
เปรียบเทียบ ทีมชาติสเปน พบกับทีมโปรตุเกส
- จินนักเขียน
- 66 views

ทีมชาติสเปน พบกับทีมโปรตุเกส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยเป็นฝั่งสเปนที่สามารถเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู เป็นการเอาชนะทีมเต็งที่มี คริสเตียโน โรนัลโด ซึ่งเป็นการยิงประตูของ มิเกล เมริโน ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง ทำให้ทางสเปนสามารถเข้าสู่รอบต่อไปได้ (6 กรกฎาคม 2026) [1]
บอลโลก 2026 ทีมเต็ง ศักยภาพในหลายมิติของ ทีมชาติสเปนมีความได้เปรียบในแง่ของระบบทีมและการผสมผสานสายเลือดใหม่ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่า ในขณะที่ทางทีมโปรตุเกสยังโดดเด่นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวระดับโลก และมีความหลากหลายทางแท็กติก
สเปนเป็นฝ่ายมีสถิติเหนือกว่าโปรตุเกส ก่อนนัดล่าสุดทั้งสองทีมพบกันมาแล้ว 41 ครั้งในฟุตบอลทีมชาติชายระดับซีเนียร์ โดยสเปนชนะ 18 นัด โปรตุเกสชนะ 6 นัด และเสมอกัน 17 นัด ก่อนหน้านี้นัดล่าสุดที่พบกันคือรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า เนชันส์ ลีก จบด้วยผลเสมอก่อนที่โปรตุเกสเอาชนะจุดโทษคว้าแชมป์ (6 กรกฎาคม 2026) [2]
สไตล์การเล่น ของทีมสเปน ยังคงยึดสไตล์ครองบอล และบุกอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก ขณะที่โปรตุเกสเน้นเกมรับแน่น และสวนกลับรวดเร็ว ในนัดฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมที่ทั้ง 2 ทีมนี้เจอกัน ทำให้เห็นว่าสเปนโอกาสทำประตูอยู่ที่ 1.77 จาก 15 ครั้ง และทางโปรตุเกสมีโอกาสทำประตูเพียง 0.60 (7 กรกฎาคม 2026) [3]
นักเตะกองกลางฝั่งโปรตุเกสมีวิตินญา และโจเอา เนเวส จากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดรวมกันสูงถึง 140 ล้านยูโร เป็นตัวขับเคลื่อนเกมหลัก (6 กรกฎาคม 2026) [4] ส่วนของสเปนจะเป็น โรดรี, เปดริ และมิเกล เมริโน ที่รับบทบาทเป็นกองกลางตัวรุก

เกมรุกกองหน้า ของทีมสเปนจะได้แก่ ลามีน ยามาล วัยเพียง 18 ปี ค่าตัวอยู่ที่ 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้เล่น 26 คนในทีมสเปนชุดนี้มีมูลค่ารวมกัน 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (21 มิถุนายน 2026) [5] ส่วนของฝั่งโปรตุเกสจะเป็นคริสเตียโน โรนัลโด ยังคงเป็นความหวังหลักของโปรตุเกส
เกมรับของสเปนเหนือกว่าโปรตุเกสอย่างมาก โดยสเปนเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกที่รักษาคลีนชีตได้ติดต่อกัน 6 นัด และไม่เสียประตูเป็นเวลานาน สะท้อนความแข็งแกร่งของแนวรับที่นำโดย เปา คูบาร์ซี ซึ่งเป็นแนวรับที่มีบทบาทอย่างมาก
สเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วหนึ่งครั้ง ส่วนทางของโปรตุเกสได้แชมป์ ยูฟ่า เนชันส์ ลีกชุดปัจจุบัน แต่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเลยสักครั้ง และผลงานดีที่สุดคือการเข้ารอบรองชนะเลิศเมื่อ 20 ปีก่อน ทำให้การตกรอบ 16 ทีมในปี 2026 ถือเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่อีกครั้งของทีม
มูลค่านักเตะของ สเปนกับโปรตุเกส ทั้งสองทีมติดอันดับทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 โดยสเปนอยู่อันดับ 3 ของโลกด้วยมูลค่ารวม 1.22 พันล้านยูโร ส่วนโปรตุเกสอยู่อันดับ 4 ด้วยมูลค่า 1.01 พันล้านยูโร รองจากฝรั่งเศสและอังกฤษเท่านั้น (7 กรกฎาคม 2026) [6]
การจัดการทีมของสเปนอย่าง หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต ยังคงคุมทีมต่อหลังพาทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบเบลเยียม ขณะที่ฝั่งโปรตุเกสเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทันที เพราะโรแบร์โต มาร์ติเนซ ประกาศอำลาตำแหน่งกุนซือโปรตุเกสหลังพ่ายสเปน ถือว่าเป็นความแตกต่างกันอย่างมาก
โดยการเจอกันของสเปนกับโปรตุเกส เป็นฝั่งสเปนเองที่สามารถคว้าชัยชนะไปมากกว่า โดยพบกันมาแล้ว 41 นัดก่อนเกมล่าสุด สเปนชนะ 18 โปรตุเกสชนะ 6 เสมอ 17 และล่าสุดสเปนเพิ่งเอาชนะอีก 1 นัดในฟุตบอลโลก 2026 จึงบอกได้ว่าฝั่งสเปนนั้นเป็นฝั่งที่ชนะมากกว่าฝั่งโปรตุเกส
สรุปทีมชาติสเปน พบกับทีมโปรตุเกส เป็นฝ่ายสเปนที่เอาชนะโปรตุเกสไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ประตู ซึ่งทำให้ทางโปรตุเกสต้องตกรอบไปในที่สุด แต่ทางสเปนก็ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อไปเจอกับเบลเยียมต่อ ซึ่งทำให้เห็นว่าขุมกำลังของสเปนก็แข็งแกร่งกว่านักเตะระดับโลกอีก

