
เปรียบเทียบ ทีมฝรั่งเศส พบกับทีมปารากวัย
- จินนักเขียน
- 57 views

ทีมฝรั่งเศส พบกับทีมปารากวัย ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 ซึ่งทางฝรั่งเศสสามารถเอาชนะปารากวัยไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู จึงส่งผลให้ทางทีมฝรั่งเศสสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบต่อไป และทำให้ฝรั่งเศสต้องไปเจอกับโมร็อกโกในรอบต่อไป

ศักยภาพโดยรวมทีมฝรั่งเศส เหนือกว่าทีมปารากวัยเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านแท็กติก, นักกีฬาภายในทีม, ฟอร์มการเล่น และประสบการณ์ของทีม ถึงแม้ว่าทีมปารากวัยจะมีจุดเด่นในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่น แต่การเจอกับฝรั่งเศส ก็เป็นเรื่องยากสำหรับทีมที่มีจุดเด่นเพียงอย่างเดียว
ในการเจอกันระหว่างฝรั่งเศส กับปารากวัย ต่างกันอย่างมาก เพราะทางฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะเล่นในรูปแบบเกมรุกที่เน้นครองบอลไปมากถึง 81% ส่วนทางปารากวัยใช้แผนตั้งรับ 5 คน ซึ่งนักกีฬาอย่าง อันเดรส คูบาส เคยเอาชนะการดวลตัวต่อตัวได้ 7 ครั้งจาก 11 ครั้ง และตัดบอลออกไปหลายรอบ (5 กรกฎาคม 2026) [1]
ทีมชาติฝรั่งเศส จัดทัพอย่างไร ประกอบไปด้วยนักกีฬาจากพรีเมียร์ลีก 7 คน และนักกีฬาจากทีมปารีสแซงต์แชร์แมงอีก 5 คน นำทีมโดยคีเลียน เอ็มบัปเป้ (4 กรกฎาคม 2026) [2] ส่วนในทีมอย่างปารากวัยไม่มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เลย แม้จะขุมกำลังด้อยกว่า แต่ปารากวัยก็กลายเป็นเกมยากให้กับฝรั่งเศส
โดยฟอร์มการเล่นของฝรั่งเศส สามารถเอาชนะติดต่อกัน 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม I และถล่มสวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีม และจึงจะมาเจอกับปารากวัยในวันที่ 4 กรกฎาคม รอบ 16 ทีมสามารถเอาชนะปารากวัยไปได้ด้วยสกอร์ 0-1 ประตู โดยคะแนนรวมกลุ่ม D ของฝรั่งเศสชนะ 5 เกม เสมอ 1 เกม และไม่แพ้เลย (5 กรกฎาคม 2026) [3]
ประสบการณ์บอลโลกของฝรั่งเศสเหนือกว่า ทีมปารากวัยอย่างมาก แต่ก็เคยทำให้ฝรั่งเศสต้องเจอกับงานยาก ย้อนกลับไปในปี 1998 ที่ฝรั่งเศสได้พบกับปารากวัย โดยทางฝรั่งเศสต้องพยายามมากในการเจาะแนวรับ และผู้รักษาประตูอย่าง โฮเซ่ หลุยส์ ชิลาเวิร์ต แต่ฝรั่งเศสก็เอาชนะได้ในช่วงโกลเด้นโกล 6 นาทีสุดท้าย (4 กรกฎาคม 2026) [4]
โดยการแก้เกมของฝรั่งเศส จะเน้นการปรับหมากเชิงรุกด้วยการใช้นักกีฬาฝีเท้าดีอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ พร้อมกับสลับตำแหน่งระหว่างปีก และกองหน้า ส่วนทางของปารากวัยเน้นเกมรับ และการบดบี้แดนกลาง โดยส่วนใหญ่จะเล่นลูกกลางอากาศ ด้วยการเปิดบอลยาวจากแนวลึก เพื่อสวนกลับอย่างรวดเร็ว
ผู้เล่นที่สำคัญของฝรั่งเศสจะได้แก่ คีเลียน เอ็มบัปเป้, อุสมาน เดมเบเล่, วิลเลียม ซาลิบา, ไมค์ เมญ็อง และดาวรุ่งดวงใหม่อย่าง ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ส่วนทางของทีมปารากวัยผู้เล่นที่เป็นคีย์สำคัญของทีมจะได้แก่ มิเกล อัลมิรอน, ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่, กุสตาโว่ โกเมซ, ดิเอโก้ โกเมซ และออร์แลนโด้ กิลล์
เกมรับของฝรั่งเศสเห็นได้ชัดเจนใน ด้านความยืดหยุ่น ด้านควบคุมพื้นที่ และการใช้ความเร็ว ส่วนทางของปารากวัยเกมรับ จะเน้นการเข้าปะทะที่หนัก และบล็อกเกมรับแนวลึก รวมไปถึงจะโดดเด่นในเรื่องของการเล่นลูกกลางอากาศ โดยจะใช้การเคลียร์บอลโด่ง และเปิดบอลสูงจากแนวหลังสู่แนวหน้า
การเจอกันของทีมฝรั่งเศส กับปารากวัย ดูเหมือนฝรั่งเศสจะได้เปรียบกว่าทุกด้าน แต่ถึงอย่างไรในเกมนี้ทางฝรั่งเศสก็ทำประตูได้เพียง 1 ประตูในลูกจุดโทษเท่านั้น แถมยังมีการครองบอลที่สูงกว่าอีกด้วย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าปารากวัยนั้นมีเกมรับ ที่เหนียวแน่นดุดันสไตล์อเมริกาใต้
สรุปทีมฝรั่งเศส พบกับทีมปารากวัย ถึงจะรู้ถึงผลลัพธ์ที่ทางฝรั่งเศสเป็นผู้ชนะในลูกจุดโทษ แต่ก็ทำให้เห็นว่าทีมปารากวัยไม่ได้ด้อยไปกว่าฝรั่งเศสเลย ซึ่งทรัพยากรด้านนักกีฬาก็มูลค่าต่ำกว่า แต่สามารถที่จะทำให้ฝรั่งเศสยิงไม่ได้เลยตลอดการแข่งขัน จึงต้องไปจบลงด้วยการเอาชนะ 1-0 ประตู

