
ถอดบทเรียน ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เกิดจากสาเหตุใด
- Blackcat
- 45 views

ถอดบทเรียน ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น มาตรการความปลอดภัยในสถานบันเทิง วัสดุก่อสร้างติดไฟง่าย และ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นต้น
เริ่มต้นจากไฟฟ้าลัดวงจร ที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นสาเหตุเบื้องต้นที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สรุปไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ความสูญเสียรุนแรง คือการลุกลามอย่างรวดเร็วภายในอาคารปิดทึบที่ดัดแปลงไว้เพื่อกันเสียง
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ซอยลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนลาดพร้าว ใกล้กับยูเนี่ยน มอลล์ แยกลาดพร้าว และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพหลโยธิน (26 กรกฎาคม 2026) [1]
สาเหตุเบื้องต้น คือไฟฟ้าลัดวงจรจากเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ซึ่งสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สรุปเอาไว้ และต่อมาตำรวจก็ได้มีการตรวจสอบเพิ่มเติม เรื่องการต่อเติมระบบไฟ ที่มีการดัดแปลงต่อเติมจนไฟฟ้าโอเวอร์โหลด ว่าเป็นปัจจัยร่วมด้วยหรือไม่
ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ที่โรงพยาบาลศิริราช รวมเป็น 35 รายซึ่งเสียชีวิตเวลา 02.20 น. ผู้เสียชีวิตชื่อว่า น.ส.ฐิติชญา ครุฑวิชิต อายุ 23 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 21 ราย อยู่ในหอผู้ป่วย 9 ราย และหอผู้ป่วยวิกฤต ICU อีก 12 ราย (22 กรกฎาคม 2026) [2]
เกี่ยวข้องในฐานะ “ตัวเร่งที่ทำให้ไฟลุกลามรุนแรงขึ้นทันที” เนื่องจากตัวอาคารถูกออกแบบมาให้ปิดทึบเพื่อกันเสียง เมื่อเกิดการเผาไหม้ภายใน ควันไฟจะสะสมหนาแน่น พร้อมกับออกซิเจนภายในเริ่มหมดลง แม้ดูเหมือนจะมอดดับแล้ว แต่ในทางกลับกัน ภายในนั้นจะสะสมความร้อนที่สูงมาก ๆ เมื่อมีการทุบกระจกหรือเปิดประตู ออกซิเจนจากภายนอก จะพุ่งสวนเข้าไปทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว นั่นจึงส่งผลให้ไฟลุกลามเร็วเกินจะรับมือได้ไหว อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ Trueid
ทางหนีไฟตรงห้องน้ำถูกใส่กลอนล็อกไว้ ทำให้ผู้ประสบเหตุหนีออกไม่ทันซึ่งตามปกติแล้วไม่ควรล็อก เพื่อให้เข้าออกได้สะดวก แต่กลับพบว่ามีการล็อกกลอน ทำให้หนีได้ยาก และเหตุการณ์ถือนี้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ ที่ชี้ให้เห็นถึงความประมาท และทางตำรวจยังคงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานประตูทางเข้าออก รวมไปถึงการลงกลอนในครั้งนี้จะมีผลต่อการตั้งข้อหาหรือไม่
ตำรวจสอบพยานไปแล้วมากกว่า 100 ปาก และเตรียมแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง เมื่อเจ้าของร้านอาการดีขึ้น โดยข้อหาที่เตรียมดำเนินคดี คือกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ข้อหาต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหากระทำการโดยประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ และข้อหาเปิดสถานบริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Mgronline
บทเรียนหลัก คือช่องโหว่การกำกับดูแลข้ามหน่วยงาน ทำให้ร้านลักษณะนี้ ดำเนินกิจการที่มีความเสี่ยงได้นานโดยไม่มีใครสกัดกั้น และทางผู้อำนวยการเขตจตุจักรเปิดเผยว่า ได้มีการเข้าตรวจสอบร้านครั้งล่าสุด เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีอำนาจที่จะตรวจสอบประเด็นการเปิดให้บริการถึง 02.00 น. เนื่องจากเป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น (16 กรกฎาคม 2026) [3]
สะท้อนว่าการขอใบอนุญาตเป็น “ร้านอาหาร” แทนที่จะเป็น “สถานบริการ” ทำให้หลุดพ้นการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า
ทำไมควันไฟ ถึงอันตรายมาก นั่นเป็นเพราะ ควันไฟนั้นจะมีสารพิษหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไซยาไนด์ ซึ่งอันตรายถึงชีวิต และอาจเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งในระยะยาวได้
เวลาเกิดไฟไหม้ ควรทำอะไร สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติ แล้วมองหาทางหนีออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด เลือกใช้ทางหนีไฟเป็นหลัก ก้มต่ำ และต้องใช้ผ้าสะอาดปิดจมูกและปาก ตรวจสอบความร้อนของประตูก่อนเปิด และเมื่อออกมาแล้วไม่ควรกลับเข้าไปในพื้นที่อีกเพื่อความปลอดภัย เพราะอาจเกิดแรงระเบิด หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้
ความสำคัญของ ประตูหนีไฟ นั้นเปรียบเหมือนจุดเชื่อมระหว่างพื้นที่อันตรายกับเส้นทางอพยพที่ปลอดภัย ที่สามารถป้องกันไฟและควันไฟได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหนีหรืออพยพได้ทันเวลา
ไฟไหม้ร้าน เกิดจากอะไรได้บ้าง หลัก ๆ เลยก็คือ ไฟฟ้าลัดวงจร, การใช้งานห้องครัวอย่างไม่ระมัดระวัง, การจัดเก็บสารเคมีอย่างไม่ถูกวิธี, ท่อดูดควันที่ไม่ได้มาตรฐาน, การต่อพ่วงปลั๊กไฟที่ไม่ได้มาตรฐานหลาย ๆ ทอด, วัสดุตกแต่งอาคารที่ติดไฟได้ง่าย เป็นต้น

ต้นเพลิงเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ แต่ความสูญเสียหนัก 35 รายมาจากปัจจัยร่วมสามอย่าง คือ อาคารปิดทึบกันเสียงที่เร่งการลุกลามแบบแรงดันสะสม ประตูหนีไฟที่ถูกล็อก และช่องว่างการกำกับดูแลระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป

