลายสนามแข่งในสหรัฐ ได้ใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนบัตรเข้างานสำหรับแฟนบอลที่ลงทะเบียนไว้ล่วงหน้า พร้อมหุ่นยนต์สุนัขลาดตระเวนพื้นที่หวงห้ามในเวลากลางคืน
เทคโนโลยีการรับชมผ่านโลกเสมือน รับชมได้ผ่านแอป FIFA+ แฟนบอลในสนามสามารถยกโทรศัพท์ส่องไปที่สนามแข่งขัน เพื่อดูข้อมูลแบบ Augmented Reality ไม่ว่าจะเป็น ชื่อผู้เล่น, ความเร็วในการวิ่ง และค่าความเข้มข้นทางกายภาพแบบเรียลไทม์ โดยแอปนี้จะแสดงออกมาทั้งหมดของนักกีฬาคนนั้นๆ
สรุปบอลโลก 2026 ใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะใช้เทคโนโลยีที่ผสมผสาน AI เข้ากับทุกจุดของการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น บนลูกบอล หรือระบบการจับล้ำหน้าแบบอัตโนมัติ จนไปถึงระบบรักษาความปลอดภัย เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์บอลโลก ที่มีการทำงานร่วมกันกับระบบ AI เป็นหลัก

