
รวมถาม-ตอบ ทำไมเทพฮินดูยุคนี้ เน้นการเงิน
- Blackcat
- 34 views

ทำไมเทพฮินดูยุคนี้ เน้นการเงิน นั่นเป็นเพราะสภาพสังคม ความเชื่อ และการใช้ชีวิต รวมถึงเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่บูชาองค์เทพเพื่อความสำเร็จ โชคลาภ และการค้าขาย เป็นหลัก
นั่นเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีความกดดันสูง และความไม่แน่นอนของชีวิต จึงทำให้ผู้คนหันมาพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และอีกเหตุผลคือ การตลาด โซเชียลมีเดีย รวมถึงกระแสของการมูเตลู มีการยกระดับและปรับภาพลักษณ์ของเทพแต่ละองค์ให้ตอบโจทย์ต่อผู้คนมากขึ้น จึงทำให้กลายเป็นกระแส และเข้าถึงผู้คนส่วนใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
พระลักษมี หรือ พระแม่ลักษมี (Goddess Lakshmi) เป็นสัญลักษณ์แห่งเงินทอง และความมั่งคั่งที่แพร่หลายที่สุดในคติฮินดู เนื่องจากทรงเป็นมหาเทวีแห่งโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และทรัพย์สินเงินทอง (อัษฏลักษมี) โดยเฉพาะและได้รับการสักการบูชาอย่างกว้างขวาง
พระลักษมี ทรงเป็นตัวแทนของ พลังงานโภคทรัพย์ ความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จทางธุรกิจโดยตรง ในทางประวัติศาสตร์ และคัมภีร์ปุราณะ พระองค์เป็นเทวีผู้ดลบันดาลขวัญกำลังใจและโชคลาภให้แก่ พ่อค้า แม่ค้า และชนชั้นวัชศยะ หรือ ไวศยะ (ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย) มานานหลายพันปี
พระพิฆเนศมีบทบาทเป็น “สิทธิธาตา” หรือผู้ขจัดอุปสรรค และมอบความสำเร็จในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ในโลกธุรกิจยุคใหม่ เทคสตาร์ทอัป และผู้ประกอบการ จึงนิยมบูชาเพื่อขอปัญญาในการแก้ปัญหา การเจรจาค้าขาย และการเพิ่มยอดขายให้ราบรื่น
เทพกุเบระ (หรือพระธนบดี / ท้าวเวสสุวรรณในคติพุทธ) คือผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์แห่งจักรวาล และเป็นนายธนาคารแห่งทวยเทพ ตามคัมภีร์ฮินดูท่านทำหน้าที่ดูแล และรักษาสมบัติพัสถานทั้งหมด การบูชาจึงเน้นเรื่องการเก็บหอมรอมริบ การรักษาทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล และการบริหารเงินทอง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Wikipedia
จากงานวิจัยของ วิทยาลัยการจัดการ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2563 พบคนไทยราว 52 ล้านคนหันมาเป็นสายมู และใช้ความเชื่อเหล่านี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มากขึ้นเมื่อพบกับสถานการณ์ที่ตัวเองรู้สึกถึงความไม่แน่นอนของชีวิต (15 สิงหาคม 2023) [1]
เทศกาลดีปาวลีหรือ ดิวาลี (Deepavali, Diwali) เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทศกาลแห่งแสงสว่าง จะเป็นเทศกาลที่เน้นการบูชา พระแม่ลักษมี และ พระพิฆเนศ เป็นหลัก โดยการจะมี จุดประทีปและเทียน ทำความสะอาดบ้านเรือน และตั้งโต๊ะบูชาพิเศษเพื่อถวายสักการะ โดยปกติแล้วเทศกาลนี้จะเฉลิมฉลองถึง 5 วัน ในเดือนกรรติกา (ประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) ได้แก่
ที่มา: 24 ตุลาคม 2565 วันดิวาลี (24 ตุลาคม 2022) [2]
ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และอัตราการว่างงานที่กดดัน ทำให้เกิดความเครียดทางจิตวิทยา ผู้คนจึงใช้การบูชาเทพเจ้า เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา เพื่อสร้างความมั่นใจ และที่ยึดเหนี่ยวในยุคที่ไม่แน่นอน
ความเชื่อเรื่องเงินทอง ตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานในปัจจุบันทันที ต่างจากความเชื่อยุคโบราณที่เน้นเรื่องการหลุดพ้น (โมกษะ) หรือการขอบุตร และลมฟ้าอากาศ การบูชาเน้นผลลัพธ์เชิงตัวเลข และวัดผลได้ชัดเจนทางเศรษฐกิจ
ต้องระวังการงมงายจนขาดสติ และการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพในคราบ “พุทธพาณิชย์/เทวพาณิชย์ (หรือไสยพาณิชย์)” สิ่งสำคัญตามหลักฮินดูดั้งเดิมคือ ต้องปฏิบัติตนตามหลักกฎเกณฑ์ หรือการลงมือทำด้วยความขยันหมั่นเพียร ควบคู่ไปกับการขอพร ไม่ใช่การรอคอยโชคลาภเพียงอย่างเดียว

เพราะการปรับตัวของศาสนา ให้เข้ากับบริบทเศรษฐกิจทุนนิยม ที่เงินทองกลายเป็นปัจจัยหลัก ในการดำรงชีวิต ประกอบกับพลังของโซเชียลมีเดีย และการตลาดสายมู ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์เทพเจ้าให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองยุคปัจจุบัน

