
Q&A นักลงทุนรุ่นใหม่ ต้องมีวิธีคิดแบบไหน
- MY Kismet
- 41 views

นักลงทุนรุ่นใหม่ ต้องมีวิธีคิดแบบไหน ตอบได้เลยคือ ต้องมองให้ไกล แยกแยะความเสี่ยงให้เป็น และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ยาวนานให้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นวิธีคิดที่อาจสร้างมหาเศรษฐีคนใหม่ได้ เพราะนักลงทุนรุ่นใหม่ มีข้อได้เปรียบใหญ่คือเรื่องเวลา และการเข้าถึงเทคโนโลยีอยู่
จากการศึกษาพบว่า นักลงทุนหน้าใหม่กว่า 80% เจ๊งจากการลงทุนมีเพียง 20% เท่านั้นที่อยู่รอดได้ (29 สิงหาคม 2019) [1] เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความรู้พื้นฐาน การใช้อารมณ์ และกลยุทธ์การลงทุนด้วย โดยที่ส่วนใหญ่มักเน้นการซื้อขายถี่ๆ เพื่อกินกำไรระยะสั้น แน่นอนว่าในท้ายที่สุดมันจะเจ๊ง
นักลงทุนรุ่นใหม่ จะมองเรื่องความเสี่ยงมาก่อนเสมอ สิ่งนี้เพิ่มและลดผลกำไรสุทธิได้ในท้ายที่สุด นักลงทุนจึงเลือกที่จะประเมินความเสี่ยงก่อนเสมอ เพื่อรักษาเงินทุนตั้งต้นเอาไว้ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการติดกับดักการลงทุนด้วย มันมักจะเกิดขึ้นตอนที่ตลาดมีความผันผวน
ทำเงินได้ไวจริง และเป็นกลยุทธ์การทำเงิน ที่ได้รับความนิยมสูง นักลงทุนรุ่นใหม่มองว่า การลงทุนตามเทรนด์เป็นการปั้นเม็ดเงิน เพราะเมื่อมีกระแส มูลค่าสินทรัพย์นั้นจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเข้าได้ถูกจังหวะและขายถูกจังหวะ นักลงทุนจะทำกำไรได้หลายเท่าในช่วงเวลาสั้นๆ
สาเหตุเป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การลงทุนระยะสั้นอาจจะตอบโจทย์กว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเข้าถึงการลงทุนด้วย หลายบริษัทพัฒนาแอปสำหรับการลงทุน ที่เข้าใช้งานได้ตลอดเวลา จากสถิติปี 2024 แอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับลงทุน มียอดการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 47% (27 กรกฎาคม 2026) [2]
วิธีมองความเสี่ยง ของนักลงทุนรุ่นใหม่ หรือการมองเรื่องความผันผวน ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับสินทรัพย์ และยังมองว่าเป็นโอกาส ในการทำกำไรมากกว่าความเสี่ยง นักลงทุนจะเข้าซื้อหุ้น ในราคาที่ถูกได้ อีกทั้งยังมีโอกาสทำกำไรเพิ่มขึ้นอีกเมื่อหุ้นฟื้นตัว
ใช้ความรู้สึกกับการลงทุนจริง นักลงทุนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนการลงทุนด้วย FOMO และการเกาะกระแสโซเชียล หลายคนรู้สึกว่าตัวเองตกขบวนเมื่อลงทุนไม่ทัน เพราะโลกในตอนนี้ ข่าวสารอัปเดตตลอดทั้งวันทั้งคืน สิ่งนี้ไปกระตุ้นให้นักลงทุน ใช้สัญชาตญาณเข้าร่วมมากขึ้น
เป็นเรื่องจริง นักลงทุนรุ่นใหม่มองว่าพอร์ต สามารถสร้างผลตอบแทนได้ และพอร์ตทำให้เงินภาพรวมเพิ่มขึ้นได้ด้วย นักลงทุนรุ่นใหม่จึงมักจะติดตามพอร์ตตลอดเวลา และเลือกปรับพอร์ตในทันที ไม่รอปรับพอร์ตตามรอบปี เหมือนกับนักลงทุนรุ่นก่อน
นักลงทุนรุ่นใหม่ ไม่ได้ชอบความผิดพลาด แต่คิดว่าความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่จ่ายถูกที่สุด มันคุ้มค่ากว่าการจ่ายคอร์สเรียนแพงๆ และยังสามารถปรับปรุงแก้ไข พัฒนาต่อยอดได้ในทันที ซึ่งเรื่องของความล้มเหลว ไม่ได้ดูน่าอายเหมือนกับยุคก่อน มันสามารถเป็นแรงบันดาลใจได้ด้วย
Asset Allocation หรือ อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เป็นบทเรียนยุคก่อน ที่ยังคงได้รับความนิยม ถึงแม้ว่านักลงทุนรุ่นใหม่ จะชอบการลงทุนที่มีความเสี่ยง แต่เรื่องการกระจายความเสี่ยง กลับเป็นประเด็นที่นักลงทุนรุ่นนี้ ให้ความสำคัญมากเช่นกัน
อนาคตนักลงทุนจะแข่งกับตลาดได้แบบสูสี โดยใช้แหล่งข้อมูลมหาศาล และหลักการวิเคราะห์ข้อมูลของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นจุดแข็งของการพัฒนา AI, อัลกอริทึม และ Big Data นักลงทุนจะประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังจับจังหวะตลาดได้ดีขึ้นด้วย

นักลงทุนรุ่นใหม่ต้องมีวิธีคิดแบบไหน คำตอบคือ ต้องมองหาโอกาสเก่ง ผ่านการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูง นอกจากนี้ยังต้องเก่งเรื่อง การกระจายความเสี่ยงด้วย การจับจังหวะตลาด ถึงแม้ว่านักลงทุนจะชอบความท้าทาย แต่การกระจายความเสี่ยงจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย ในการรักษาเงินทุนเสมอ

