
คนติดมือถือ มักเก็บเงินยาก จริงหรือไม่ ความลับไม่เคยมีใครบอก
- MY Kismet
- 85 views

คนติดมือถือ มักเก็บเงินยาก จริงหรือไม่ ความลับไม่เคยมีใครบอก คำตอบคือ เป็นเรื่องจริง เพราะการเสพติดมือถือ ส่งผลกระทบ ต่อสารสื่อประสาท ในระบบสมอง อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับ การหลั่งสารโดพามีน ที่เป็นสารแห่งความสุข สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบ ต่อสมองได้ในระยะยาว
การเสพติดมือถือ ในทางการแพทย์ มีชื่อว่า “พฤติกรรมโนโมโฟเบีย” เป็นความกลัวการสูญเสีย หรือรู้สึกวิตกกังวล เมื่อไม่มีโทรศัพท์ นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบ ต่อพฤติกรรมการตัดสินใจ เมื่อไม่มีโทรศัพท์ด้วย บุคคลที่ติดโทรศัพท์ส่วนใหญ่ จะไม่สามารถ อยู่ห่างจากโทรศัพท์ได้นาน
จากการสำรวจ เมื่อช่วงปี 2024 ทั่วโลกมีอัตรา การใช้งานโทรศัพท์ 6.8 พันล้านคน พบว่ากลุ่มคน ในจำนวนนี้ มีมากกว่า 6.3% ที่เข้าข่ายเสพติดโทรศัพท์ และยังตรวจพบอีกว่า ผู้คนมีการส่งข้อความ ทางโทรศัพท์เพิ่ม 278% เมื่อเทียบกับช่วงเวลา ในปี 2014 (19 พฤษภาคม 2026) [1]
Dopamine Effect คือ ผลกระทบที่สมองได้รับ จากสารโดพามีน ซึ่งสารสื่อประสาทนี้ มีหน้าที่หลักๆ ในการขับเคลื่อน แรงจูงใจ และเป็นสารกระตุ้นสมอง ในส่วนของระบบรางวัล เอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้น ภายในร่างกาย คือการกระตุ้น พฤติกรรมซ้ำเดิม เพราะสมองจดจำได้ว่า การกระทำนี้
ทำให้เรามีความสุข สำหรับการเสพติด การเล่นโทรศัพท์ การไถฟีดเพื่อรับข้อมูลใหม่ๆ การรับชมสื่อบันเทิง ผ่านทางโทรศัพท์ แล้วเรารู้สึกมีความสุข มีความเครียดที่ลดน้อยลง สมองจะจดจำ พฤติกรรมเหล่านี้ และเมื่อมีเวลาว่าง โดพามีนจะไปกระตุ้น สมองส่วนสั่งการ เพื่อให้เราเล่นโทรศัพท์
ในส่วนของกลุ่มคน ที่เสพติดมือถือแล้วนั้น อาการมักจะรุนแรง เช่น กระสับกระส่าย วิตกกังวล อารมณ์รุนแรง สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจาก สมองต้องการ โดพามีนในปริมาณมาก และเมื่อไม่ได้รับ การตอบสนอง ภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ จะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
การศึกษา ผ่านงานวิจัย พบว่าการเสพติดมือถือ เป็นส่วนหนึ่ง ของโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคสมาธิสั้น และโรคย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นผลกระทบร้ายแรง ที่เกิดจากการ เล่นมือถือติดต่อกัน เป็นเวลานาน อีกทั้งงานวิจัย ยังได้กล่าวถึง ระบบควบคุม การยับยั้งชั่งใจ ที่ทำงานได้น้อยลง
ให้ส่วนอื่นๆ งานวิจัยตรวจพบว่า ผู้ที่เสพติดโทรศัพท์ มีความบกพร่อง ในด้านการวิเคราะห์ และการประมวลผล ที่เกี่ยวกับตัวเลขด้วย ในส่วนของอารมณ์ จะมีความหุนหันพลันแล่น และมีความวิตกกังวลขั้นหนัก สิ่งนี้เกิดจากการ เปรียบเทียบตัวบุคคล กับคนภายในสื่อโซเชียล
ที่มา: Excessive Smartphone Use Is Associated (28 พฤษภาคม 2021) [2]

สิ่งที่เป็นผลกระทบ ต่อการเก็บเงิน ในกลุ่มคนที่เสพติดมือถือ คือเรื่องของความเครียด และความคาดหวัง ที่เกิดขึ้นจากการเสพสื่อ นอกจากนี้ การเสพติดมือถือ ยังทำให้สมองล้าได้ด้วย จากการศึกษาเมื่อช่วงปี 2019 พบว่าผู้ที่เสพติดมือถือ มีความสามารถ ด้านการคิดที่น้อยลง (9 เมษายน 2025) [3]
ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ ส่งผลให้การวิเคราะห์ และการวางแผน การเก็บเงินนั้น ทำได้ยากมากขึ้น เพราะเมื่อสมอง ไม่พร้อมสำหรับ การคิดที่มันซับซ้อน แน่นอนว่า การเก็บเงิน ก็จะเป็นเรื่องที่ยากขึ้น โดยที่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เสพติดมือถือ มักจะมีพฤติกรรมเลียนแบบ หรือไม่ความต้องการ
ในสิ่งของที่ปรากฏ อยู่บนสื่อตลอดเวลา สิ่งนี้เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย ในส่วนที่ไม่จำเป็น และมันส่งผลกระทบ ต่อรายได้โดยรวม ซึ่งสิ่งนี้พบได้เยอะ ในกลุ่มคน รายได้เยอะ แต่ไม่เติบโต เป็นเพราะว่า คนกลุ่มนี้มักจะ มีการปรับเปลี่ยน ภาพลักษณ์ทางสังคมอยู่เสมอ และการเสพสื่อ ก็เป็นแรงจูงใจชั้นดี
1. ไม่สามารถ ควบคุมอารมณ์ ของตัวเองได้ เมื่อไม่มีโทรศัพท์ หรือเมื่อพบว่า โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณจะรู้สึกหงุดหงิด กระสับกระส่าย และมีอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น อย่างต่อเนื่อง
2. เริ่มมีพฤติกรรม การใช้สื่อ เพื่อหลีกหนี ความเบื่อหน่าย และหนีจากความทุกข์ โดยที่คุณจะหยิบโทรศัพท์ทุกครั้ง เมื่อมีความรู้สึกเหล่านี้
3. ไม่สามารถ ละทิ้งโทรศัพท์ เป็นเวลานานๆ ได้เลย ต้องมีการตรวจสอบ หรือต้องมีการหยิบจับ ในขณะที่ทำกิจกรรม อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณจะไม่ห่างจาก โทรศัพท์เลย
หากสนใจอ่านเนื้อหาทั้งหมดนี้คลิกอ่านได้ที่ conehealth
นักลงทุนที่ติดโทรศัพท์ มีโอกาสสำเร็จน้อยลง หากมองจากมุม นักจิตวิทยา เพราะการเสพติดโทรศัพท์ มันเชื่อมโยงไปถึง ประสิทธิภาพ การตัดสินใจที่ลดน้อยลง และมันส่งผลกระทบ ไปถึงขั้นตอน การวางแผน การลงทุนในระยะยาวด้วย เพราะหน้าจอมือถือ มีการแสดงถึง ความผันผวนของตลาด อยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยง ที่นักลงทุน จะใช้อารมณ์เข้าร่วม ในการลงทุนอีก ซึ่งเรื่องนี้ เป็นผลกระทบ ที่อาจทำให้ เงินทุนทั้งหมด กลายเป็นศูนย์ได้ ในพริบตา สิ่งนี้เป็นผลกระทบ ต่อการเสพสื่อมากเกินไป และเป็นผลกระทบ จากการเล่นโทรศัพท์ มากเกินไปด้วย
โดยที่ในปี 2026 พบว่าบุคคลทั่วไป มีการใช้งานโทรศัพท์ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน เป็นช่วงเวลา 1 ใน 3 ส่วนของเวลา ในแต่ละวัน และมีการหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาเช็ก 186 ครั้งต่อวัน (สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026) ในปริมาณเหล่านี้ มันมากพอที่จะทำให้ เกิดภาวะสมองล้าได้ด้วย
บทส่งท้าย คนติดมือถือมักเก็บเงินยาก จริงหรือไม่ คำตอบคือ เป็นเรื่องจริง เพราะการเสพติดมือถือ ส่งผลกระทบ ต่อการทำงานของสมอง และยังทำให้ เกิดผลกระทบต่างๆ ต่อร่างกายด้วย ซึ่งสิ่งนี้เป็นกลไกสำคัญ ที่ต้องใช้ในการคิด วิเคราะห์ แผนการเงิน
คำตอบคือ ทันแน่นอน หากมีการปรับพฤติกรรม ที่เกี่ยวกับ การเล่นโทรศัพท์ สิ่งแรกที่คุณจะได้รับ คือภาวะทางอารมณ์ ที่มั่นคงขึ้น นอกจากนี้ กลไกการทำงานของสมอง จะมีประสิทธิภาพ เพิ่มมากยิ่งขึ้น และการเก็บเงิน จะไม่ได้เป็นแค่ ความคิดอีกต่อไป
คำตอบคือ แผนการเก็บเงิน จะชัดเจนขึ้น สมองจะทำงาน ได้แบบมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้ทำให้ การวางแผน การวางเป้าหมาย จะกลายเป็นเรื่องที่ สามารถทำได้ อีกทั้งการเลิกติดมือถือ ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยได้ด้วย คุณจะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้น และจะมีการวางแผน การเงินที่ดีขึ้นไปอีก

