
ไขข้อสงสัย ความโลภ ทำลายพอร์ตได้ จริงหรือไม่
- MY Kismet
- 35 views

ความโลภ ทำลายพอร์ตได้ จริงหรือไม่ ตอบเลยว่าเป็นเรื่องจริง ความโลภกระตุ้นพฤติกรรมเสี่ยงในการทำลายภาพรวมพอร์ตได้ อีกทั้งยังทำให้นักลงทุนมีโอกาสขาดทุนสูงด้วย มีทั้งการตัดสินใจพลาด การมองข้ามความเสี่ยง และการไล่ตามเงินคืนจากการขาดทุน
เป็นเรื่องจริง ความโลภทำให้นักลงทุนเลือกมองข้ามความเสี่ยง เพราะมองเห็นโอกาสที่ทำกำไรได้ เช่น การไล่ราคาในจุดที่แพงเกินไป การใช้ Leverage สูงเกินตัว หรือการไม่ยอมตัดใจขายขาดทุน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พอร์ตพังมากที่สุด
เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “House Money Effect” และการหลั่งของสารโดพามีน เมื่อได้รับผลกำไรติดต่อกัน สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้นักลงทุนเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนเริ่มมองข้ามวินัยการลงทุนเดิมที่เคยทำไว้
ทำลายวินัยผ่านภาวะ FOMO และการขยับเป้าหมาย เมื่อราคาหุ้นสูงเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะขยับเป้าหมายให้สูงขึ้น และเลือกที่จะไม่ทำตามวินัยที่ตั้งไว้ เพราะกลัวจะพลาดโอกาสทำกำไรมหาศาล ถือเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้นักลงทุนขาดทุนในท้ายที่สุด
โจมตีบริษัทดัง เพื่อปั่นราคา มีอยู่จริงหรือไม่ ตอบเลยว่ามีอยู่จริง และยังเป็นที่นิยมในวงการนักลงทุน การโจมตีบริษัทดังนี้ไม่ได้ต้องการทำลายแค่ชื่อเสียงบริษัท แต่ต้องการทำให้ราคาหุ้นของบริษัทถูกลง เพื่อที่จะเข้าซื้อหุ้นจำนวนมากได้ในราคาที่ถูกลง
ไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์ตายตัว แต่ข้อมูลจาก market-bulls ระบุว่า “นักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น หรือนักเทรดกว่า 70-90% ขาดทุน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก การใช้อารมณ์เข้าร่วมในการตัดสินใจ” (2024-08-14) [1] และยังมีสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย
เป็นอคติทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Loss Aversion” และ “Disposition Effect” สำหรับการกดปุ่มตัดขาดทุน เป็นเหมือนยอมรับว่าตัวเองตัดสินใจผิดพลาด สมองจึงพยายามหลีกเลี่ยงความเจ็บปวด โดยสั่งการให้ถือแบบขาดทุนต่อไป เพื่อหวังว่าสักวันราคาจะเด้งกลับ
ส่งผลเสียต่อการทำกำไร และยังขยายอิทธิพลความโลภได้ด้วย หากตลาดเปลี่ยนทิศทางจนทำให้ขาดทุน การลงทุนแบบกู้ยืมจะทวีคูณความเสียหาย ซึ่งนักลงทุนอาจจะต้องแบกภาระดอกเบี้ยเพิ่มเกินความจำเป็น และยังกระตุ้นความกดดันทางอารมณ์ด้วย
ทำให้มองข้ามความเสี่ยงได้จริง ความโลภทำให้เกิดสภาวะ “Selective Perception” นักลงทุนจะเลือกรับข้อมูล ที่สนับสนุนความคิดของตัวเองเท่านั้น และมองข้ามปัจจัยพื้นฐาน เช่น การวิเคราะห์งบการเงิน หรือการเช็กอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่เป็นความเสี่ยง
Jesse Livermore นักลงทุนและนักเทรดระดับตำนาน ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ากำไร 100 ล้านเหรียญ จากการเทรดหุ้น และเคยล้มละลายถึง 3 ครั้ง สาเหตุเกิดจากการตัดสินใจพลาด และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ (2022-04-09) [2]
เสี่ยงมากที่สุด และยังเป็นเส้นทางที่ทำให้หมดตัวได้ การเพิ่มเงินลงทุน โดยที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ถือเป็นการกระทำที่ขับเคลื่อนด้วยความโลภ และความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นวิธีการที่มีความเสี่ยงระดับสูงสุด และมีโอกาสน้อยมาก ที่จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้

ความโลภทำลายพอร์ตได้ จริงหรือไม่ คำตอบคือ ทำลายได้จริง ไม่เพียงแต่ทำลายพอร์ต แต่อาจจะทำให้นักลงทุนเสียเงินลงทุนทั้งหมดด้วย เพราะความโลภจะทำให้นักลงทุน มองข้ามความเสี่ยงและปัจจัยพื้นฐาน นอกจากนี้ยังทำลายวินัยการลงทุนได้ด้วย

