วิเคราะห์ นักลงทุนรุ่นเก่า vs นักลงทุนรุ่นใหม่

นักลงทุนรุ่นเก่า vs นักลงทุนรุ่นใหม่

นักลงทุนรุ่นเก่า vs นักลงทุนรุ่นใหม่ บอกเลยว่าเป็น 2 ช่วงอายุที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งวิธีคิด หลักการคิด และขั้นตอนการปฏิบัติ รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีด้วย วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ความแตกต่างของนักลงทุนทั้ง 2 รุ่นนี้กัน

นักลงทุนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ต่างกันเรื่องอะไรบ้าง?

นักลงทุนทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือเรื่องช่วงอายุ โดยที่นักลงทุนรุ่นใหม่ จะเริ่มกันตั้งแต่เจน Y เป็นกลุ่มคนที่มีอายุไม่เกิน 30-45 ปี และกลุ่มเด็กเจน Z ที่มีอายุน้อยกว่า 23 ปี คนกลุ่มนี้ถือเป็นนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยที่นักลงทุนรุ่นเก่าจะอยู่ที่เจน X ซึ่งมีอายุระหว่าง 42-56 ปี (23 พฤศจิกายน 2021) [1]

วิธีคิดของนักลงทุนทั้ง 2 รุ่นต่างกันแค่ไหน

  • นักลงทุนรุ่นเก่า: เน้นลงทุนแบบปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ ต้องการความมั่นคงระยะยาว
  • นักลงทุนรุ่นใหม่: เน้นได้รับผลตอบแทนเร็ว กล้าเสี่ยง กล้าลองการลงทุนใหม่

การเลือกใช้ข้อมูล แตกต่างกันอย่างไร?

นักลงทุนรุ่นเก่าเน้นใช้ข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลเชิงลึก เช่น รายงานประจำปี งบประมาณประจำไตรมาส เป็นต้น ส่วนนักลงทุนรุ่นใหม่ ชอบข้อมูลเรียลไทม์ และชอบข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสทำกำไรได้ หรือที่เรียกว่าเป็นการลงทุนตามกระแส

การเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน ต่างกันมากแค่ไหน?

นักลงทุนรุ่นก่อน เน้นการลงทุนปัจจัยพื้นฐาน และต้องเป็นบริษัทที่มีตัวตนจริง ผลงานของบริษัทต้องมีคุณภาพ และสามารถเติบโตได้ในระยะยาว ต่างจากนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่เน้นการลงทุนไปที่หุ้นเติบโต เช่น หุ้นเทคโนโลยี หุ้นนวัตกรรม และสกุลเงินดิจิทัล

การจัดการกับความเสี่ยง แตกต่างกันยังไง?

นักลงทุนรุ่นเก่าเลือกการกระจายความเสี่ยงเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าลดผลกระทบระยะยาวได้ นอกจากนี้ยังเลือกลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติมด้วย เช่น ทองคำ และพันธบัตรรัฐบาล ในมุมของนักลงทุนรุ่นใหม่ เลือกใช้การจำกัดความเสียหาย เป็นวิธีการใช้ Stop Loss และเทคนิคอื่นๆ เข้าช่วยเหลือ

เรื่องการใช้เทคโนโลยี มีมุมมองต่างกันยังไง?

นักลงทุนรุ่นก่อนมองเทคโนโลยีเป็นผู้ช่วย ทั้งเรื่องการหาข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดการข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งส่วนที่เหลือนักลงทุนจะตัดสินใจเอง ต่างจากนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มองว่าเทคโนโลยีเป็นตัวทำเงิน สามารถตัดสินใจแทนนักลงทุนได้ทั้งหมด เพราะมีฟังก์ชันการทำงานขั้นสูงแล้ว

มุมมองเรื่อง Digital Portfolio ต่างกันยังไง?

สำหรับ Digital Portfolio นักลงทุนรุ่นก่อนมองว่า สิ่งนี้ช่วยเรื่องภาพรวมพอร์ต ช่วยให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลและติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด คล้ายกันกับนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มองว่าพื้นที่นี้เป็นระบบนิเวศส่วนตัว ที่แสดงผลงานการลงทุนอยู่ตลอดเวลา

นักลงทุนทั้ง 2 รุ่น มองการลงทุนระยะยาวต่างกันยังไง?

นักลงทุนรุ่นก่อนมองว่าการลงทุนระยะยาว ต้องใช้เวลามากกว่าสิบปี และอาศัยพลังดอกเบี้ยทบต้นเป็นเครื่องจักรเพิ่มมูลค่า ซึ่งต่างจากนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่กรอบช่วงเวลาเรื่องการลงทุนระยะยาวลดลง และมองว่าการลงทุนระยะยาวเป็นวัฏจักรเทรนด์เสียมากกว่า

นักลงทุนรุ่นไหน เข้าถึงโอกาสการลงทุนได้ดีกว่ากัน?

ถ้าจะวัดกันที่โอกาส ตอบได้เลยว่านักลงทุนรุ่นใหม่มีโอกาสมากกว่า เพราะนักลงทุนรุ่นใหม่คุ้นชินกับนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยี สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ใหม่ได้ตลอดเวลา และยังมองเห็นโอกาสใหม่ผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์ด้วย เรียกได้ว่ามีแต้มต่ออยู่ไม่น้อย

นักลงทุนรุ่นใหม่ รับมือกับโลกอนาคตได้ดีแค่ไหน?

นักลงทุนรุ่นใหม่จะรับมือกับโลกอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะเด็กรุ่นนี้จะเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง หากพิจารณาจากมูลค่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า 3,497.3 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเข้าสู่ปี 2033 (16 มิถุนายน 2026) [2] เป็นตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตได้เป็นอย่างดี

ส่วนสรุป นักลงทุนรุ่นเก่า – นักลงทุนรุ่นใหม่

นักลงทุนรุ่นเก่า vs นักลงทุนรุ่นใหม่

นักลงทุนรุ่นเก่า – นักลงทุนรุ่นใหม่ บอกได้เลยว่าเป็นความแตกต่างที่แยกกันชัดเจนมาก ทั้งวิธีคิด แนวทางการปฏิบัติ การจัดการความเสี่ยง มุมมองเรื่องเทคโนโลยีนักลงทุนทั้ง 2 รุ่น คิดไม่เหมือนกันและในอนาคตเราอาจจะได้เห็น ทฤษฎีการลงทุนใหม่ที่เกิดจากเด็กรุ่นใหม่ด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง