
ร่วมหาคำตอบ ดราม่า VAR ฟุตบอลโลก 2026
- จินนักเขียน
- 97 views

ดราม่า VAR ฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยประเด็นดราม่า และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว เพราะความหนักหน่วงจนที่สื่อต่างประเทศบางแห่งถึงกับยกให้ VAR เป็นตัวร้ายประจำทัวร์นาเมนต์ เนื่องจากมีการแทรกแซงเกมบ่อยครั้ง
ภาพรวมของ VAR ในบอลโลก 2026 คือการขยายขอบเขตอำนาจการตัดสินใจครั้งใหญ่ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี AI ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความถูกต้อง และลดความล่าช้าในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดดราม่าเป็นจำนวนมาก ในการแข่งขันบอลโลกในปีนี้
VAR ในบอลโลก 2026 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ยกระดับเป็น ระบบล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติขั้นสูง ที่ส่งสัญญาณโดยตรงไปยังผู้ช่วยผู้ตัดสินในสนาม ซึ่งข้อมูลจาก fifa ระบุไว้ว่า “แต่ละสนามแข่งมีกล้องที่ติดตั้งสูงถึง 16 ตัว แถมสามารถเก็บข้อมูลการเคลื่อนที่ได้มากกว่า 150 ล้านจุดต่อแมตช์” (2026-06-03) [1]
ดราม่าการจับล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี SAOT เกิดจากความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ที่ทำให้ประตูช่วงท้ายเกมถูกริบด้วยระยะที่สายตามองไม่เห็น จึงทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่ยุติธรรมอย่างใน กรณีการทำประตูของ Khalilzadeh ในช่วงนาทีที่ 90+3 ถูก VAR ปฏิเสธเพราะการล้ำหน้า (2026-07-19) [2]
ข้อดีของระบบ VAR คือความรวดเร็ว และความแม่นยำในการตัดสิน แต่ส่วนข้อเสียสำหรับระบบดังกล่าวนี้ ก็คือความแม่นยำไม่ได้ยุติข้อถกเถียง เพราะการตัดสินสุดท้ายยังเป็นดุลยพินิจของคน เทคโนโลยีลดความผิดพลาดได้ แต่ไม่สามารถลบข้อโต้แย้งออกไปได้
เซนเซอร์ Trionda ในลูกบอลไม่ใช่ตัวตัดสินการฟาวล์ได้โดยตรง แต่เซนเซอร์นี้ส่งข้อมูลการเคลื่อนที่ให้ VAR เพื่อช่วยจับจังหวะเตะในการตัดสินล้ำหน้า ด้วยความถี่ 500Hz เพื่อส่งข้อมูลของลูกบอลแบบเรียลไทม์ โดยลูกบอลนี้จะมีชิปติดอยู่ในลูกบอล ลูกบอลดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 240 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (2026-06-06) [3]
ปัญหาความล่าช้าในการเช็ก VAR ส่งผลให้เกมสะดุด โดยเฉพาะการตรวจที่ยาวหรือย้อนไปไกล และยังสร้างผลกระทบทางจิตวิทยา เนื่องจากประตูที่ถูกเบรกไว้ด้วย VAR จะทำลายอารมณ์ร่วมแบบสดๆ ของทั้งนักเตะ และแฟนบอลลงอย่างสิ้นเชิง

ดราม่า ฟุตบอลโลก 2026 มาจากเหตุการณ์ดราม่า VAR ที่รุนแรงที่สุดเป็นประตูของ Mostafa Ziko ในนาทีที่ 58 ที่จะทำให้อียิปต์นำ 2-0 ประตูต้องถูกยกเลิก เพราะด้วยการตัดสินของ VAR ที่ตรวจพบ Marawan Attia ทำฟาวล์ใส่ Lisandro Martínez เกิดขึ้นก่อนประตูราว 10 วินาที ทั้งดึงเสื้อและกดเท้า (2026-07-07) [4]
VAR ในปี 2026 ได้มีการขยายผ่านมติ IFAB ให้ระบบดังกล่าวสามารถตรวจใบแดงที่เกิดจากใบเหลืองใบที่สองที่ผิดชัดเจน และกลับลูกเตะมุมที่ให้ผิดชัดเจนได้ หากไม่ทำให้เกมล่าช้า และครอบคลุมกรณีลงโทษผิดตัวผู้เล่น จึงถือว่าช่วยขยายขอบเขตอำนาจได้เต็มที่
การปรับปรุงระบบ VAR ในอนาคตเน้นให้เทคโนโลยีดูเฉพาะข้อเท็จจริง ส่วนฟาวล์ให้ผู้ตัดสินเด็ดขาด ข้อเสนอนี้เป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ ส่วนแนวทางที่มีหลักฐานคือ IFAB ได้ทบทวนระบบดังกล่าวนี้ให้แก่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ Mark Bullingham เพื่อนำไปใช้งานจริง
สรุปดราม่า VAR ฟุตบอลโลก 2026 สะท้อนช่องว่างระหว่างความถูกต้องทางเทคนิคกับความรู้สึกยุติธรรม จากในกรณีลูกเตะของ Khalilzadeh ในช่วงนาทีที่ 90+3 และ Mostafa Ziko ในนาทีที่ 58 ที่อาจจะทำให้ทีมอียิปต์ขึ้นนำได้ 2-0 ประตู แต่ต้องถูกปฏิเสธด้วยการตรวจของ VAR

