ดูยังไง ว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน วิธีสังเกตแบบง่ายๆ

ดูยังไง ว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน

ดูยังไง ว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน วิธีสังเกตแบบง่ายๆ คำตอบคือ ตรวจสอบพฤติกรรม และความสัมพันธ์ ของภาพรวม ทั้งเรื่องเวลา ความชอบ และความต้องการ สิ่งเหล่านี้จะบอกได้ว่า คุณเป็นนักลงทุน ประเภทไหน และเหมาะกับการลงทุน รูปแบบไหนมากที่สุด

  • ความสำคัญและขอบเขตเวลาที่ระบุประเภทนักลงทุน
  • ความเครียดและการเช็คพฤติกรรมเพื่อเลือกประเภทนักลงทุน
  • ความหมาย Passive Investor และจุดแข็งจุดอ่อน

การรู้จัก ประเภทนักลงทุน สำคัญยังไง?

การทำความรู้จัก กับประเภทนักลงทุน สิ่งนี้สำคัญ เพราะช่วยให้ การวางแผน และการเลือกใช้ กลยุทธ์การลงทุน มีความเหมาะสม กับเรื่องการเลือก วิธีตั้งเป้าหมาย การลงทุนที่ดี นอกจากนี้ ยังช่วยจัดการ เรื่องของความเสี่ยง ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ด้วย เป็นเรื่องขั้นพื้นฐาน ที่นักลงทุนมือใหม่ ต้องเรียนรู้

โดยที่ประเภท ของนักลงทุนนั้น เริ่มมีแบ่งประเภท แบบชัดเจนเมื่อ ช่วงปี ค.ศ. 1950-1970 และย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 1930-1950 ช่วงนี้ เป็นช่วงที่นักลงทุน แบบเน้นคุณค่าอย่าง Benjamin Graham ได้เริ่มสร้าง แนวคิดนี้ขึ้น และต่อมาในปี 1970 ประเภทของนักลงทุน ก็เริ่มมีการแตกตัว และเริ่มมีหลากหลายขึ้น

ระยะการลงทุน บอกประเภท การลงทุนได้หรือไม่?

ระยะของการลงทุน สามารถบอก บุคลิกเบื้องต้น ของนักลงทุนได้ โดยแบ่งได้ดังนี้

  • การลงทุนระยะสั้น: เป็นการลงทุน ที่มีเวลาไม่เกิน 5 ปี ซึ่งบุคคลที่ใช้ การลงทุนในระยะนี้ มักจะเป็นบุคคล ที่มีความต้องการ บรรลุเป้าหมาย แบบเร่งด่วน และต้องการใช้ เงินสดจำนวนมาก ซึ่งการลงทุนส่วนใหญ่ มักจะเลือกลงทุนใน พันธบัตร บัญชีฝากดอกเบี้ยสูง และใบรับฝากเงิน
  • การลงทุนระยะกลาง: การลงทุนรูปแบบนี้ เน้นการลงทุนช่วง 3-10 ปีเป็นอย่างต่ำ บุคคลที่เข้าร่วม มักจะเป็นผู้ที่ มีแผนการใช้เงิน ในช่วงอนาคต เช่น การศึกษาต่อ และการแต่งงาน โดยที่การลงทุนส่วนใหญ่ จะมีความเสี่ยง ที่ไม่สูงมากนัก และต้องมีความปลอดภัย
  • การลงทุนระยะยาว: การลงทุนระยะนี้ มักใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการลงทุน มักจะเป็นบุคคลที่ วางแผนเกษียณ และต้องการอิสระ ในการใช้เงิน และนอกจากนี้ ต้องเป็นผู้ที่ มีความอดทนสูงด้วย ซึ่งการลงทุน ที่มักจะเลือกลงทุนนั้น จะเป็นกองทุนรวม และการลงทุนหุ้น

ที่มา: Understanding Investment Time Horizons (4 กันยายน 2025) [1] 

ความเครียด ระบุตัวตน ของนักลงทุนได้หรือไม่?

ความเครียด สามารถบอก ประเภทนักลงทุนได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว นักลงทุนประเภทต่างๆ จะมีลักษณะเฉพาะ ที่แตกต่างกัน ซึ่งความเครียด ก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง ของลักษณะเฉพาะด้วย โดยตามธรรมชาติ ของมนุษย์เรานั้น การเกิดอารมณ์ร่วม ในเหตุการณ์ต่างๆ ถือเป็นเรื่องปกติ

โดยที่นักลงทุน ประเภทรักษามูลค่า มักจะมีความเครียดสูง ซึ่งลักษณะเฉพาะ ของนักลงทุนประเภทนี้ คือความระมัดระวัง และการคิดทบทวน แบบรอบคอบ ก่อนการตัดสินใจ และมักจะมี อคติในการลงทุนคือ มักจะใช้อารมณ์ มากกว่าเหตุผล และยังมองเรื่อง การทำกำไรระยะสั้นเป็นหลักด้วย (11 ตุลาคม 2021) [2]

ตัวอย่างเช่น Warren Buffett ที่มักจะเลือก การลงทุนหุ้น ที่มีโอกาสเติบโตสูง และการลงทุนแต่ละครั้ง ต้องผ่านการวิเคราะห์ และการตัดสินใจ แบบรอบคอบเสมอ โดยพอร์ตการลงทุน มีการลงทุนหุ้น Apple Inc ที่ตอนนี้มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3.82 – 4.28 ล้านล้านดอลลาร์ (สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2026) รวมอยู่ด้วย

เช็คลิสต์พฤติกรรม สำหรับนักลงทุน แต่ละประเภท

ดูยังไง ว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน
  • นักลงทุนเน้นคุณค่า: นักลงทุนที่ให้ความสำคัญ กับแผนการลงทุน แบบระยะยาว และเป็นนักลงทุน ที่ให้คุณค่ากับทรัพย์สิน และความมั่งคั่ง มักใช้การวิเคราะห์ แบบรอบคอบ ก่อนการตัดสินใจ และมักจะเลี่ยง การลงทุนที่มี ความเสี่ยงสูง เพราะกลัวการตัดสินใจพลาด
  • นักลงทุนตามกระแส: นักลงทุนกลุ่มนี้ ไม่มีความเข้าใจ เกี่ยวกับการเงิน และการลงทุน และมักจะไม่มี ความกระตือรือร้น เท่าที่ควร มักจะลงทุนตามบุคคลอื่น โดยเชื่อว่า บุคคลเหล่านั้น มีความสามารถ ให้การทำกำไรพอ และนักลงทุนประเภทนี้ เน้นการเก็งกำไร มากกว่าการลงทุน ระยะยาว
  • นักลงทุนสวนกระแส: เป็นนักลงทุน ที่มีความคิดแตกต่าง และมักใช้วิธีการ ที่ต่างจากนักลงทุน ประเภทอื่น นอกจากนี้ นักลงทุนประเภทนี้ มีความเชื่อมั่น ในตัวเองสูง และมักจะเชื่อ ในสัญชาตญาณ ของตัวเองเป็นหลัก รูปแบบการลงทุนส่วนใหญ่ เน้นการสร้างกำไร ในระยะสั้น
  • นักลงทุนสะสม: เป็นนักลงทุน ที่เคยประสบความสำเร็จ ในการบริหาร การลงทุนมาก่อนแล้ว บุคคลกลุ่มนี้ มีความเชื่อมั่น ในตัวเองสูง และต้องการเป็นที่ยอมรับ โดยที่ส่วนใหญ่แล้ว ทั้งเรื่องการวางแผน และการวิเคราะห์ จะต้องมีส่วนร่วมด้วย และต้องมีส่วน ในการตัดสินใจทั้งหมด

ที่มา: The Four Behavioral Investor Types (19 กันยายน 2018) [3]

Passive Investor เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด?

การลงทุนแบบ Passive Investor เหมาะกับนักลงทุนที่ ไม่มีเวลาติดตาม ข่าวสารการลงทุน และใช้ต้นทุน ในการเข้าร่วมน้อย โดยที่มีระบบอัตโนมัติ ที่จะจัดการพอร์ต การลงทุนแบบเหมาะสมได้ ซึ่งการลงทุนรูปแบบนี้ พบได้มากในกลุ่ม นักลงทุนที่ต้องการ สร้างความมั่งคั่ง แบบต่อเนื่อง และไม่รีบเร่ง

หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดคลิกอ่านได้ที่ peaks

จุดแข็งและจุดอ่อน ของนักลงทุนแต่ละประเภท

นักลงทุนเน้นคุณค่า

  • จุดแข็ง: เป็นการลงทุนที่มั่นคง และใช้ต้นทุนต่ำ ทำกำไรต่อเนื่องได้ และยังมีพลังทบต้นอีก
  • จุดอ่อน: ใช้ความอดทนสูง อีกทั้งการซื้อหุ้น ในมูลค่าที่ต่ำมาก อาจฟื้นฟูไม่ได้ ในอนาคตข้างหน้า

นักลงทุนตามกระแส

  • จุดแข็ง: ไม่ต้องวิเคราะห์ แผนการลงทุนเอง และทำกำไรได้สูง ในช่วงตลาดขาขึ้น
  • จุดอ่อน: การเข้าซื้อผิดจังหวะ อาจจะทำให้ขาดทุนได้ และอาจจะโดน ข่าวสารปลอม หลอกได้ง่าย

นักลงทุนสวนกระแส

  • จุดแข็ง: ซื้อหุ้นได้ ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด มีโอกาสทำกำไรสูง และมีความคิด ที่เป็นอิสระ
  • จุดอ่อน: โอกาสพลาดมีเยอะ ต้องใช้ความอดทนสูง และต้องควบคุม ความกดดันของจิตใจ

นักลงทุนสะสม

  • จุดแข็ง: ช่วยป้องกัน ภาวะเงินเฟ้อได้ และยังช่วย กระจายความเสี่ยงได้ดี
  • จุดอ่อน: เสี่ยงเจอของปลอม ต้องมีความรู้เฉพาะทาง แบบลึกซึ้ง และมีต้นทุนแฝง ที่สูงมากกว่าปกติ

ข้อสรุป ดูยังไง ว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน

ภาพรวม ดูยังไงว่าเราเป็น นักลงทุนประเภทไหน คำตอบคือ ตรวจสอบความต้องการ และพฤติกรรมเบื้องต้นก่อน สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวบอก ประเภทการลงทุนได้ หากต้องการลงทุน สำหรับช่วงเกษียณ อาจจะเหมาะกับ การลงทุนเน้นคุณค่า แต่หากต้องการ เก็งกำไรระยะสั้น ก็เลือกนักลงทุนตามกระแส

นักลงทุนมือใหม่ เริ่มต้นที่ประเภทไหนดี?

คำตอบคือ ควรเริ่มที่ นักลงทุนเน้นคุณค่า เพราะเป็นประเภท การลงทุนขั้นพื้นฐาน ที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีโอกาสทำกำไร ในระยะยาวได้ดี นอกจากนี้ นักลงทุนประเภทนี้ ยังมีโอกาส ประสบความสำเร็จสูง เพราะการลงทุนส่วนใหญ่ จะมีการกระจายความเสี่ยง เข้าร่วมด้วย

ประเภทนักลงทุน สามารถเปลี่ยนได้หรือไม่?

คำตอบคือ ปรับเปลี่ยนได้ ตามความต้องการ ในช่วงเวลานั้นๆ ประเภทการลงทุน ไม่ได้เป็นเงื่อนไขผูกมัด เป็นเพียงรูปแบบ การลงทุนที่แตกต่างกัน แต่จุดประสงค์หลักๆ เหมือนกันคือ การทำกำไร และการบรรลุเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้ปรับเปลี่ยน ตามความพร้อม ของนักลงทุนได้ตลอด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง