
Q&A ทำไมลงทุนหุ้น ถึงมีความเสี่ยง
- MY Kismet
- 56 views

ทำไมลงทุนหุ้น ถึงมีความเสี่ยง ตอบได้เลยว่า การลงทุนหุ้นคือการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และแน่นอนว่าผลประกอบการของบริษัทไม่ได้มีความมั่นคงมากนัก เป็นภาพสะท้อนความไม่แน่นอนของการทำธุรกิจ ที่นักลงทุนต้องร่วมแบกรับไว้ด้วย วันนี้เรารวมคำถามที่เกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนหุ้นไว้ ดังนี้
ความเสี่ยงในการลงทุน ความหมายคือความไม่แน่นอนที่อาจได้รับจากการลงทุน อาจจะขาดทุนภายในวันเดียว หรืออาจมีกำไรมหาศาลในช่วงท้ายปี เรียกได้ว่าเป็นความไม่แน่นอนที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอก หรือปัจจัยแฝงอื่นๆ
เรื่องที่ต้องรู้มากที่สุดคือ เรื่องความไม่แน่นอนของการมอบผลตอบแทน นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะขาดทุน บางคนอาจจะมีผลตอบแทนเชิงบวก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก หากพิจารณาถึงความเสี่ยงต่างๆ นักลงทุนจะเริ่มมีแนวทาง การลงทุนในอนาคต ที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลจาก Bloomberg และ Morningstar เป็นการเก็บสถิตินับตั้งแต่ปี 1926-2025 ของดัชนี S&P 500 ภาพรวมผลตอบแทนต่อปีมีผลเป็นบวกสูงถึง 74% ถ้าดูจากระยะเวลาทั้งหมด ดัชนี S&P 500 มีผลเป็นบวกรายปีคิดเป็น 21.4% และมีการขาดทุนต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 13.4% (1 เมษายน 2026) [1]
เป็นเรื่องจริง สำหรับการขาดทุนทั้งหมด ส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นในกรณีที่บริษัทล้มละลาย หรือเจอกับวิกฤตหนักๆ ทำให้ผลประกอบการติดลบอย่างต่อเนื่อง หากนักลงทุนยังไม่มีแก้ไขหรือมีการขายหุ้นบางส่วนทิ้ง แน่นอนว่ามีโอกาสสูงที่การลงทุนนั้นจะติดลบ และสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดไป
ถือเป็นเรื่องจริง การลงทุนหุ้นมีความเสี่ยงสูง ปัจจัยหลักมาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ การปรับอัตราดอกเบี้ย ข่าวสารเกี่ยวกับบริษัท และอารมณ์ของนักลงทุน ทั้งหมดนี้สร้างความผันผวนให้กับมูลค่าหุ้นได้ และเคยเกิดเหตุการณ์เหล่านี้จนถึงขั้นวิกฤตมาแล้ว เช่น วิกฤตฟองสบู่ทิวลิป และวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม
การที่ผลกำไรลดลง อาจเป็นเพราะบริษัทกำลังมีโมเดลธุรกิจใหม่ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูง ผลประกอบการรายปีจึงดูลดลงกว่าที่ควรจะเป็น ในส่วนของราคาหุ้นที่สูงขึ้น เป็นเหมือนภาพสะท้อนความหวังของนักลงทุน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลประกอบการของบริษัทแต่อย่างใด
การลงทุนแบบไม่มีความรู้มีความเสี่ยงที่สูงมาก ถ้านักลงทุนมุ่งเป้าไปที่ การลงทุนในอนาคต แต่ไม่มีความรู้ขั้นพื้นฐานเลย เป็นเหมือนกับการเดินทางที่ไร้จุดหมายและไร้ทิศทาง สิ่งที่นักลงทุนจะเจอได้มากที่สุดคือความผิดหวัง และอาจถูกหลอกให้ลงทุนโดยมิจฉาชีพด้วย
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานของหุ้นนั้นๆ ต้องดูเรื่องของศักยภาพการฟื้นฟู การจัดการงบประมาณการเงิน ดูจากสถานการณ์การความร้ายแรง เมื่อพิจารณาแล้วว่ามีโอกาสฟื้นตัวกลับมาก็ถือหุ้นนั้นต่อไปได้ แต่ถ้ามีโอกาสน้อยก็สามารถปรับฐานเพื่อรอจังหวะขายได้
สิ่งแรกที่ต้องทำคือพิจารณาภาพรวมบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างบริษัท ภาพรวมงบประมาณ ผลประกอบการย้อนหลัง ภาระหนี้สิน รวมไปถึงศักยภาพในการทำกำไร ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อการทำกำไรโดยตรง และยังบอกได้อีกว่าการลงทุนในครั้งนี้จะมีกำไรหรือไม่
การติดตามพอร์ต เป็นตัวช่วยความเสี่ยงได้ครึ่งหนึ่งของความร้ายแรงทั้งหมด นักลงทุนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะการปรับปรุงพอร์ตไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความเสี่ยง แต่ยังช่วยเรื่องการสร้างผลตอบแทนด้วย เรียกได้ว่าเป็นการสร้างเกราะป้องกันพร้อมกับการหาโอกาสจากวิกฤต
การลงทุนหุ้นเก็งกำไร การลงทุนหุ้นประเภทนี้มีความไม่แน่นอนสูง ในเรื่องการมอบผลตอบแทน อีกทั้งค่าความผันผวนของราคาหุ้นก็สูงมากอีกด้วย นักลงทุนส่วนใหญ่ที่เลือกลงทุนหุ้นประเภทนี้ มักจะมีความเชื่อมั่นสูง และมักจะคาดหวังว่ามูลค่าหุ้นจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ (20 มกราคม 2021) [2]

หน้าส่งท้าย ทำไมลงทุนหุ้นถึงมีความเสี่ยง คำตอบคือ เพราะการลงทุนหุ้นเป็นการเข้าร่วมกับบริษัท แต่จะถูกจัดอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้น เมื่อบริษัทเติบโตผู้ถือหุ้นจะได้รับกำไร แต่เมื่อบริษัทมีปัญหาแน่นอนว่าผลกำไรจะลดลงและอาจติดลบ เป็นเรื่องความแน่นอนของการทำธุรกิจ

